
Apple ยึดบัลลังก์สมาร์ทโฟนโลก iPhone 17 ขายดีไตรมาสแรก Top 10 กินตลาด 25%
ตลาดสมาร์ทโฟนโลกยิ่งกระจุกตัว Counterpoint Research เผย Apple กวาด 3 อันดับแรกจาก iPhone 17 Series ดัน 10 รุ่นขายดีดูดส่วนแบ่งรวม 25% ขณะ Samsung ครองตลาดเครื่องคุ้มค่า สะท้อนเกมแข่งปี 2569 หนีไม่พ้นศึกพรีเมียมชนแมส
KEY
POINTS
- Apple ครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนโลกในไตรมาสแรก โดย iPhone 17, iPhone 17 Pro Max และ iPhone 17 Pro ยึด 3 อันดับแรกของรุ่นที่ขายดีที่สุด
- สมาร์ทโฟน 10 อันดับแรกที่ขายดีที่สุดสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันได้ถึง 25% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- 10 อันดับแรกถูกครอบงำโดย Apple (4 รุ่น) และ Samsung (5 รุ่น) สะท้อนให้เห็นถึงการกระจุกตัวของตลาดในสองแบรนด์หลัก
ตลาดสมาร์ทโฟนโลกในปี 2569 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย หลังบริษัทวิจัย Counterpoint Research เปิดเผยรายงานล่าสุดพบว่า สมาร์ทโฟนขายดีที่สุด 10 อันดับแรกของโลกในช่วงไตรมาสแรก สามารถกวาดยอดขายรวมกันได้ถึง 25% ของตลาดทั้งหมด ซึ่งถือเป็นระดับการกระจุกตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสแรก
สะท้อนชัดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มไหลเข้าหารุ่นยอดนิยมมากกว่ากระจายไปยังแบรนด์รอง
โดยผู้นำที่กินส่วนแบ่งมากที่สุดคือ Apple หลัง iPhone 17 ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนขายดีที่สุดของโลกด้วยส่วนแบ่งตลาด 6% ขณะที่ iPhone 17 Pro Max และ iPhone 17 Pro ตามเข้ามาในอันดับ 2 และ 3 ทำให้ Apple ครองโพเดียม 3 อันดับแรกแบบเบ็ดเสร็จ และมีสมาร์ทโฟนติดอยู่ใน Top 10 รวม 4 รุ่น
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดสมาร์ทโฟนระดับบนยังไม่ชะลอตัว แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันด้านกำลังซื้อ โดย Counterpoint ระบุว่า iPhone 17 ได้แรงหนุนจากการอัปเกรดรุ่นมาตรฐานให้ใกล้เคียงรุ่น Pro มากขึ้น ทั้งความจุ กล้อง และหน้าจอ ส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกว่าราคาเริ่มต้นให้ความคุ้มค่าสูงกว่าเดิม และดันยอดขายเติบโตเด่นในตลาดหลักอย่างสหรัฐ จีน และเกาหลีใต้
ส่วน Xiaomi Corporation มีเพียง Redmi A5 ติดอันดับ 10 เพียงรุ่นเดียว ชี้ให้เห็นว่าผู้ผลิตจีนแม้ยังมีฐานตลาดขนาดใหญ่ แต่กำลังเผชิญความยากในการสร้างสมาร์ทโฟนรุ่นฮิตระดับโลกที่สามารถกวาดยอดขายกระจุกตัวได้เท่าคู่แข่งสองรายหลัก
ภาพรวมที่เกิดขึ้นทำให้ทิศทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนปีนี้ชัดขึ้นอย่างมาก เพราะตลาดกำลังแยกออกเป็นสองขั้ว คือกลุ่มผู้บริโภคที่ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์พรีเมียม และกลุ่มที่มองหาเครื่องราคาคุ้มค่าที่สุด ส่งผลให้สมาร์ทโฟนระดับกลางซึ่งไม่มีจุดขายชัดเจนถูกบีบพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
นักวิเคราะห์ยังประเมินเพิ่มเติมว่า ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงต้นทุนชิ้นส่วนที่ปรับสูงขึ้นจากการที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หันไปป้อนอุตสาหกรรม AI จะยิ่งเร่งให้แบรนด์สมาร์ทโฟนทั่วโลกต้องลดการแข่งด้านราคา แล้วหันมาเน้นการสร้าง “มูลค่าต่อเครื่อง” มากขึ้น เพราะการทำตลาดรุ่นจำนวนมากแต่กำไรต่ำจะยิ่งเหนื่อยกว่าเดิมในปีนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงไม่ใช่แค่การจัดอันดับรุ่นขายดี แต่กำลังสะท้อนโครงสร้างใหม่ของตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่เข้าสู่ภาวะ “ผู้ชนะกินรวบ” มากขึ้นทุกปี เมื่อผู้บริโภคเลือกซื้อเพียงไม่กี่รุ่นที่มั่นใจในแบรนด์ ความคุ้มค่า และระบบนิเวศการใช้งาน ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างผู้เล่นเบอร์ใหญ่กับผู้เล่นรายกลางเริ่มห่างออกอย่างชัดเจน







