
IBM เดินเกมควอนตัม 2 ระบบ ซื้อห้องวิจัย HRL ของ Boeing-GM
IBM เข้าซื้อ HRL Laboratories ห้องวิจัยควอนตัมของ Boeing และ General Motors เพิ่มเทคโนโลยี “สปินอิเล็กตรอน” ควบคู่ระบบตัวนำยิ่งยวด วางกลยุทธ์สองทางรับการแข่งขันจาก Google และ Microsoft
KEY
POINTS
- IBM บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ HRL Laboratories ห้องปฏิบัติการวิจัยควอนตัมที่ถือหุ้นโดย Boeing และ General Motors (GM)
- การซื้อกิจการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม 2 รูปแบบควบคู่กัน เพื่อกระจายความเสี่ยง
- IBM จะได้เทคโนโลยี "สปินอิเล็กตรอน" (Electron Spin) ของ HRL มาเสริมกับเทคโนโลยี "ตัวนำยิ่งยวด" (Superconductors) ที่บริษัทมีอยู่เดิม
ไอบีเอ็ม หรือ IBM บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ HRL Laboratories ห้องปฏิบัติการวิจัยคอมพิวเตอร์ควอนตัมเอกชน ซึ่งโบอิ้ง (Boeing) และเจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ถือหุ้นร่วมกัน
การซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนว่า IBM ไม่ต้องการพึ่งพาเทคโนโลยีควอนตัมเพียงแนวทางเดียว แต่เลือกพัฒนาเทคโนโลยี 2 รูปแบบควบคู่กัน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริงในอนาคต
ปัจจุบัน IBM กำลังแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google และ Microsoft เพื่อพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมให้สามารถแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งคอมพิวเตอร์ทั่วไปอาจต้องใช้เวลาหลายพันปีในการประมวลผล
เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ลดความเสี่ยงเดิมพันทางเดียว
แม้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกเชื่อว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าเทคโนโลยีรูปแบบใดจะมีประสิทธิภาพและเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด
บริษัทและห้องวิจัยต่าง ๆ จึงพัฒนาวงจรควอนตัมหลายแนวทาง โดยการซื้อ HRL จะทำให้ IBM มีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรูปแบบ จากเดิมที่เน้นการสร้างวงจรควอนตัมด้วยตัวนำยิ่งยวด หรือ Superconductors
ส่วน HRL เชี่ยวชาญการสร้างหน่วยประมวลผลควอนตัม หรือ “คิวบิต” โดยใช้คุณสมบัติการหมุนของอิเล็กตรอน ซึ่งเรียกว่า Electron Spin
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ สามารถสร้างวงจรให้มีขนาดเล็กกว่าวงจรตัวนำยิ่งยวด ขณะที่กระบวนการผลิตยังสามารถใช้เครื่องจักรประเภทเดียวกับการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้
IBM ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของการซื้อกิจการ แต่ระบุว่า Boeing และ General Motors จะยังคงร่วมมือกับ IBM ในการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมต่อไป หลังธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์
มองไกลหลังส่งมอบระบบ Blue Jay ปี 2033
เจย์ แกมเบตตา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IBM ระบุว่า เทคโนโลยีวงจรขนาดเล็กของ HRL จะมีความสำคัญต่อแผนงานระยะยาวของบริษัท หลัง IBM ส่งมอบระบบ “Blue Jay” ซึ่งใช้ชิปตัวนำยิ่งยวดตามเป้าหมายในปี 2033
แกมเบตตากล่าวว่า ทีมงาน IBM เชื่อว่าอนาคตของคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจใช้เทคโนโลยีสปินอิเล็กตรอน เทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด หรืออาจเป็นการผสมผสานทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน
เขายังประเมินว่า HRL มีทีมวิจัยด้าน Spin Qubit ที่แข็งแกร่งระดับโลก และเป็นเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานรองรับการนำมาทำงานร่วมกับระบบของ IBM ได้
ในระยะต่อไป ทีมงานของ HRL ซึ่งปัจจุบันผลิตชิปอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเริ่มผลิตชิปที่โรงงานเทคโนโลยีขั้นสูงของ IBM ในรัฐนิวยอร์ก
IBM ยังมีแผนเปิดตัวความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัมแบบ Spin ซึ่งพัฒนาควบคู่กับระบบตัวนำยิ่งยวดในเร็ว ๆ นี้
บิ๊กเทคเร่งกระจายเดิมพันควอนตัม
การเพิ่มเทคโนโลยีควอนตัมรูปแบบที่สองของ IBM เกิดขึ้นหลัง Google เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน โดยเพิ่มการพัฒนาระบบควอนตัมที่ใช้ “อะตอมเป็นกลาง” หรือ Neutral Atoms เข้ามาเสริมเทคโนโลยีเดิม
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมควอนตัมไม่ได้อยู่ที่การเร่งสร้างเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการแข่งขันเพื่อค้นหาว่าเทคโนโลยีใดจะสามารถลดขนาด เพิ่มความเสถียร และผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ก่อนคู่แข่ง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะสนับสนุนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ให้ IBM จัดตั้งบริษัทแห่งใหม่ชื่อ “Anderon” ในเมืองนิวออลบานี รัฐนิวยอร์ก เพื่อเป็นฐานผลิตชิปให้บริษัทควอนตัมของสหรัฐฯ
การเข้าซื้อ HRL จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มทีมวิจัยให้ IBM แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างตั้งแต่งานวิจัย การออกแบบ ไปจนถึงการผลิตชิป เพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ควอนตัมระยะยาว
ที่มา Reuters







