thansettakij
thansettakij
ลาซาด้าผ่าอินไซต์นักช้อปไทย เกมอีคอมเมิร์ซครึ่งปีหลังวัดกันที่ “ความชัวร์”

ลาซาด้าผ่าอินไซต์นักช้อปไทย เกมอีคอมเมิร์ซครึ่งปีหลังวัดกันที่ “ความชัวร์”

06 ก.ค. 69 | 11:08 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 11:11 น.

ลาซาด้า เผย 3 เทรนด์อีคอมเมิร์ซ ระบุนักช้อปไทย “ช้อปฮีลใจ-ยอมเปย์ซื้อความชัวร์-แชตรัวถาม AI” สะท้อนอีคอมเมิร์ซไทยเข้าสู่ยุค Confidence Commerce แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่ตลาดออนไลน์ แ

KEY

POINTS

  • นักช้อปไทยมีแนวโน้มใช้การซื้อสินค้าเพื่อดูแลตัวเองและเยียวยาจิตใจ (ช้อปฮีลใจ) มากขึ้น โดยสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามเติบโตสูง
  • ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อความมั่นใจในคุณภาพและสินค้าที่เป็นของแท้จากแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
  • การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเลือกซื้อสินค้ามีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพื่อช่วยคัดกรองและสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ

ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดอินไซต์พฤติกรรมนักช้อปไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ก่อนเข้าสู่การแข่งขันอีคอมเมิร์ซครึ่งปีหลัง พบ 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภค ตั้งแต่การซื้อสินค้าเพื่อดูแลตัวเองและเยียวยาจิตใจ การยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ไปจนถึงการใช้ AI เป็นผู้ช่วยก่อนตัดสินใจกดสั่งซื้อ

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ได้มีบทบาทเพียงพื้นที่ซื้อขายสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทั้งด้านความสะดวก ความสบายใจ ความบันเทิง และความเชื่อมั่น ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวโน้ม “Confidence Commerce” หรือการค้าที่ขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจของผู้บริโภค

ช้อปฮีลใจ สินค้า Self-Care โตแรง

เทรนด์แรกที่ลาซาด้าพบคือ “ช้อปฮีลใจ” เมื่อนักช้อปยุคใหม่ใช้การซื้อสินค้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสุขในพื้นที่ส่วนตัว หรือ Comfort Zone ทั้งการให้รางวัลตัวเอง การดูแลสุขภาพ และการเยียวยาจิตใจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสถานการณ์รอบตัวที่มีความไม่แน่นอนสูง

 

พฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน Global Consumer Trends ของ Euromonitor ที่ระบุว่า 58% ของผู้บริโภคทั่วโลกเผชิญความเครียดระดับปานกลางถึงสูงทุกวัน ขณะที่ 2 ใน 3 ของผู้บริโภคมองหาสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับตลาดไทย ลาซาด้าพบว่า กระแส Self-Care ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยสินค้าคูปองดิจิทัลในกลุ่ม Wellness บิวตี้ สุขภาพ และสปา เติบโตกว่า 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ช่วงแคมเปญใหญ่ 6.6 สินค้ากลุ่มอุปกรณ์ออกกำลังกายมียอดคำสั่งซื้อมากกว่าช่วงเวลาปกติถึง 5 เท่า ส่วนหมวดอาหารเสริมเติบโตถึง 10 เท่า สะท้อนว่านักช้อปไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือการกลับมาของ “สกุชชี่” หรือ Squishy ไอเทมคลายเครียดที่ได้รับความนิยมในช่วงแคมเปญ 6.6 โดยมียอดค้นหาพุ่งสูงเกิน 30,000 ครั้ง และติดกลุ่มสินค้ามาแรง สะท้อนว่าการช้อปปิงไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะความจำเป็น แต่ยังเชื่อมโยงกับอารมณ์ ความผ่อนคลาย และความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

 

ยอมเปย์ซื้อความชัวร์ แบรนด์แท้ยังเป็นตัวแปรสำคัญ

เทรนด์ที่สองคือ นักช้อปไทยยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อ “ความชัวร์” โดยเฉพาะสินค้าแท้ สินค้าคุณภาพ และสินค้าจากแพลตฟอร์มหรือร้านค้าที่น่าเชื่อถือ

ลาซาด้าระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยอ้างอิงรายงานของ Momentum Works ซึ่งระบุว่า ปี 2568 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตเร็วและสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 69% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายงานของ We Are Social พบว่า คนไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มนักช้อปออนไลน์ที่คึกคักที่สุด โดย 69% ซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณคำสั่งซื้อ แต่ยังชี้ให้เห็นว่านักช้อปไทยกำลังเลือกซื้ออย่างมีคุณภาพมากขึ้น มองหาความคุ้มค่าในระยะยาว และให้ความสำคัญกับความมั่นใจหลังการซื้อ

ในแคมเปญ 6.6 ที่ผ่านมา ยอดขายของ LazMall เติบโตสูงถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายรวมของทั้งแพลตฟอร์มเติบโต 3 เท่า สะท้อนว่านักช้อปยังให้ความสำคัญกับ “ของแท้จากแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้”

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังพบว่ายอดขายของแบรนด์ดังจากต่างประเทศและสินค้าที่อยู่ในกระแสเติบโตถึง 210% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแบรนด์อย่าง Stanley และ MUVA ติดอันดับสินค้าขายดี แสดงให้เห็นว่านักช้อปไทยเปิดรับแบรนด์ใหม่และแบรนด์ต่างประเทศมากขึ้น หากสินค้านั้นมีคุณภาพ ได้รับการยอมรับ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง

คนไทยคุย AI ฉ่ำ ก่อนตัดสินใจกดซื้อ

เทรนด์ที่สามคือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยระหว่างการช้อปปิง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคต้องเผชิญตัวเลือกจำนวนมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์ AI จึงเข้ามาช่วยลดความซับซ้อน ช่วยคัดเลือกสินค้า และเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ

รายงาน Voice of the Consumer: Digital Shopper Survey ของ Euromonitor ระบุว่า 43% ของนักช้อปทั่วโลกใช้ AI ในการเลือกสินค้าและรับคำแนะนำ ขณะที่ 39% ให้ความสำคัญกับคำแนะนำที่ออกแบบให้เหมาะกับตัวเอง หรือ Personalized Assistance

สำหรับลาซาด้า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 LazzieChat ผู้ช่วยช้อปปิง AI ของลาซาด้า มีส่วนช่วยผลักดันอัตราการสั่งซื้อ หรือ Conversion เพิ่มขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตอกย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์เสริม แต่เริ่มมีบทบาทจริงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

ลาซาด้ายังพบว่า 1 ใน 9 ของนักช้อปไทยคุยกับ LazzieChat เป็นประจำ โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความนิยมคือ LazFortune ฟีเจอร์ดูดวงที่เชื่อมการช้อปปิงออนไลน์เข้ากับพฤติกรรมสายมู ทำให้ประสบการณ์ซื้อสินค้าไม่ได้มีแค่การค้นหาและจ่ายเงิน แต่ยังมีความสนุกและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ทั้ง 3 เทรนด์นี้สะท้อนทิศทางอีคอมเมิร์ซไทยในครึ่งปีหลัง 2569 ว่าการแข่งขันจะไม่ได้วัดกันเฉพาะราคา โปรโมชัน หรือจำนวนสินค้าอีกต่อไป แต่แพลตฟอร์มต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้ครบวงจร ตั้งแต่ความมั่นใจว่าสินค้าเป็นของแท้ ความสะดวกในการเลือกซื้อ ไปจนถึงประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล

สำหรับลาซาด้า แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มในยุค Confidence Commerce ที่เน้นคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ช้อปปิงที่เหนือกว่า เพื่อผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยในระยะยาว