

KEY
POINTS
การประชุมผู้นำโลก World Economic Forum 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบทสนทนาของผู้นำโลกทั้งหมด
โดยสาระสำคัญได้ขยับขยายไปไกลกว่าประเด็นสงครามการค้าหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยเป็นหัวข้อหลักในปีก่อนๆ ซึ่งเหล่าซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมงานต่างส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ที่มาสร้างกระแสเพียงชั่วคราว แต่คือ "ระบบพื้นฐาน" (Foundational System) ที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนตรรกะและโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบการเงิน พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการบริหารจัดการโลกในระดับมหภาค
ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด ในฐานะนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ดาวอสในปี 2569 นี้ ถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่คนไทยและองค์กรธุรกิจไทยต้องเร่งจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่ผู้นำโลกสื่อสารออกมานั้นยืนยันว่า AI ไม่ใช่ฟองสบู่ที่รอวันแตก แต่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในทุกมิติ
โดยผู้นำทั้งในภาคเทคโนโลยีและภาคการเงินต่างมีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นด้วยอัตราเร่งที่เร็วและส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าการปฏิวัติครั้งที่ผ่านๆ มา
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการหยิบยกคำกล่าวอันโด่งดังของ Elon Musk ที่เน้นย้ำถึงทัศนคติในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านว่า "ผมขอเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิดพลาด ดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูกต้อง" เพื่อสื่อว่าในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนทุกอย่าง การมีความหวังและกล้าที่จะลองลงมือทำ แม้จะมีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดบ้าง ย่อมดีกว่าการมองโลกในแง่ร้ายจนไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเลย เพราะในยุคนี้การเรียนรู้จากการลงมือทำคือหนทางเดียวที่จะทำให้ปรับตัวทันโลก
ประการที่สาม คือการกลับมาให้ความสำคัญกับรากฐานของข้อมูล (Data) และการกำกับดูแล (Governance) ที่ดี เพราะหากปราศจากข้อมูลที่สะอาด ต่อให้ใช้ AI ระดับสูงเพียงใดก็ไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าได้
ประการที่สี่ คือการเตรียมตัวรับมือกับ AI Agent หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตัดสินใจและทำงานแทนมนุษย์ได้แบบครบวงจร ซึ่งคาดว่าจะถูกฝังอยู่ในแอปพลิเคชันระดับองค์กรกว่า 40% ภายในสิ้นปีนี้
และประการสุดท้าย คือการสร้างความได้เปรียบจากการสร้าง AI ที่เข้าใจภาษา กฎหมาย และวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีต่างชาติครองเมือง
"เวลาไม่รอใคร ประเทศที่ลงมือก่อนจะได้เปรียบ ประเทศที่รอดูจะตามไม่ทัน ไทยต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน" ดร.กอบกฤตย์ กล่าวทิ้งท้าย