thansettakij
thansettakij
Instagram ปักหมุดไทย ดันฮับครีเอเตอร์–คอมเมิร์ซ ปั้นแบรนด์ขายผ่านแชท

Instagram ปักหมุดไทย ดันฮับครีเอเตอร์–คอมเมิร์ซ ปั้นแบรนด์ขายผ่านแชท

19 มิ.ย. 69 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มิ.ย. 69 | 05:07 น.

Meta ชี้ Instagram ก้าวจากแพลตฟอร์มแชร์ภาพสู่ศูนย์กลางการค้นพบสินค้า การสร้างรายได้ของครีเอเตอร์ และการค้าผ่านแชทในไทย เข้าถึง Gen Z ถึง 80% พร้อมเตรียมขยายฟีเจอร์ Affiliate ร่วม Shopee สู่ Instagram รับกระแสเศรษฐกิจครีเอเตอร์และคอมเมิร์ซดิจิทัลเติบโต

KEY

POINTS

  • Instagram กำลังเปลี่ยนบทบาทสู่แพลตฟอร์มธุรกิจในไทย โดยเน้นการค้นพบแบรนด์และส่งเสริมการขายผ่านแชท (Conversational Commerce) ซึ่งเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค
  • ผลักดันการตลาดผ่านครีเอเตอร์ (Creator-Led Marketing) ให้เป็นเครื่องมือหลักของแบรนด์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดต้นทุนโฆษณา
  • เตรียมเปิดตัวโปรแกรม Affiliate Commerce ในไทย เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากการแนะนำสินค้าโดยตรง และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้ซื้อ

Instagram กำลังขยับบทบาทจากแพลตฟอร์มแชร์ภาพและวิดีโอ สู่เครื่องมือสำคัญของธุรกิจไทย ทั้งด้านการค้นพบแบรนด์ การทำตลาดผ่านครีเอเตอร์ การขายผ่านแชท และการสร้างรายได้ของผู้ผลิตคอนเทนต์ ท่ามกลางการแข่งขันของแพลตฟอร์มโซเชียลและอีคอมเมิร์ซที่เข้มข้นขึ้น

Meta เปิดเผยว่า Instagram ได้กลายเป็น “The NOW Big Thing” หรือแพลตฟอร์มที่มีบทบาทในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเทรนด์ในอนาคต โดยสามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยได้สูงถึง 80% ขณะที่ผู้ใช้งานกลุ่มมิลเลนเนียล Gen X และ Baby Boomers มากกว่าครึ่งหนึ่งก็ใช้งาน Instagram เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า Instagram ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่น แต่ขยายฐานไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อหลายช่วงวัย ส่งผลให้แพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างการรับรู้ กระตุ้นการซื้อ และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

Discovery Commerce ดันแบรนด์ไทย

ประเด็นธุรกิจที่น่าจับตาคือ พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจากการเลื่อนดูฟีดแบบผ่าน ๆ ไปสู่การค้นหาสินค้าและคอนเทนต์ใหม่อย่างตั้งใจ หรือ Active Discovery

Instagram ปักหมุดไทย ดันฮับครีเอเตอร์–คอมเมิร์ซ ปั้นแบรนด์ขายผ่านแชท

แม้ Facebook ยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีการเข้าถึงสูงในภาพรวมของโซเชียลมีเดีย แต่ Meta ระบุว่า Instagram ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งสำหรับการค้นพบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งานชาวไทยใช้ Instagram เพื่อค้นหาสินค้าและติดตามแบรนด์โดยเฉพาะ

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเติบโตของ Conversational Commerce หรือการซื้อขายผ่านการแชท ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่นิยมสื่อสารกับร้านค้าผ่านข้อความ โดย Meta ระบุว่า ผู้บริโภคไทย 70% ใช้ Instagram Direct Message หรือ DM เพื่อช่วยตัดสินใจซื้อสินค้า

นั่นทำให้ Instagram ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการขาย ตั้งแต่การค้นพบสินค้า การสอบถามข้อมูล การสร้างความมั่นใจ ไปจนถึงการปิดการขายผ่านบทสนทนา

ครีเอเตอร์กลายเป็นสื่อธุรกิจ 

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการทำตลาดผ่านครีเอเตอร์ หรือ Creator-Led Marketing ที่กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักของแบรนด์ในการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีความตั้งใจซื้อสูง

Meta ระบุว่า แคมเปญที่ใช้ Partnership Ads ร่วมกับโฆษณาปกติ หรือ BAU Ads ช่วยลดต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า หรือ CPA ลง 19% เพิ่มอัตราการคลิก หรือ CTR ขึ้น 13% และเพิ่มการจดจำแบรนด์ หรือ Brand Lift ได้สูงถึง 71%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างกระแส แต่กลายเป็น “ช่องทางการตลาดที่วัดผลได้” สำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่แบรนด์ต้องการทั้งความน่าเชื่อถือ การเข้าถึงเฉพาะกลุ่ม และผลลัพธ์ด้านยอดขาย

Instagram ปักหมุดไทย ดันฮับครีเอเตอร์–คอมเมิร์ซ ปั้นแบรนด์ขายผ่านแชท

นางสาวแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า ธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงการสร้างการเข้าถึง แต่ต้องการวิธีเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์ที่น่าดึงดูด เกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์

Meta ยังชี้ว่า ผู้บริโภคไทยมีพฤติกรรมใช้งานหลายแอปพร้อมกันสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 79% ขณะที่ 94% ของผู้ใช้งาน Instagram รายเดือนในประเทศไทย ก็ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกวันหรือทุกเดือน ทำให้กลยุทธ์ข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง Instagram และ Facebook ยังเป็นจุดแข็งสำคัญของ Meta ในตลาดไทย

Affiliate Commerce เปิดเกมใหม่ ครีเอเตอร์ไทยสร้างรายได้

ในฝั่งเศรษฐกิจครีเอเตอร์ Meta มองว่า Instagram กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เปลี่ยนฐานผู้ติดตามเป็นรายได้ที่ยั่งยืน

แพลตฟอร์ม Instagram มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 3 พันล้านคนต่อเดือน เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยขยายฐานผู้ชมออกนอกประเทศ แต่ความสำเร็จในยุคใหม่ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับ “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”

ผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ระบุว่า 81% ของผู้บริโภคมองว่า ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดที่มองหาในตัวครีเอเตอร์ มากกว่าความตลก ความใกล้ชิด หรือความโด่งดัง

คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta กล่าวว่า ครีเอเตอร์ไม่ได้สร้างเพียงฐานผู้ติดตาม แต่กำลังสร้างคอมมูนิตี้ ธุรกิจ และอิทธิพลทางวัฒนธรรม โดย Instagram สนับสนุนผ่านเครื่องมืออย่าง Reels ระบบส่งข้อความ และช่องทางสร้างรายได้โดยตรง

Meta ยังระบุว่า Affiliate Commerce กำลังมีความสำคัญมากขึ้น โดยโปรแกรม Affiliate Partnership เชื่อมต่อครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนเข้ากับบัญชี Affiliate แล้ว สำหรับประเทศไทย Facebook Affiliate Partnership ร่วมกับ Shopee ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และเตรียมนำประสบการณ์ดังกล่าวมาสู่ Instagram ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ความเคลื่อนไหวนี้มีนัยสำคัญต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย เพราะทำให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากการแนะนำสินค้า ขณะที่แบรนด์และร้านค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมอยู่แล้ว

Reels ดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

Reels เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ Meta ใช้ขับเคลื่อนการเติบโตของ Instagram โดยระบุว่า Instagram Reels เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2566

ในระดับโลก ผู้ใช้งานใช้เวลามากกว่า 50% บนแอปไปกับการดู Reels และ Reels ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาส่วนตัว โดย 85% ของคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram DM คือ Reels

สำหรับตลาดไทย พฤติกรรมนี้สะท้อนผ่านการส่ง Reels ให้คนสนิท ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งกลายเป็นรูปแบบการสื่อสารใหม่ และช่วยให้คอนเทนต์ถูกส่งต่อในวงสนทนาที่มีความใกล้ชิดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ครีเอเตอร์ไทยในกลุ่มเฉพาะทาง เช่น สายบิวตี้ สายกิน สายการลงทุน รวมถึงคอนเทนต์วัฒนธรรมอย่างซีรีส์ BL และ T-Pop มีโอกาสขยายฐานแฟนคลับต่างประเทศผ่าน Reels โดยเฉพาะในญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกา

Meta ยังชูเทคโนโลยี AI Reels Translations พร้อมระบบ Lip-Sync ที่ช่วยแปลเสียงพูดอัตโนมัติและปรับการขยับริมฝีปากให้ตรง เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษา และเพิ่มโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยเข้าถึงผู้ชมระดับโลก

Instagram เร่งลงทุนเครื่องมือสร้างรายได้

Meta ระบุว่า Instagram กำลังลงทุนทั้งด้านเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อช่วยครีเอเตอร์ไทยสร้างรายได้ โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือแอป Edits สำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ ซึ่งมียอดดาวน์โหลด 7 ล้านครั้งในสัปดาห์แรก

ฝั่งการสร้างรายได้ Instagram ยังพัฒนาช่องทางหลากหลาย ทั้ง Partnership Ads, Creator Marketplace, Subscriptions และ Affiliate Commerce โดย Partnership Ads สร้างรายได้ระดับโลกกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อนหน้า

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า Instagram กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นมากกว่าโซเชียลมีเดีย แต่เป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้บริโภค แบรนด์ และครีเอเตอร์

สำหรับธุรกิจไทย โอกาสสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีบัญชี Instagram เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การทำโฆษณาร่วมกับครีเอเตอร์ การขายผ่านแชท ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับอีคอมเมิร์ซและ Affiliate Marketing

ในมุมของตลาดโฆษณาและคอนเทนต์ นี่คือสัญญาณว่า “เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทย” กำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยยอดผู้ติดตาม ไปสู่การแข่งขันด้วยความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นรายได้จริง