
เปิด ‘Thaimart’ อีคอมเมิร์ซสายพันธุ์ไทย ชู GP 0% สู้แพลตฟอร์มต่างชาติ
นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ เปิดตัว’Thaimart’อีคอมเมิร์ซสายพันธุ์ไทย ชู GP 0% ปีแรก ประกาศ 7 คำมั่นหนุนผู้ประกอบการ สร้างแพลตฟอร์มที่เติบโตไปพร้อมร้านค้า เน้นสินค้าคุณภาพและของแท้
KEY
POINTS
- เปิดตัว ‘Thaimart’ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย เพื่อเป็นทางเลือกและสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างเป็นธรรม
- ชูนโยบายไม่เก็บค่าธรรมเนียม (GP 0%) ในปีแรก เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ร้านค้าสามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้
- เน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพสินค้าแทนการทำสงครามราคา พร้อมคัดกรองสินค้าถูกกฎหมายและเป็นของแท้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
- ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “ความเป็นธรรมต้องมาก่อน” โดยประกาศ 7 คำมั่นสัญญาเพื่อสร้างความโปร่งใสและเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้า
นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้เปิดตัว Thaimart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นการทำตามคำมั่นที่เคยประกาศไว้ว่าจะสร้างแพลตฟอร์มของคนไทย พร้อมย้ำว่า ผู้ประกอบการไทยควรมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอนาคตของธุรกิจตัวเอง ไม่ใช่เติบโตภายใต้กติกาที่ผู้อื่นกำหนด
“เราไม่ได้สร้างเพียงมาร์เก็ตเพลส แต่กำลังสร้างบ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย”
การพัฒนาแพลตฟอร์มครั้งนี้เกิดจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย การปรับอัลกอริทึม และการระงับบัญชีของแพลตฟอร์มต่าง ๆ จนกลายเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการออนไลน์กำลังเผชิญความท้าทายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่สูงขึ้น ค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่ทำให้แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรกลับลดลง ขณะเดียวกัน สินค้าที่ไม่มีคุณภาพยังเข้ามาแข่งขันในตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพแข่งขันได้ยาก
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงพัฒนา Thaimart ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสร้างผลกำไรได้มากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
เปิดตัวด้วย GP 0% ปีแรก
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Thaimart คือการยกเว้นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) 0% สำหรับร้านค้าที่เปิดร้านบนแพลตฟอร์มในปีแรก ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ถึง 6 กรกฎาคม 2570 ก่อนปรับเข้าสู่โครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันได ได้แก่ ปีที่ 2 จัดเก็บ GP สูงสุด 5% ปีที่ 3 สูงสุด 8% และปีที่ 4 สูงสุด 10% โดยอัตราดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า การไม่จัดเก็บค่าธรรมเนียมในปีแรกจะช่วยให้ร้านค้ามีกำไรเหลือสำหรับบริหารธุรกิจ และสามารถกำหนดราคาสินค้าได้ไม่แพงกว่าแพลตฟอร์มที่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสูง
นอกจากนี้ บริษัทยังจัดแคมเปญส่งฟรีสำหรับ 100,000 ออเดอร์แรกของทั้งแพลตฟอร์ม โดยไม่จำกัดวงเงินค่าจัดส่งต่อชิ้น เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในช่วงเริ่มต้น หลังครบจำนวนสิทธิ์ ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งเอง
ด้านระบบโลจิสติกส์ ผู้ใช้งานสามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้เอง ไม่ว่าจะเป็น Flash Express, KEX หรือไปรษณีย์ไทย โดยไม่มีการบังคับใช้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพบริการ และในอนาคตบริษัทอาจพัฒนาระบบขนส่งของตัวเอง หากสามารถช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภคได้
ชูสินค้าคุณภาพ ไม่แข่งสงครามราคา
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า กลยุทธ์การแข่งขันของ Thaimart จะไม่เน้นการเผาเงินหรือแจกคูปองเพื่อแข่งขันด้านราคา แต่จะมุ่งแข่งขันด้วยคุณภาพสินค้า เพราะเชื่อว่าหากผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ก็จะเลือกกลับมาใช้บริการอีก
สำหรับการคัดเลือกร้านค้า บริษัทกำหนดให้สินค้าทุกประเภทต้องถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต เช่น อย. หรือ มอก. จะต้องมีเอกสารรับรองครบถ้วน ขณะที่สินค้าแฮนด์เมดสามารถจำหน่ายได้หากไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสินค้าไทยเท่านั้น แต่ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นของแท้
ประกาศ 7 คำมั่นต่อคู่ค้า
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า Thaimart ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Partner Success”หรือ “เพื่อนรวย เราสำเร็จ” โดยเชื่อว่าหากผู้ประกอบการมีผลกำไรและเติบโตได้ แพลตฟอร์มก็จะเติบโตตามไปด้วย จึงไม่ได้วัดความสำเร็จจากยอดขายของแพลตฟอร์ม แต่เริ่มจากความสำเร็จของร้านค้า เพราะผู้ค้าต้องอยู่รอดก่อน แพลตฟอร์มจึงจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ บริษัทประกาศใช้หลัก “Fair First” หรือ “ความเป็นธรรมต้องมาก่อน” เป็นแนวทางในการออกแบบระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการ ลูกค้า และแพลตฟอร์มเติบโตไปด้วยกัน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านเครื่องมือสำหรับการขาย องค์ความรู้ในการทำธุรกิจ และโอกาสในการขยายตลาดออนไลน์
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้าและผู้บริโภค บริษัทได้ประกาศคำมั่นสัญญา 7 ข้อ ได้แก่
- ไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบคู่ค้า แต่จะเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
- กำหนดกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถอธิบายให้คู่ค้าเข้าใจได้
- ยืนอยู่บนหลักความเป็นธรรมและความถูกต้อง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด
- เปิดโอกาสให้คู่ค้าและลูกค้าสามารถสื่อสารกับแพลตฟอร์ม และได้รับการแก้ไขปัญหา
- จัดการสินค้าปลอมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าแท้
- สนับสนุนผู้ประกอบการสร้างแบรนด์ผ่าน Thaimart Academy ไม่ใช่เพียงสร้างยอดขาย
- รับฟัง แก้ไข และรับผิดชอบต่อทุกข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มอย่างเต็มที่
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า บริษัทใช้เงินลงทุนจากทุนส่วนตัวทั้งหมด ไม่มีนักลงทุนต่างชาติหรือกลุ่มทุนรายใหญ่ร่วมลงทุน ทำให้สามารถกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจได้อย่างอิสระ ปัจจุบันมีบุคลากรรองรับการดำเนินงาน 450 คน และไม่ได้มุ่งสร้างผลกำไรในระยะสั้น โดยคาดว่าจะเริ่มสร้างกำไรหลังผ่านช่วง 5 ปีแรก เนื่องจากต้องการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
“ความสำเร็จของ Thaimart จะไม่ได้วัดจากตัวเลข GMV แต่จะวัดจากรอยยิ้ม ความสำเร็จ และกำไรของผู้ประกอบการ เพราะเมื่อผู้ประกอบการเติบโตได้ แพลตฟอร์มก็จะเติบโตไปพร้อมกัน”







