thansettakij
thansettakij
รัฐบาล ลุยผลักดันร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI เป็นครั้งแรกของประเทศ

รัฐบาลดัน พ.ร.บ. AI ฉบับแรกประเทศไทย คลอดกฎเหล็กคุมทุกเม็ด พ่วงการพัฒนา

17 ก.ค. 69 | 02:21 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ค. 69 | 02:44 น.

รัฐบาล ลุยผลักดันร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นครั้งแรกของประเทศ คลอดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนา AI ของไทย พร้อมกฎเหล็กคุมเข้มอันตราย 7 หมวดหลัก

KEY

POINTS

  • รัฐบาล โดย สพธอ. (ETDA) กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ. ปัญญาประดิษฐ์ ฉบับแรกของไทย เพื่อสร้างกรอบกฎหมายในการส่งเสริมและกำกับดูแลเทคโนโลยี AI
  • กฎหมายมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการจัดการความเสี่ยง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ AI
  • ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการควบคุมที่สำคัญ เช่น การห้ามใช้ AI ในลักษณะที่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม การกำกับดูแล "ระบบ AI ที่มีความเสี่ยงสูง" เป็นพิเศษ และการสร้างความโปร่งใสสำหรับเนื้อหาที่สร้างโดย AI (Deepfake)
  • กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน AI รวมถึงผู้ให้บริการจากต่างประเทศ และให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลในการสั่งระงับบริการและกำหนดบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม

รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... เพื่อกำหนดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย

ประเด็นปัญหาทำให้ต้องยกร่าง พ.ร.บ. AI

ETDA ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและสังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การให้บริการประชาชน การพัฒนานวัตกรรม การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ 

อย่างไรก็ดี การพัฒนาและการใช้งาน AI ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ ความปลอดภัย ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนได้ หากขาดกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม

ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI ทั้งในมิติของกฎหมาย มาตรฐาน กลไกการกำกับดูแล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ และการคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้งาน AI แม้หน่วยงานของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ จะได้มีการดำเนินนโยบายหรือแนวทางที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่แล้วในบางส่วน 

แต่ยังขาดกรอบกฎหมายกลางที่กำหนดแนวทางการส่งเสริมและกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกัน และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ส่งผลให้ผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ ผู้ใช้งาน หน่วยงานของรัฐ และประชาชน อาจยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ หน้าที่ ความรับผิดชอบ มาตรฐาน หรือกลไกสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ AI 

 

ภาพประกอบข่าว ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. AI

 

นอกจากนี้ การกำกับดูแล AI จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการบริหารจัดการความเสี่ยง กล่าวคือ หากกำกับดูแลเข้มงวดเกินความจำเป็น อาจเป็นอุปสรรคต่อการวิจัย พัฒนา การลงทุน และการนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

แต่หากขาดมาตรการกำกับดูแลหรือมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการใช้ AI ที่ไม่โปร่งใส ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งอาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี AI ในภาพรวม

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นในการจัดทำกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ การสนับสนุนให้เกิดการทดสอบและใช้งาน AI อย่างเหมาะสม การจัดให้มีกลไกด้านมาตรฐาน แนวปฏิบัติ การรับรอง หรือการกำกับดูแลตนเอง 

รวมถึงการกำหนดกลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือประโยชน์สาธารณะ โดยเป้าหมายสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การวางกรอบกฎหมายที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการพัฒนาและการใช้งาน AI 

โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ความสอดคล้องกับแนวทางสากล และความจำเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้การพัฒนา AI ของประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

 

ภาพประกอบข่าว ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. AI

 

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. AI

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... มีดังนี้

หมวด 1 “บททั่วไป” 

มีหลักการสำคัญ คือ การกำหนดนิยามที่สำคัญของกฎหมาย โดยเฉพาะคำว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ ผู้ให้บริการ ผู้ประยุกต์ใช้ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และคณะกรรมการ ซึ่งหมายถึง คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ
หมวด 2 “การส่งเสริมการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์” 

มีหลักการสำคัญประกอบด้วย การจัดให้มีโครงการทดสอบระบบปัญญาประดิษฐ์ การแบ่งปันข้อมูล การจัดทำมาตรฐาน การรับรองบริการที่สนับสนุนการพัฒนาหรือประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ และการจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือกลไกการกำกับดูแลตนเองของภาคอุตสาหกรรม 

หมวด 3 “การควบคุมความเสี่ยงจากระบบปัญญาประดิษฐ์” 

3.1 การกำหนดแนวทางการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องห้าม เช่น การใช้งานในลักษณะการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลในวงกว้างจากการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพิจารณาคุณสมบัติในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือได้มีเทคนิคสื่อสารแบบแฝงเร้นเพื่อกระทบความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเองของผู้ใช้งาน อีกทั้งรองรับการกำหนดการกระทำต้องห้ามเพิ่มเติม 

รวมทั้งกลไกในการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ลักษณะใดหรือประเภทใด ต้องอยู่ภายใต้การกำกับก่อนการประกอบธุรกิจ ทั้งในรูปแบบจดแจ้ง ขึ้นทะเบียน หรืออนุญาต เพื่อรองรับประเด็นความเสี่ยงหรือผลกระทบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือแนวโน้มใหม่ที่เกิดจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

3.2 การกำหนดแนวทางการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยง

(1) กำหนดแนวทางการกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจ (decentralized regulation) โดยให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลในแต่ละภาคส่วนมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน 

ทั้งนี้ หน่วยงานดังกล่าวต้องพิจารณาความเพียงพอของกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลที่มีอยู่ และเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ประเภทใดควรถูกกำหนดให้เป็น “ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูง” และควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมจากกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่

(2) เมื่อมีการกำหนดให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ใดเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ประยุกต์ใช้ (deployer) ย่อมมีหน้าที่ทั่วไปในการบริหารจัดการความเสี่ยงภายในองค์กรทันที โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยง การติดตามผลกระทบ และการกำหนดมาตรการควบคุมหรือบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสม

(3) การกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI provider) และหน้าที่เฉพาะของผู้ประยุกต์ใช้ในแต่ละภาคส่วน จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลสามารถเสนอหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับผู้ประยุกต์ใช้ในภาคส่วนของตน 

ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะด้านยังไม่เพียงพอต่อการจัดการความเสี่ยง รวมทั้งเป็นกลไกกลางที่เปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียร่วมพิจารณาหน้าที่ทั่วไปและหน้าที่เฉพาะของผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจให้บริการครอบคลุมหลายภาคส่วน

(4) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเสนอแนวปฏิบัติ มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือมาตรการกำกับดูแลตนเอง (self-regulation) ที่มีการใช้งานอยู่แล้วในทางปฏิบัติ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณารับรองหรือยกระดับเป็นมาตรการที่มีผลบังคับทางกฎหมาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการพัฒนาและการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์

(5) กำหนดให้ผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีสถานประกอบการหรือที่ตั้งในประเทศไทยต้องแต่งตั้งผู้ประสานงานในราชอาณาจักร เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อและกำกับดูแล ทั้งนี้ สำหรับบริการบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความสำคัญเป็นพิเศษ อาจกำหนดให้ต้องแต่งตั้งผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มเติมได้

3.3 การดูแลความเสี่ยงของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่หน่วยงานของรัฐประยุกต์ใช้ 

(1) การรองรับการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในบริการประชาชน ตลอดจนการดำเนินการที่มีผลในทางกฎหมาย เช่น คำสั่งต่างๆ ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาถึงการกำหนดกรณีที่ไม่ควรประยุกต์ใช้ อาทิ กรณีที่ต้องใช้ดุลพินิจตามข้อเท็จจริงสูง 

(2) การกำหนดให้หน่วยงานที่จะประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในบริการแก่ประชาชนต้องมีการประเมินผลกระทบทางจริยธรรม (Ethical Impact Assessment) 

(3) ระบบทะเบียนเพื่อทราบว่าหน่วยงานของรัฐในประเทศได้มีการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบใดบ้าง เพื่อรองรับกรณีที่มีความเสี่ยงหรือเหตุความผิดพลาดของระบบปัญญาประดิษฐ์ 

3.4 การดูแลความเสี่ยงที่เกิดจากข้อมูลสังเคราะห์ (Deepfakes หรือ AI Generated-output) โดยกำหนดหน้าที่ในเชิงความโปร่งใส ซึ่งประกอบด้วยมาตรการ 4 ระดับ คือ 

(1) ระดับผู้ให้บริการระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่ต้องทำให้ทุกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีส่วนประกอบที่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่อง (machine-readable detection) เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบอัตโนมัติ ตลอดจนหน้าที่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงไม่ให้ระบบของตนเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดเสียเอง และระบบการบันทึกข้อมูล 

(2) ระดับผู้ใช้งานทั่วไป ที่นำผลลัพธ์ที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาทิ พื้นที่แพลตฟอร์ม โดยกรณีที่ผลลัพธ์นั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นความเสี่ยงตามที่กำหนดไว้ ผู้นั้นมีหน้าที่ในการทำการใดๆ เพื่อให้ผู้รับข้อมูบสามารถทราบได้ว่าข้อมูลนั้นเกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ 

(3) ระดับผู้ประยุกต์ใช้ ที่มีหน้าที่เพิ่มเติมจากผู้ใช้งานทั่วไป คือ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามเฉพาะกรณีที่กำหนดไว้ 

(4) หน้าที่ของแพลตฟอร์มในการจัดให้มีระบบตรวจจับผลลัพธ์ที่เกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ทราบ และกระบวนการติดป้าย (Labelling) สำหรับกรณีที่ประชาชนแจ้งและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

3.5 การคุ้มครองผู้ใช้บริการในประเทศไทย ซึ่งมุ่งรักษาความเป็นอิสระและความสามารถทางยุทธศาสตร์ด้านระบบปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไม่ให้เผชิญข้อจำกัดด้านสัญญา และการกำหนดลักษณะการประยุกต์ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ควรต้องประมวลผลข้อมูลในประเทศ ที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ

 

ภาพประกอบข่าว ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. AI

 

หมวด 4 “การควบคุมดูแล”

มีหลักการสำคัญ คือกำหนดกลไกบังคับใช้กฎหมาย เมื่อสำนักงานเห็นว่าผู้ให้บริการหรือผู้ประยุกต์ใช้ยังไม่มีมาตรการ ระบบ หรือกลไกที่เหมาะสมเพียงพอตามบทบัญญัติบางมาตรา หรือแม้มีมาตรการแล้วแต่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่อาจกระทบผู้ใช้บริการ ประชาชน หรือประโยชน์สาธารณะ สำนักงานอาจมีหนังสือให้แก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมมาตรการภายในเวลาที่กำหนด 

ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตาม สำนักงานอาจสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการให้บริการหรือเรียกคืนสินค้าที่เกี่ยวข้องชั่วคราว หรือสั่งให้ผู้ประยุกต์ใช้ระงับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ได้ และหากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำสั่งต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้ระงับการเผยแพร่ระบบปัญญาประดิษฐ์สู่ผู้ประยุกต์ใช้ในประเทศไทย

หมวด 5 “การควบคุมดูแลเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว”

มีวัตถุประสงค์ในการทำให้เหตุนั้นอยู่ในการควบคุมให้เร็วที่สุดเป็นหลัก โดยให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการให้บริการ เรียกคืนสินค้า หรือระงับการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ชั่วคราว หากคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ หรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นแล้วกระทบความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือความปลอดภัยสาธารณะ 

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการและผู้ประยุกต์ใช้ต้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และมาตรการลดความเสี่ยง แล้วแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลและสำนักงานโดยเร็ว อันรวมถึงการเข้าถึงเอกสารทางเทคนิค ข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาหรือทดสอบหรือตรวจสอบยืนยันระบบปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้ความร่วมมือในการทดสอบระบบ ในกรณีที่มีเหตุนั้นมีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างมาก ทั้งนี้ ภายใต้กลไกที่กำกับการใช้หน้าที่และอำนาจที่เหมาะสมและได้สัดส่วน

หมวด 6 “การกำกับและควบคุม”

เป็นหมวดที่กำหนดหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ โดยเฉพาะกรณีที่ประเด็นปัญหาไม่ได้อยู่ภายใต้ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง (sector) 

หมวด 7 “บทกำหนดโทษ”

กำหนดความรับผิดทางแพ่งเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงการชดใช้ค่าเสียหายโดยเร็วของผู้เสียหาย และโทษทางปกครองในกรณีที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือคำสั่ง