
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดพุ่งรับแรงซื้อหุ้นชิป AI ก่อนงบไตรมาสสอง
S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI นำโดย Broadcom หลังขยายความร่วมมือกับ Apple ขณะที่นักลงทุนคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทเทคโนโลยีจะออกมาแข็งแกร่ง
KEY
POINTS
- ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวเพราะคาดว่า AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการไตรมาส 2 ให้เติบโต
- หุ้น Broadcom พุ่งขึ้นโดดเด่นหลังขยายสัญญาความร่วมมือพัฒนาและจัดหาชิปให้กับ Apple
- การปรับตัวขึ้นของตลาดกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้นักลงทุนที่ไม่ได้ถือหุ้นกลุ่มนี้แทบไม่ได้รับประโยชน์
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันจันทร์ (6 ก.ค.) โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลัง Broadcom และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายอื่นพุ่งขึ้น จากแรงซื้อหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งนักลงทุนคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง
Broadcom พุ่งขึ้น 3.7% หลังผู้ผลิตชิปและ Apple บรรลุข้อตกลงขยายสัญญาความร่วมมือไปจนถึงปี 2031 เพื่อร่วมพัฒนาและจัดหาชิปแบบออกแบบเฉพาะ (Custom Chips) หลายประเภท
ตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้นักลงทุนที่ไม่ได้ถือหุ้นในกลุ่มดังกล่าวแทบไม่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของตลาด ขณะที่ยังมีความเสี่ยง หากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด
เจค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Longbow Asset Management กล่าวว่า นี่เป็นตลาดที่ทิ้งนักลงทุนจำนวนมากไว้ข้างหลัง หากไม่ได้ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีบางตัว หรือไม่ได้อยู่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก็แทบจะพลาดการปรับตัวขึ้นทั้งหมดของตลาด
ความต้องการลงทุนในหุ้นชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI
อานิสงส์จากความต้องการลงทุนในหุ้นชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ SK Hynix ของเกาหลีใต้ เตรียมเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายในสัปดาห์นี้
หุ้น Microsoft ร่วงเกือบ 1% หลังบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เปิดเผยว่าจะปรับลดพนักงานประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมด หรือราว 4,800 ตำแหน่ง
โธมัส เฮย์ส ประธาน Great Hill Capital LLC กล่าวว่า ตลาดมองว่า Microsoft ไม่สามารถรองรับการใช้จ่ายด้านเงินลงทุน (CapEx) ทั้งหมดได้ และยังไม่มีผลตอบแทนจากเงินลงทุน (Return on Invested Capital) ที่ชัดเจน ดังนั้น การเลือกปลดพนักงานแทนการชะลอการใช้จ่ายด้าน CapEx จึงถูกมองว่าเป็นปัจจัยลบ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ สถาบัน Institute for Supply Management (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 54.0 ในเดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์
หุ้น SpaceX ลดลง 1% โดยมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนปิดการซื้อขาย ขณะที่บริษัทด้านจรวดและ AI ของอีลอน มัสก์ มีกำหนดเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.72% ปิดที่ 7,537.43 จุด
ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.12% ปิดที่ 26,121.16 จุด ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.29% ปิดที่ 53,055.91 จุด รายงานระบุว่า แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลงภายในดัชนียังคงมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในอัตราส่วน 1.3 ต่อ 1
หลังการปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 และยังคงต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนอยู่ประมาณ 1%
ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐมีกำหนดทยอยประกาศผลประกอบการรายไตรมาสในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นักลงทุนมีความคาดหวังต่อผลประกอบการในระดับสูง
นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีกำไรรวมในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลของ LSEG I/B/E/S โดยกำไรของกลุ่มเทคโนโลยีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 65% ทั้งนี้ Delta Air Lines และ PepsiCo มีกำหนดประกาศผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้
หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดประเมินโอกาส 25% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานในการประชุมวันที่ 29 กรกฎาคม ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME
ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด หลังการประชุมเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ เควิน วอร์ช โดยรายงานการประชุมจะเผยแพร่ในวันพุธนี้
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการ Fed กล่าวว่า การสื่อสารแนวโน้มนโยบายล่วงหน้า (Forward Guidance) สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยเร่งให้ผลของนโยบายการเงินส่งผ่านสู่เศรษฐกิจได้เร็วขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ หากใช้อย่างขาดความยืดหยุ่น
หุ้น O'Reilly Automotive ร่วง 6.7% หลัง Bloomberg News รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Genuine Parts ด้วยเงินสด ส่งผลให้หุ้น Genuine Parts ลดลงราว 3%
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐค่อนข้างเบาบาง โดยมีการซื้อขายหุ้นรวม 16,800 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 23,400 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการก่อนหน้า





