
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขานรับ ‘ดีอี’ ยกระดับ PDPA ปั้น ‘Data Trust’ รับรัฐบาลดิจิทัล
สคส. ขานรับนโยบายกระทรวงดีอี หนุนสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูล (Data Trust) วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลยั่งยืน ย้ำ PDPA ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเครื่องมือยกระดับมาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- สคส. ขานรับนโยบายกระทรวงดีอีในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Data Trust) เป็นรากฐานสำคัญ
- วาง 3 มาตรการหลักเพื่อยกระดับ PDPA ได้แก่ การปรับปรุงธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ, การส่งเสริมหลักการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimization) และการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเชิงรุก
- เป้าหมายคือการใช้กฎหมาย PDPA เพื่อยกระดับมาตรฐานข้อมูลของประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า ตามทิศทางนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับบริการภาครัฐ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น "ข้อมูลส่วนบุคคล" ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน โดย สคส. พร้อมสนับสนุนนโยบายดังกล่าวผ่านการสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Data Trust) เป็นรากฐานสำคัญ
"การขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัลไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องมีความเชื่อมั่นเป็นรากฐาน ประชาชนต้องมั่นใจว่าข้อมูลจะถูกใช้เท่าที่จำเป็น โปร่งใส และปลอดภัย" พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว
กาง 3 มาตรการหลักรับ Digital Government
เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล สคส. ได้วาง 3 ยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินงาน ดังนี้:
- ยกระดับมาตรฐาน Data Governance ภาครัฐ: วางแนวบริหารจัดการข้อมูลหน่วยงานรัฐให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้
- ผลักดันหลักการ Data Minimization: เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ ลดความเสี่ยงจากการเก็บหรือใช้ข้อมูลเกินขอบเขตตามหลัก PDPA
- คุมเข้มการตรวจสอบเชิงรุก: เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสกัดกั้นปัญหารั่วไหลและการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ
เลขาธิการ สคส. ย้ำว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) คือเครื่องมือสำคัญในการกำหนดมาตรฐานข้อมูลของประเทศให้ทัดเทียมสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจในการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
"ยิ่งประเทศไทยก้าวสู่โลกดิจิทัลมากเท่าไร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยิ่งต้องเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้ประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง" พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย.







