
Apple ทวงบัลลังก์บริษัทมูลค่าสูงสุดโลก แซง NVIDIA จ่อแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์
Apple กลับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังราคาหุ้นเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แซง Nvidia ระหว่างการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ ดันมาร์เก็ตแคปแตะ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 161.7 ล้านล้านบาท) ใกล้ก้าวสู่ระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กรครั้งสำคัญ
KEY
POINTS
- Apple กลับขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง แซงหน้าคู่แข่งอย่าง Nvidia
- มูลค่าบริษัทของ Apple ขยับขึ้นแตะระดับ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ และมีเป้าหมายถัดไปที่ 5 ล้านล้านดอลลาร์ จากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
- การทวงคืนตำแหน่งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกับ Nvidia กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
Apple กลับมาครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดของโลกอีกครั้ง หลังราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทสามารถแซงหน้า Nvidia ได้ระหว่างการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันศุกร์
หุ้น Apple ฟื้นแรง ทวงคืนอันดับ 1 มาร์เก็ตแคปโลก
ราคาหุ้น Apple ปรับเพิ่มขึ้นรวม 17 จุดภายในสัปดาห์เดียว จากแรงซื้อของนักลงทุนที่กลับเข้ามาหลังหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทขยับขึ้นแตะระดับ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 161.7 ล้านล้านบาท)
การกลับขึ้นมาเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของโลกครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของ Apple แม้ตลาดเทคโนโลยีโลกกำลังแข่งขันอย่างเข้มข้นจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)
จ่อหมุดหมาย 5 ล้านล้านดอลลาร์ แข่งเดือด Nvidia
เป้าหมายถัดไปของ Apple คือการก้าวผ่านระดับมูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งสถิติสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
ก่อนหน้านี้ Nvidia สร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทแรกที่สามารถทะลุระดับมูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านล้านบาท) จากแรงหนุนของธุรกิจชิปประมวลผลสำหรับ AI และความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของหุ้น Apple ทำให้การแข่งขันระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดย Nvidia เป็นผู้นำในตลาดชิป AI ขณะที่ Apple ยังคงมีจุดแข็งจากระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ ฐานผู้ใช้งานทั่วโลก และธุรกิจบริการดิจิทัลที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง
RAM ขาดแคลนกดดันระยะสั้น แต่หุ้นยังเดินหน้าทำสถิติ
ก่อนหน้านี้หุ้น Apple เผชิญแรงกดดัน หลังบริษัทประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หลายรายการ ทั้ง Mac, iPad และอุปกรณ์อื่น ๆ จากผลกระทบของภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ RAM ในตลาดโลก
ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นสร้างความกังวลต่อแนวโน้มกำไรของบริษัทในระยะสั้น แต่นักลงทุนกลับมองว่าความแข็งแกร่งของแบรนด์ Apple ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และความสามารถในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าว
แรงซื้อที่กลับเข้ามา ส่งผลให้ราคาหุ้นสามารถฟื้นตัวและเดินหน้าสู่ระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง
Apple เข้าสู่ยุคใหม่ เปลี่ยนผ่าน Tim Cook สู่ John Ternus
นอกจากปัจจัยด้านราคาหุ้นแล้ว นักลงทุนยังจับตาการเปลี่ยนผ่านผู้นำของ Apple หลังบริษัทประกาศให้ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ต่อจาก ทิม คุก (Tim Cook)
โดยเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของคุกในฐานะ CEO ก่อนเปลี่ยนไปรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ของคณะกรรมการบริษัท เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ Apple ต่อไป
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เมื่อ AI กลายเป็นปัจจัยหลักในการแข่งขันระหว่างบริษัทระดับโลก โดยตลาดจับตาว่า Apple ภายใต้การนำของเทอร์นัส จะสามารถเร่งการพัฒนา AI และรักษาความได้เปรียบในตลาดผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด
ศึกชิงบัลลังก์เทคโนโลยีโลกยังไม่จบ
การกลับมาของ Apple ในตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงที่สุดของโลก สะท้อนภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้วัดกันเพียงยอดขายอุปกรณ์ แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างแพลตฟอร์ม AI บริการดิจิทัล และระบบนิเวศเทคโนโลยีในระยะยาว
ขณะที่ Apple กำลังมุ่งหน้าสู่ระดับมูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านล้านบาท) Nvidia ยังคงเดินหน้าขยายความเป็นผู้นำในตลาดชิป AI ทำให้การแข่งขันระหว่างสองบริษัทจะเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลกในอนาคต
ที่มา 9to5mac







