
รัฐบาลดัน พ.ร.บ. AI ฉบับแรกประเทศไทย คลอดกฎเหล็กคุมทุกเม็ด พ่วงการพัฒนา
รัฐบาล ลุยผลักดันร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นครั้งแรกของประเทศ คลอดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนา AI ของไทย พร้อมกฎเหล็กคุมเข้มอันตราย 7 หมวดหลัก
KEY
POINTS
- รัฐบาล โดย สพธอ. (ETDA) กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ. ปัญญาประดิษฐ์ ฉบับแรกของไทย เพื่อสร้างกรอบกฎหมายในการส่งเสริมและกำกับดูแลเทคโนโลยี AI
- กฎหมายมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการจัดการความเสี่ยง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ AI
- ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการควบคุมที่สำคัญ เช่น การห้ามใช้ AI ในลักษณะที่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม การกำกับดูแล "ระบบ AI ที่มีความเสี่ยงสูง" เป็นพิเศษ และการสร้างความโปร่งใสสำหรับเนื้อหาที่สร้างโดย AI (Deepfake)
- กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน AI รวมถึงผู้ให้บริการจากต่างประเทศ และให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลในการสั่งระงับบริการและกำหนดบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... เพื่อกำหนดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย
ประเด็นปัญหาทำให้ต้องยกร่าง พ.ร.บ. AI
ETDA ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและสังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การให้บริการประชาชน การพัฒนานวัตกรรม การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี การพัฒนาและการใช้งาน AI ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ ความปลอดภัย ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนได้ หากขาดกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI ทั้งในมิติของกฎหมาย มาตรฐาน กลไกการกำกับดูแล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ และการคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้งาน AI แม้หน่วยงานของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ จะได้มีการดำเนินนโยบายหรือแนวทางที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่แล้วในบางส่วน
แต่ยังขาดกรอบกฎหมายกลางที่กำหนดแนวทางการส่งเสริมและกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกัน และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ส่งผลให้ผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ ผู้ใช้งาน หน่วยงานของรัฐ และประชาชน อาจยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ หน้าที่ ความรับผิดชอบ มาตรฐาน หรือกลไกสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ AI
นอกจากนี้ การกำกับดูแล AI จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการบริหารจัดการความเสี่ยง กล่าวคือ หากกำกับดูแลเข้มงวดเกินความจำเป็น อาจเป็นอุปสรรคต่อการวิจัย พัฒนา การลงทุน และการนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม
แต่หากขาดมาตรการกำกับดูแลหรือมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการใช้ AI ที่ไม่โปร่งใส ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งอาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี AI ในภาพรวม
ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นในการจัดทำกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ การสนับสนุนให้เกิดการทดสอบและใช้งาน AI อย่างเหมาะสม การจัดให้มีกลไกด้านมาตรฐาน แนวปฏิบัติ การรับรอง หรือการกำกับดูแลตนเอง
รวมถึงการกำหนดกลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือประโยชน์สาธารณะ โดยเป้าหมายสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การวางกรอบกฎหมายที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการพัฒนาและการใช้งาน AI
โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ความสอดคล้องกับแนวทางสากล และความจำเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้การพัฒนา AI ของประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. AI
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... มีดังนี้
หมวด 1 “บททั่วไป”
มีหลักการสำคัญ คือ การกำหนดนิยามที่สำคัญของกฎหมาย โดยเฉพาะคำว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ ผู้ให้บริการ ผู้ประยุกต์ใช้ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และคณะกรรมการ ซึ่งหมายถึง คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ
หมวด 2 “การส่งเสริมการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์”
มีหลักการสำคัญประกอบด้วย การจัดให้มีโครงการทดสอบระบบปัญญาประดิษฐ์ การแบ่งปันข้อมูล การจัดทำมาตรฐาน การรับรองบริการที่สนับสนุนการพัฒนาหรือประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ และการจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือกลไกการกำกับดูแลตนเองของภาคอุตสาหกรรม
หมวด 3 “การควบคุมความเสี่ยงจากระบบปัญญาประดิษฐ์”
3.1 การกำหนดแนวทางการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องห้าม เช่น การใช้งานในลักษณะการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลในวงกว้างจากการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพิจารณาคุณสมบัติในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือได้มีเทคนิคสื่อสารแบบแฝงเร้นเพื่อกระทบความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเองของผู้ใช้งาน อีกทั้งรองรับการกำหนดการกระทำต้องห้ามเพิ่มเติม
รวมทั้งกลไกในการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ลักษณะใดหรือประเภทใด ต้องอยู่ภายใต้การกำกับก่อนการประกอบธุรกิจ ทั้งในรูปแบบจดแจ้ง ขึ้นทะเบียน หรืออนุญาต เพื่อรองรับประเด็นความเสี่ยงหรือผลกระทบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือแนวโน้มใหม่ที่เกิดจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์
3.2 การกำหนดแนวทางการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยง
(1) กำหนดแนวทางการกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจ (decentralized regulation) โดยให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลในแต่ละภาคส่วนมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน
ทั้งนี้ หน่วยงานดังกล่าวต้องพิจารณาความเพียงพอของกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลที่มีอยู่ และเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ประเภทใดควรถูกกำหนดให้เป็น “ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูง” และควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมจากกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่
(2) เมื่อมีการกำหนดให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ใดเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ประยุกต์ใช้ (deployer) ย่อมมีหน้าที่ทั่วไปในการบริหารจัดการความเสี่ยงภายในองค์กรทันที โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยง การติดตามผลกระทบ และการกำหนดมาตรการควบคุมหรือบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสม
(3) การกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI provider) และหน้าที่เฉพาะของผู้ประยุกต์ใช้ในแต่ละภาคส่วน จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลสามารถเสนอหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับผู้ประยุกต์ใช้ในภาคส่วนของตน
ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะด้านยังไม่เพียงพอต่อการจัดการความเสี่ยง รวมทั้งเป็นกลไกกลางที่เปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียร่วมพิจารณาหน้าที่ทั่วไปและหน้าที่เฉพาะของผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจให้บริการครอบคลุมหลายภาคส่วน
(4) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเสนอแนวปฏิบัติ มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือมาตรการกำกับดูแลตนเอง (self-regulation) ที่มีการใช้งานอยู่แล้วในทางปฏิบัติ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณารับรองหรือยกระดับเป็นมาตรการที่มีผลบังคับทางกฎหมาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการพัฒนาและการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์
(5) กำหนดให้ผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีสถานประกอบการหรือที่ตั้งในประเทศไทยต้องแต่งตั้งผู้ประสานงานในราชอาณาจักร เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อและกำกับดูแล ทั้งนี้ สำหรับบริการบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความสำคัญเป็นพิเศษ อาจกำหนดให้ต้องแต่งตั้งผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มเติมได้
3.3 การดูแลความเสี่ยงของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่หน่วยงานของรัฐประยุกต์ใช้
(1) การรองรับการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในบริการประชาชน ตลอดจนการดำเนินการที่มีผลในทางกฎหมาย เช่น คำสั่งต่างๆ ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาถึงการกำหนดกรณีที่ไม่ควรประยุกต์ใช้ อาทิ กรณีที่ต้องใช้ดุลพินิจตามข้อเท็จจริงสูง
(2) การกำหนดให้หน่วยงานที่จะประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในบริการแก่ประชาชนต้องมีการประเมินผลกระทบทางจริยธรรม (Ethical Impact Assessment)
(3) ระบบทะเบียนเพื่อทราบว่าหน่วยงานของรัฐในประเทศได้มีการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบใดบ้าง เพื่อรองรับกรณีที่มีความเสี่ยงหรือเหตุความผิดพลาดของระบบปัญญาประดิษฐ์
3.4 การดูแลความเสี่ยงที่เกิดจากข้อมูลสังเคราะห์ (Deepfakes หรือ AI Generated-output) โดยกำหนดหน้าที่ในเชิงความโปร่งใส ซึ่งประกอบด้วยมาตรการ 4 ระดับ คือ
(1) ระดับผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่ต้องทำให้ทุกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีส่วนประกอบที่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่อง (machine-readable detection) เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบอัตโนมัติ ตลอดจนหน้าที่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงไม่ให้ระบบของตนเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดเสียเอง และระบบการบันทึกข้อมูล
(2) ระดับผู้ใช้งานทั่วไป ที่นำผลลัพธ์ที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาทิ พื้นที่แพลตฟอร์ม โดยกรณีที่ผลลัพธ์นั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นความเสี่ยงตามที่กำหนดไว้ ผู้นั้นมีหน้าที่ในการทำการใดๆ เพื่อให้ผู้รับข้อมูบสามารถทราบได้ว่าข้อมูลนั้นเกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์
(3) ระดับผู้ประยุกต์ใช้ ที่มีหน้าที่เพิ่มเติมจากผู้ใช้งานทั่วไป คือ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามเฉพาะกรณีที่กำหนดไว้
(4) หน้าที่ของแพลตฟอร์มในการจัดให้มีระบบตรวจจับผลลัพธ์ที่เกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ทราบ และกระบวนการติดป้าย (Labelling) สำหรับกรณีที่ประชาชนแจ้งและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
3.5 การคุ้มครองผู้ใช้บริการในประเทศไทย ซึ่งมุ่งรักษาความเป็นอิสระและความสามารถทางยุทธศาสตร์ด้านระบบปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไม่ให้เผชิญข้อจำกัดด้านสัญญา และการกำหนดลักษณะการประยุกต์ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ควรต้องประมวลผลข้อมูลในประเทศ ที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ
หมวด 4 “การควบคุมดูแล”
มีหลักการสำคัญ คือกำหนดกลไกบังคับใช้กฎหมาย เมื่อสำนักงานเห็นว่าผู้ให้บริการหรือผู้ประยุกต์ใช้ยังไม่มีมาตรการ ระบบ หรือกลไกที่เหมาะสมเพียงพอตามบทบัญญัติบางมาตรา หรือแม้มีมาตรการแล้วแต่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่อาจกระทบผู้ใช้บริการ ประชาชน หรือประโยชน์สาธารณะ สำนักงานอาจมีหนังสือให้แก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมมาตรการภายในเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตาม สำนักงานอาจสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการให้บริการหรือเรียกคืนสินค้าที่เกี่ยวข้องชั่วคราว หรือสั่งให้ผู้ประยุกต์ใช้ระงับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ได้ และหากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำสั่งต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้ระงับการเผยแพร่ระบบปัญญาประดิษฐ์สู่ผู้ประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
หมวด 5 “การควบคุมดูแลเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว”
มีวัตถุประสงค์ในการทำให้เหตุนั้นอยู่ในการควบคุมให้เร็วที่สุดเป็นหลัก โดยให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการให้บริการ เรียกคืนสินค้า หรือระงับการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ชั่วคราว หากคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ หรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นแล้วกระทบความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือความปลอดภัยสาธารณะ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการและผู้ประยุกต์ใช้ต้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และมาตรการลดความเสี่ยง แล้วแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลและสำนักงานโดยเร็ว อันรวมถึงการเข้าถึงเอกสารทางเทคนิค ข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาหรือทดสอบหรือตรวจสอบยืนยันระบบปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้ความร่วมมือในการทดสอบระบบ ในกรณีที่มีเหตุนั้นมีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างมาก ทั้งนี้ ภายใต้กลไกที่กำกับการใช้หน้าที่และอำนาจที่เหมาะสมและได้สัดส่วน
หมวด 6 “การกำกับและควบคุม”
เป็นหมวดที่กำหนดหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ โดยเฉพาะกรณีที่ประเด็นปัญหาไม่ได้อยู่ภายใต้ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง (sector)
หมวด 7 “บทกำหนดโทษ”
กำหนดความรับผิดทางแพ่งเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงการชดใช้ค่าเสียหายโดยเร็วของผู้เสียหาย และโทษทางปกครองในกรณีที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือคำสั่ง







