thansettakij
thansettakij
จิสด้า เฉลยแล้ว 'เกาะลอยน้ำปทุมธานี' ไม่ใช่ 'The Eye ดวงตาเมืองไทย'

จิสด้า เฉลยแล้ว 'เกาะลอยน้ำปทุมธานี' ไม่ใช่ 'The Eye ดวงตาเมืองไทย'

09 มิ.ย. 69 | 07:51 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มิ.ย. 69 | 09:59 น.

GISTDA ใช้เทคโนโลยี LiDAR เผยภาพ เกาะลอยน้ำลึกลับ ที่เชื่อว่าคือ “The Eye ดวงตาเมืองไทย” จังหวัดเปทุมธานี ชี้ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติผ่านข้อมูลภูมิประเทศความละเอียดสูงจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ที่แท้คือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้"

KEY

POINTS

  • GISTDA ใช้เทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) สำรวจพื้นที่ปริศนาวงกลมในจังหวัดปทุมธานี ที่เรียกว่า "ดวงตาเมืองไทย" เพื่อไขความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พืชพรรณหนาทึบ
  • ผลการสำรวจเผยว่าแท้จริงแล้วคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่ใช่ร่องรอยการจัดการที่ดินในอดีต
  • เกาะวัชพืชดังกล่าวเกิดจากการสะสมตัวของดินและพืชที่หลุดจากฝั่ง แล้วหมุนรอบตัวเองจากแรงลมจนเสียดสีกับตลิ่งโดยรอบ กลายเป็นรูปทรงวงกลมที่สมบูรณ์แบบ

ภาพลวดลายวงกลมปริศนาที่มีสีสันแปลกตาที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่ภาพวาดศิลปะหรือภาพถ่ายจากดาวเทียมทั่วไป แต่เป็น "แผนที่ความสูงจากจุดข้อมูล (Point Cloud)" ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับร่วมกับเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging)” ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)  หรือ จิสด้า (GISTDA) ซึ่งได้เข้าไปช่วยไขปริศนาความลับของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดปทุมธานี หรือที่เรียกกันว่า "ดวงตาเมืองไทย"
 
ไลดาร์ (LiDAR) ทะลวงม่านใบไม้ เผยให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พืชพรรณอย่างละเอียด ในพื้นที่ชุ่มน้ำของปทุมธานีที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้หนาทึบ การมองจากภาพถ่ายทางอากาศปกติอาจเห็นเพียงผืนป่าสีเขียวที่กลมกลืนกันไปหมด แต่เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์ลงมายังพื้นผิวโลกแล้วจับเวลาที่แสงสะท้อนกลับไปที่ตัวรับสัญญาณ ทำให้สามารถวัด "ความสูง" และ "ระยะทาง" ได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร

เมื่อนำข้อมูลมาสร้างเป็นภาพ 3 มิติ (ดังภาพที่ปรากฏ) จะมีการใช้ "สี" แทนระดับความสูง สีเขียว เหลือง และส้ม แทนความสูงระดับยอดไม้หรือพุ่มพงที่ขึ้นปกคลุมหนาแน่น

สีฟ้าและน้ำเงิน แทนระดับพื้นผิวดินหรือพื้นที่ที่ต่ำกว่า รอยแยกสีดำรูปวงพระจันทร์ (ร่องน้ำ): คือจุดสำคัญที่ LiDAR ไม่สามารถสแกนทะลุลงไปในบริเวณที่เป็นน้ำได้ ทำให้มองเห็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นสีดำ

จิสด้า เฉลยแล้ว 'เกาะลอยน้ำปทุมธานี' ไม่ใช่ 'The Eye ดวงตาเมืองไทย'

จากร่องรอยเกษตรกรรม สู่ปรากฏการณ์ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ด้วยลักษณะวงกลมที่สมบูรณ์แบบนี้ เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นร่องรอยการจัดการที่ดินในอดีต เช่น การขุดดินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนจะร้างจนวัชพืชขึ้นปกคลุม แต่เมื่อเทคโนโลยี LiDAR เผยให้เห็นร่องรอยการแยกตัวที่ชัดเจน และนำไปสู่การลงพื้นที่จริงด้วยการบินโดรนสำรวจเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ความจริงจึงปรากฏ

พื้นที่ขนาดกว่า 100 เมตรนี้แท้จริงแล้วคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" (Rotating Floating Island) เกิดจากการสะสมตัวของแพวัชพืชและดินที่ขาดออกจากฝั่ง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อวัชพืชมีการเติบโตและเพิ่มปริมาณมากขึ้น และมีการเกาะตัวกันแน่น ผนวกกับมีกระแสลมพัดผ่าน เกาะทั้งเกาะจึง "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนและเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกนับครั้งไม่ถ้วน เปรียบเสมือนเครื่องกลึงธรรมชาติที่ขัดเกลาให้ขอบเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ กลายเป็นรูปทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ" อย่างน่าทึ่ง

จิสด้า เฉลยแล้ว 'เกาะลอยน้ำปทุมธานี' ไม่ใช่ 'The Eye ดวงตาเมืองไทย'
 
ภาพสแกน LiDAR ของ GISTDA ภาพนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสำรวจสิ่งปลูกสร้างหรือป่าไม้เท่านั้น แต่ยังเป็น "ดวงตา" สำคัญที่ช่วยให้มนุษย์มองเห็นและทำความเข้าใจของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ เผยให้เห็นสัณฐานภูมิประเทศที่ตาเปล่ามองไม่เห็น และช่วยไขข้อเท็จจริงของ "ดวงตาเมืองไทย" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวิถีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หมายเหตุ:  ภาพ Orthophoto เป็นภาพถ่ายจริงจากโดรน ใช้ดูสภาพพื้นที่จริง ภาพ Height ใช้ดูความสูงของพื้นที่ ใช้เพื่อการวิเคราะห์ภูมิประเทศ ภาพ RGB Point Cloud เป็นข้อมูลสามมิติพร้อมสีจริง ใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึกและสร้างโมเดล 3D