thansettakij
thansettakij
สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาล สั่ง กสทช. ลดแพ็ก ‘เน็ตมือถือเหลือ 100 บาท’ ช่วยค่าครองชีพประชาชน

สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาล สั่ง กสทช. ลดแพ็ก ‘เน็ตมือถือเหลือ 100 บาท’ ช่วยค่าครองชีพประชาชน

21 มี.ค. 69 | 07:53 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มี.ค. 69 | 08:00 น.

สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาล สั่ง กสทช. ลดแพ็ก ‘เน็ตมือถือเหลือ 100 บาท’ เป็นสวัสดิการรัฐ ช่วยผู้บริโภคฝ่าวิกฤตค่าครองชีพพุ่ง ชี้ราคา 210 บาทเป็นราคาเดิมที่มีในตลาด

KEY

POINTS

  • สภาผู้บริโภคเสนอให้รัฐบาลสั่ง กสทช. กำหนดราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือที่ 100 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
  • ชี้ว่าแพ็กเกจราคา 210 บาทที่ กสทช. เสนอนั้นไม่ใช่ราคาใหม่ เนื่องจากเป็นราคาโปรโมชันที่มีอยู่แล้วในตลาด และยังคงเป็นภาระที่สูงสำหรับภาคครัวเรือน
  • ให้เหตุผลว่าอินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การทำงาน และการเรียนในปัจจุบัน
  • ระบุว่าต้นทุนของผู้ให้บริการลดลงหลังการควบรวมกิจการ จึงควรนำส่วนต่างมาลดราคาค่าบริการให้แก่ผู้บริโภค

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้มีมติเห็นชอบออกร่างประกาศ กสทช. กำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ รายเดือนละไม่เกิน 210 บาท เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 และ อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นสาธารณะ สภาผู้บริโภคชี้ว่าแพ็กเน็ตมือถือราคาดังกล่าวเป็นโปรโมชั่นที่ค่ายมือถือมีอยู่แล้ว ไม่ได้ลดราคาอย่างแท้จริง พร้อมย้ำข้อเสนอแพ็กเกจราคา 100 บาทต่อเดือน ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากการที่ กสทช. ออกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคา 210 บาทนั้น ไม่ใช่ราคาใหม่ เนื่องจากเมื่อสำรวจแพ็กเกจและโปรโมชันในปัจจุบัน ค่ายมือถือมีราคาดังกล่าวอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาจะเพิ่มขึ้น ถือว่ายังเป็นราคาแพงสำหรับภาคครัวเรือนในภาวะที่ค่าครองชีพพุ่งสูง

ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูง จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งและราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น กระทบต่อเนื่องทำให้สินค้าทยอยปรับราคาตาม ดังนั้นสภาผู้บริโภคจึงเสนอแพ็กเกจเน็ตมือถือ 100 บาทต่อเดือน เพื่อลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันให้ กสทช. ดำเนินการปรับแพ็กเกจมือถือให้ลดลงอีก

นอกจากนี้ ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของภาคครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการหางานหรือขายสินค้าออนไลน์ ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นเดียวกับน้ำและไฟฟ้า ที่รัฐต้องคุ้มครองให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวมทั้งรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ข้าราชการ พนักงานบริษัท และประชาชนทำงานที่บ้าน ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตทำงาน และรวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ต้องใช้เพื่อเรียนออนไลน์

สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาล สั่ง กสทช. ลดแพ็ก ‘เน็ตมือถือเหลือ 100 บาท’ ช่วยค่าครองชีพประชาชน

“ขอบคุณ กสทช. ที่ออกแพ็กเกจราคา 210 บาท แต่เมื่อประเมินแล้วพบว่าไม่ใช่ราคาใหม่ เป็นราคาที่มีอยู่ในตลาดตามแพ็กเกจโปรโมชั่นทั่วไป และเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาจะยิ่งสูงขึ้น อีกทั้งหากครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 4–5 คน ต้องจ่ายคนละกว่า 200 บาท ภาระรวมจะเกือบ 1,000 บาทต่อเดือน ถือว่าสูงมากในภาวะข้าวยากหมากแพงเช่นนี้” นางสาวสุภิญญา กล่าว

ขณะเดียวกัน ภายหลังการควบรวมของค่ายมือถือที่มีผู้ให้บริการเหลือ 2 ค่าย พบว่าต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถบริหารจัดการและดูแลโครงข่ายร่วมกันได้ ดังนั้นต้นทุนที่ลดลงควรถูกนำมาปรับลดราคาให้แก่ผู้บริโภคในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน

“อินเทอร์เน็ตคือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เหมือนน้ำและไฟที่รัฐต้องคุ้มครอง และขอความร่วมมือจากเอกชนให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ กลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อย ที่มีแต่รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นในภาวะโลกปั่นป่วน เกิดสงคราม เสมือนภาวะภัยพิบัติ ที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัด แต่การสื่อสารยังเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ทำให้สามารถใช้สื่อสาร ค้นหางาน และหารายได้ในช่วงนี้” นางสาวสุภิญญา กล่าว

นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อว่า กสทช. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ รายเดือนละไม่เกิน 210 บาท และเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน จึงควรเปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมเสนอราคาแพ็กเกจพื้นฐาน เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างทั่วถึง.