thansettakij
thansettakij
ดีอีแจงทุกข้อสงสัย ‘TH-AI Passport’ ยันโปร่งใส-เปิดโอกาสคนไทยใช้ AI

ดีอีแจงทุกข้อสงสัย ‘TH-AI Passport’ ยันโปร่งใส-เปิดโอกาสคนไทยใช้ AI

08 มิ.ย. 69 | 09:06 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 69 | 09:06 น.

รมช.ดีอีแจงวุฒิสภา TH-AI Passport เดินหน้าตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน พร้อมจับมือ กสทช. ยกระดับมาตรการสกัดพนันออนไลน์-สื่อผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอียืนยันว่าโครงการ TH-AI Passport ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใสตามระเบียบภาครัฐ
  • มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปได้เรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึง
  • กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และข้าราชการ โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ THAI ID

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตอบกระทู้ถามสดของที่ประชุมวุฒิสภา ใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ เรื่อง “ความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport” และ “มาตรการจัดการปัญหาสื่ออนาจาร เว็บพนันออนไลน์ และภัยบนโลกดิจิทัล”

นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport แม้จะถูกมองว่าเป็นโครงการเร่งด่วน แต่กระบวนการทั้งหมดดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามปกติ พร้อมยืนยันว่าเป้าหมายของโครงการ คือ การเปิดโอกาสให้คนไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึง

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่อง เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้การใช้งาน AI อย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ รวมถึงข้าราชการ ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ THAI ID ได้ทั่วประเทศ

PR ผ่านร้านสะดวกซื้อเข้าถึงประชาชนได้มาก

ในส่วนกรณีเรื่องการประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อนั้น ถือเป็นช่องทางที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่ช่องทางเดียวเท่านั้น เนื่องจากโครงการนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ ทั้งสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้สามารถสร้างการรับรู้โครงการได้อย่างทั่วถึง ขณะที่การเปิดประมูลและจัดทำ TOR ก็เป็นไปตามระเบียบราชการ โดยพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด

รมช.ดีอี ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องมาตรการปิดกั้นคลิปลามกอนาจารและเว็บพนันออนไลน์ ว่า กระทรวงดีอีได้ติดตามและเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารแล้วกว่า 20,000 รายการ พร้อมประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

เร่งแก้กฏหมายเท่าทันโลกออนไลน์

นอกจากนี้ กระทรวงยังมีแนวทางการนำ AI เข้ามาช่วยตรวจจับและบริหารจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชาชน และกระทรวงดีอี ได้เตรียมการเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมายด้านดิจิทัลหลายฉบับที่จำเป็น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมมือกับ สำนักงาน กสทช. เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น

ด้านประเด็นการคืนเงินความเสียหายจากคดีออนไลน์กว่า 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการ และคาดว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 หลังจากมีการเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ 

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความยุติธรรมที่เท่าเทียมให้ประชาชน โดยกระทรวงดีอี เร่งรัดติดตามและผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา