thansettakij
thansettakij
ETDA เดินหน้าดูแลผู้สูงวัย บน ‘หมอพร้อม’ ผ่าน Digital ID

ETDA เดินหน้าดูแลผู้สูงวัย บน ‘หมอพร้อม’ ผ่าน Digital ID

26 ก.ค. 69 | 05:30 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ค. 69 | 06:07 น.

ETDA ผนึกสำนักสุขภาพดิจิทัล รพ.พระนั่งเกล้า เดินหน้าพัฒนาระบบ Caregiver บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม นำเทคโนโลยี Digital ID ดูแลสุขภาพ ผู้สูงวัย กลุ่มเปราะบาง

KEY

POINTS

  • ETDA ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบ "Caregiver ID" บนแอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ โดยต่อยอดจาก Digital ID เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถจัดการบริการสุขภาพแทนผู้สูงวัยและกลุ่มเปราะบางได้
  • ผู้ดูแลที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนและยืนยันความสัมพันธ์แล้ว จะสามารถใช้ฟังก์ชันต่างๆ แทนผู้ป่วยได้ เช่น การนัดหมายแพทย์ การตรวจสอบคิว และการดูผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • มีการนำร่องใช้งานระบบแล้วที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งช่วยลดความแออัดและระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • มีแผนขยายผลในอนาคตเพื่อรองรับผู้ดูแลที่ไม่ใช่ญาติ และเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการภาครัฐอื่นๆ

การพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้ ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลนำร่อง จึงเป็นการนำ Digital ID มาต่อยอดสู่ระบบ Caregiver ID เพื่อให้ผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลและจัดการบริการสุขภาพแทนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

Digital ID และจุดเปลี่ยนสู่ Caregiver ID

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า แม้ประชาชนไทยจะคุ้นเคยกับการใช้ Digital ID ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ThaID หมอพร้อม การเปิดบัญชีธนาคารผ่าน NDID หรือบริการภาครัฐต่างๆ แต่โดยส่วนใหญ่ยังเป็นระบบที่ออกแบบมาให้ "เจ้าของตัวตน" เป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง

ETDA ผนึกสำนักสุขภาพดิจิทัล รพ.พระนั่งเกล้า เดินหน้าพัฒนาระบบ Caregiver บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม

อย่างไรก็ตาม ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้เยาว์ และผู้พิการ มักประสบปัญหาด้านอุปกรณ์ ทักษะ หรือสภาพร่างกายที่ไม่สามารถใช้บริการดิจิทัลได้ด้วยตนเอง ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลในครอบครัวหรือผู้ดูแล โจทย์สำคัญของการพัฒนา Digital ID จึงต้องขยายขอบเขตจากการยืนยันว่า “คุณคือใคร” ไปสู่การยืนยันว่า “คุณมีสิทธิดูแลหรือดำเนินการแทนใคร”

ETDA จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักสุขภาพดิจิทัล และหน่วยงานพันธมิตร ในการกำหนดมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Authentication) การตรวจสอบความสัมพันธ์ การกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้าง Caregiver ID ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยระดับสูงกับความสะดวกในการใช้งานผ่านระบบอัตโนมัติ เพื่อลดภาระทั้งของประชาชนและเจ้าหน้าที่

บริการ Caregiver บน "หมอพร้อม"

นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล ระบุว่าการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลมุ่งเน้นการออกแบบตามเส้นทางการรับบริการของผู้ป่วย (Patient Journey) ซึ่ง Caregiver จะเข้ามาเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ดูแลและผู้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยยังคงเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล

ด้าน นพ.นิรทร ศรีสุโข รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล ได้อธิบายขั้นตอนการทำงานของระบบ Caregiver บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม ดังนี้:

1. การสร้างตัวตนดิจิทัล: ผู้ดูแลต้องสมัครใช้งานแอปพลิเคชันหมอพร้อมและผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนจนได้รับ Health ID

2. การเพิ่มผู้รับการดูแล: ผู้ดูแลทำการเพิ่มข้อมูลของบุคคลที่อยู่ภายใต้การดูแลเข้าสู่ระบบ

3. การตรวจสอบความสัมพันธ์: ระบบจะเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง เพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงหักล้างไม่ได้

4. การอนุมัติสิทธิ: เมื่อยืนยันความสัมพันธ์ถูกต้อง ผู้ดูแลจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและดำเนินการแทนตามเงื่อนไขที่กำหนด

เมื่อผ่านการอนุมัติ ผู้ดูแลจะสามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ แทนผู้ป่วยได้ เช่น การนัดหมายและเช็กคิวออนไลน์ การดูประวัติวัคซีน การรับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ การรับใบนัดอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการสอบถามคำแนะนำการดูแลผ่าน AI Chatbot ซึ่งกลไกนี้ช่วยลดขั้นตอนการสอบถามข้อมูลซ้ำซ้อน และลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเห็นได้ชัด

นำร่องใช้งานจริง รพ.พระนั่งเกล้า

นพ.ศิรสิทธิ์ สถิรเจริญกุล นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เปิดเผยถึงผลการนำร่องใช้งานว่า ในอดีตผู้ป่วยและญาติจำต้องเดินทางมาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอคิวและรับผลตรวจ แต่เมื่อนำระบบ Digital ID และหมอพร้อมมาบูรณาการ ตั้งแต่การทำบัตรออนไลน์ นัดหมาย ตรวจสอบคิวจากระยะไกล ไปจนถึงการรับผลเลือดพร้อมคำอธิบายผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยลดความแออัดและระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ยังคงมีกระบวนการตรวจสอบตัวตนผ่านบัตรประชาชนหรือแอปพลิเคชัน ThaID ที่เชื่อมโยงกับระบบของโรงพยาบาล พร้อมการยืนยันชื่อ-นามสกุลซ้ำในทุกจุดบริการ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ควบคู่กับการจัดส่งยาถึงบ้าน ซึ่งผู้ใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งยาตามเงื่อนไขที่กำหนด

ผนึกพันธมิตรขยายเครือข่ายในอนาคต

การพัฒนาระบบ Caregiver ในระยะถัดไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดตามทะเบียนราษฎร์เท่านั้น แต่สำนักสุขภาพดิจิทัลอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางพิสูจน์ตัวตนรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับผู้ดูแลคนพิการและผู้ดูแลที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด

โดยมีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ดูแลคนพิการแบบเรียลไทม์ รวมถึงการขยายผลไปยังกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงผ่านการทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข ETDA และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ในการเชื่อมโยง Health ID และ Care Receiver ID เข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อรองรับการส่งต่อเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบรับรองแพทย์ดิจิทัล และใบรับรองแพทย์คนพิการ

ETDA มองว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Caregiver ID นี้ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดกับบริการภาครัฐอื่นๆ ทั้งด้านการศึกษาและสวัสดิการสังคม เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการดิจิทัลภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัยในอนาคต