thansettakij
thansettakij
แกร็บ กางโรดแมปปี 69 รุกนวัตกรรม-เจาะเซกเมนต์ใหม่สร้างสมดุล

แกร็บ กางโรดแมปปี 69 รุกนวัตกรรม-เจาะเซกเมนต์ใหม่สร้างสมดุล

24 มี.ค. 69 | 12:41 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 12:52 น.

แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Winning with Purpose Together" มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย รักษาสมดุลอีโคซิสเต็ม พร้อมส่งนวัตกรรมใหม่เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมและแมส หนุนรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย

KEY

POINTS

  • แกร็บมุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ "Barbell Strategy 2.0" เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับพรีเมียมถึงกลุ่มที่เน้นความคุ้มค่า
  • เตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น Group Ride สำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม, Discover ฟีเจอร์รีวิวร้านอาหาร และ Basket Builder ช่วยช้อปปิ้งบน GrabMart
  • เดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ เช่น กลุ่มนักศึกษา (GrabForStudent) กลุ่มคนนอนดึกและคอกีฬา รวมถึงขยายบริการทางการเงินสู่สินเชื่อบุคคล (Grab Quick Cash)

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยได้ประกาศทิศทางธุรกิจประจำปี 2569 ชูแนวคิดหลัก “Winning with Purpose Together” มุ่งเน้นการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีเป้าหมายควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) สานต่อกลยุทธ์ “Barbell Strategy” เพื่อนำเสนอบริการที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ตั้งแต่ระดับพรีเมียมไปจนถึงกลุ่มผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า

นอกจากนี้ แกร็บยังเร่งพัฒนานวัตกรรมและขยายฐานลูกค้าเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่ ทั้งในกลุ่มผู้ใช้บริการทั่วไปและลูกค้าองค์กร พร้อมประกาศตัวเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหาร (Soft Power) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสร้างงานสร้างอาชีพ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

ก้าวผ่านความท้าทายปี 2568 รักษาแชมป์แพลตฟอร์มเบอร์ 1

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่แกร็บสามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง หรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตหวือหวาตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามทางการค้าทั่วโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

แกร็บ กางโรดแมปปี 69 รุกนวัตกรรม-เจาะเซกเมนต์ใหม่สร้างสมดุล

อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทั้งในบริการเรียกรถ (Mobility) และฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ในประเทศไทยได้อย่างเหนียวแน่น โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ การรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพ และความยืดหยุ่นในการปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับกลุ่มธุรกิจการเดินทางในปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการขยายบริการเรียกรถราคาประหยัด หรือ SAVER ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าในยุคที่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้อัตราการใช้บริการในกลุ่มนี้เติบโตสูงขึ้นกว่า 250% ขณะที่ตลาดพรีเมียมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าองค์กร ซึ่งแกร็บได้เปิดตัวบริการ GrabExecutive เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรีที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟและการจองรถล่วงหน้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ด้านธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บเน้นการสร้างความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ Hot Deals และบริการส่งแบบประหยัด (SAVER Delivery) รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายรายเดือนและ Mega Sale ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 6,900 ล้านบาท ในขณะเดียวกันยังรักษาฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมผ่านแบรนด์แฟลกชิปอย่าง GrabThumbsUp และ Only at Grab ที่มีร้านอาหารคุณภาพกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาล ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมเกือบ 40,000 ร้าน เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในช่วงดำเนินโครงการ

แกร็บ กางโรดแมปปี 69 รุกนวัตกรรม-เจาะเซกเมนต์ใหม่สร้างสมดุล

สอดรับเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย มูลค่าแตะ 1.78 ล้านล้านบาท

ทิศทางการเติบโตของแกร็บสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยรายงาน e-Conomy SEA 2025 ซึ่งจัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.82 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15%

ขณะที่รายงานจาก Momentum Works ระบุว่า ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.65 แสนล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงถึง 22% สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยอย่างถาวร

เปิดโรดแมปปี 2569: Winning with Purpose Together

นางสาวจันต์สุดา กล่าวต่อว่า เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในปี 2569 แกร็บจะขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 3 มิติหลัก ดังนี้:

1. Winning Business Growth: การเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรม สานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 รักษาสมดุลระหว่างตลาดแมสและพรีเมียม พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ อาทิ:

  • Group Ride: บริการเรียกรถเพื่อการเดินทางเป็นกลุ่มที่สะดวกและราคาประหยัดขึ้น
  • Discover: ฟีเจอร์ที่เปลี่ยนผู้ใช้ให้เป็น "Eatfluencer" ร่วมรีวิวร้านอาหารเพื่อสร้างเอนเกจเมนต์
  • Basket Builder: นวัตกรรมช่วยช้อปปิ้งผ่าน GrabMart ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง พิมพ์ หรือถ่ายภาพสินค้าเพื่อเพิ่มลงตะกร้าอัตโนมัติ

2. Winning Sustainable Impact: การสร้างความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้พันธกิจ GrabForGood แกร็บมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ คือ การสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์ม, การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ผ่าน GrabAcademy และการเข้าถึงบริการทางการเงิน นอกจากนี้ยังรุกหนักด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Grab EV ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดภาระต้นทุนน้ำมัน และโครงการ “ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก” ร่วมกับ Trash Lucky เพื่อบริหารจัดการขยะจากฟู้ดเดลิเวอรีอย่างเป็นระบบ

3. Winning with National Priorities: สนับสนุนนโยบายระดับชาติ แกร็บพร้อมผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อยกระดับบริการเรียกรถแอปพลิเคชันให้เป็นมาตรฐานสากล รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมใช้ Big Data และความแข็งแกร่งของแบรนด์ GrabThumbsUp ในการผลักดันร้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาค

เจาะเซกเมนต์ใหม่: จาก "คนนอนดึก" ถึง "นักศึกษา"

ในปี 2569 แกร็บยังมีแผนรุกตลาดเซกเมนต์ใหม่ที่น่าสนใจ โดยการเปิดตัว สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ยูทูบเบอร์จากช่อง Antihero Thailand ในฐานะ Friend of Grab เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนนอนดึกและคอกีฬา รวมถึงการส่งแพ็กเกจ GrabForStudent ที่มอบสิทธิประโยชน์คุ้มค่าให้นักเรียนนักศึกษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีการขยายบริการทางการเงินด้วยการทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash สำหรับบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก มุ่งเน้นกลุ่มผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ วงเงินสูงสุด 20,000 บาท ผ่อนชำระได้นาน 6 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย

แกร็บมุ่งหวังว่าจะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวก แต่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์คนขับ ร้านค้า และผู้ใช้บริการทุกคน” นางสาวจันต์สุดา กล่าวสรุป