
Google ปล่อยอัปเดต Chrome เวอร์ชัน 149 แล้ว อุดช่องโหว่ 429 รายการ
ThaiCERT เตือนผู้ใช้ Google Chrome บน Windows, macOS และ Linux เร่งอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 149 หลังพบการแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัย 429 รายการ รวมช่องโหว่วิกฤตเสี่ยงรันโค้ดอันตรายและหลุด Sandbox ยึดเครื่องได้สำเร็จ
KEY
POINTS
- Google ปล่อยอัปเดต Chrome เวอร์ชัน 149 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยรวม 429 รายการ
- การอัปเดตนี้แก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤตหลายรายการ ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานได้
- ThaiCERT แนะนำให้ผู้ใช้งาน Chrome บน Windows, macOS และ Linux เร่งอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยด่วนเพื่อลดความเสี่ยง
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) เปิดเผยว่า Google ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Google Chrome เวอร์ชัน 149 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยรวม 429 รายการ โดยมีช่องโหว่ระดับวิกฤตที่อาจทำให้ผู้โจมตีหลุดออกจากระบบ Sandbox และรันโค้ดอันตรายบนเครื่องของเหยื่อได้
ช่องโหว่วิกฤตเสี่ยงยึดเครื่องผู้ใช้
ThaiCERT ระบุว่า ผู้ใช้งาน Chrome บนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux ที่ยังใช้เวอร์ชันเก่า มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
- Windows ต่ำกว่า 149.0.7827.53 และ 149.0.7827.54
- macOS ต่ำกว่า 149.0.7827.53 และ 149.0.7827.54
- Linux ต่ำกว่า 149.0.7827.53
เปิด 3 ช่องโหว่สำคัญที่ต้องจับตา
ช่องโหว่ส่วนใหญ่ที่ถูกแก้ไขเป็นข้อบกพร่องประเภท Use-after-free (UAF) ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำ ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเข้าควบคุมระบบได้
ช่องโหว่สำคัญประกอบด้วย
- CVE-2026-10881 ระดับวิกฤต (CVSS 9.6) เป็นช่องโหว่ Out-of-bounds Read และ Write ในคอมโพเนนต์ ANGLE
- CVE-2026-10882 ระดับสูง (CVSS 8.8) เป็นช่องโหว่ Use-after-free ในระบบ Network
- CVE-2026-10883 ระดับสูง (CVSS 8.8) เป็นช่องโหว่ Out-of-bounds Write ในคอมโพเนนต์ ANGLE
นอกจากนี้ Google ยังแก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤตเพิ่มเติมอีก 19 รายการที่ค้นพบโดยทีมงานภายในองค์กร ซึ่งอาจถูกใช้โจมตีผ่านเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อเจาะระบบโดยเฉพาะ
ThaiCERT แนะองค์กรเร่งอัปเดตทันที
ThaiCERT แนะนำให้ผู้ดูแลระบบและองค์กรเร่งอัปเดต Chrome บนเครื่องไคลเอนต์และเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็วที่สุด
พร้อมกันนี้ควรตั้งค่านโยบายอัปเดตอัตโนมัติผ่าน Group Policy (GPO) หรือระบบ Mobile Device Management (MDM) เพื่อลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ใหม่ในอนาคต
เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังภัยไซเบอร์
ผู้ดูแลระบบควรติดตามพฤติกรรมการใช้งานเครือข่ายอย่างใกล้ชิด หากพบการเข้าถึงเว็บไซต์ต้องสงสัยหรืออยู่ในฐานข้อมูลภัยคุกคาม ควรดำเนินการบล็อกทันที
ขณะเดียวกัน องค์กรควรสื่อสารให้พนักงานรับทราบความสำคัญของการอัปเดตและรีสตาร์ตเบราว์เซอร์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าชมเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา







