thansettakij
เทคกูรู เตือนธุรกิจไทยเร่งปรับตัว รับมือ AI  รากฐานใหม่เปลี่ยนโลก

เทคกูรู เตือนธุรกิจไทยเร่งปรับตัว รับมือ AI รากฐานใหม่เปลี่ยนโลก

27 ม.ค. 2569 | 02:20 น.

เวที Davos 2569 ชี้ AI คือรากฐานใหม่เปลี่ยนโลก แซงหน้าสงครามการค้า เทคกูรู แนะ 5 กลยุทธ์องค์กรไทยเร่งปรับตัว รับมือ AI Agent ย้ำช้ากว่านี้ตามไม่ทัน

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็น "ระบบพื้นฐาน" ใหม่ที่จะเข้ามาปฏิวัติโลกในทุกมิติ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญจากเวที World Economic Forum ที่ธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัว
  • คำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจคือต้องเร่งพัฒนาทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill) และนำ AI มาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่ใช้แบบผิวเผิน
  • ธุรกิจไทยมีโอกาสสร้างความได้เปรียบด้วยการพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทเฉพาะของไทย ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และกฎหมาย เพื่อรับมือกับเทคโนโลยี AI Agent ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้

การประชุมผู้นำโลก World Economic Forum 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบทสนทนาของผู้นำโลกทั้งหมด

โดยสาระสำคัญได้ขยับขยายไปไกลกว่าประเด็นสงครามการค้าหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยเป็นหัวข้อหลักในปีก่อนๆ ซึ่งเหล่าซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมงานต่างส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ที่มาสร้างกระแสเพียงชั่วคราว แต่คือ "ระบบพื้นฐาน" (Foundational System) ที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนตรรกะและโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบการเงิน พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการบริหารจัดการโลกในระดับมหภาค

ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด ในฐานะนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ดาวอสในปี 2569 นี้ ถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่คนไทยและองค์กรธุรกิจไทยต้องเร่งจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่ผู้นำโลกสื่อสารออกมานั้นยืนยันว่า AI ไม่ใช่ฟองสบู่ที่รอวันแตก แต่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในทุกมิติ

โดยผู้นำทั้งในภาคเทคโนโลยีและภาคการเงินต่างมีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นด้วยอัตราเร่งที่เร็วและส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าการปฏิวัติครั้งที่ผ่านๆ มา

เทคกูรู เตือนธุรกิจไทยเร่งปรับตัว รับมือ AI  รากฐานใหม่เปลี่ยนโลก สำหรับบริบทของประเทศไทยนั้นมองว่ายังมีโอกาสที่เปิดกว้างหากเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ โดยภารกิจเร่งด่วนคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และการสร้างระบบ AI ที่เข้าใจบริบทเฉพาะของไทย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก OpenAI ที่เปิดเผยในที่ประชุมว่า พนักงานที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถลดระยะเวลาการทำงานลงได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเทียบเท่ากับการมีวันทำงานเพิ่มขึ้นหนึ่งวันฟรีๆ ในขณะที่แรงงานกลุ่มที่ไม่ปรับตัวจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็วและยากจะไล่ตามทัน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการหยิบยกคำกล่าวอันโด่งดังของ Elon Musk ที่เน้นย้ำถึงทัศนคติในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านว่า "ผมขอเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิดพลาด ดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูกต้อง" เพื่อสื่อว่าในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนทุกอย่าง การมีความหวังและกล้าที่จะลองลงมือทำ แม้จะมีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดบ้าง ย่อมดีกว่าการมองโลกในแง่ร้ายจนไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเลย เพราะในยุคนี้การเรียนรู้จากการลงมือทำคือหนทางเดียวที่จะทำให้ปรับตัวทันโลก

เทคกูรู เตือนธุรกิจไทยเร่งปรับตัว รับมือ AI  รากฐานใหม่เปลี่ยนโลก ดร.กอบกฤตย์ ได้สรุปข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์สำหรับคนไทยและภาคธุรกิจ 5 ประการสำคัญ ประกอบด้วย ประการแรก ต้องเร่งการ Upskill และ Reskill อย่างจริงจัง โดยเฉพาะทักษะที่ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์และการวิเคราะห์เชิงลึก ประการต่อมาคือการเลิกใช้ AI แบบฉาบฉวยเพียงเพื่อการโฆษณา แต่ต้องเป็นการ "เปลี่ยนกระบวนการทำงาน" (Process Transformation) ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ประการที่สาม คือการกลับมาให้ความสำคัญกับรากฐานของข้อมูล (Data) และการกำกับดูแล (Governance) ที่ดี เพราะหากปราศจากข้อมูลที่สะอาด ต่อให้ใช้ AI ระดับสูงเพียงใดก็ไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าได้

ประการที่สี่ คือการเตรียมตัวรับมือกับ AI Agent หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตัดสินใจและทำงานแทนมนุษย์ได้แบบครบวงจร ซึ่งคาดว่าจะถูกฝังอยู่ในแอปพลิเคชันระดับองค์กรกว่า 40% ภายในสิ้นปีนี้

และประการสุดท้าย คือการสร้างความได้เปรียบจากการสร้าง AI ที่เข้าใจภาษา กฎหมาย และวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีต่างชาติครองเมือง

"เวลาไม่รอใคร ประเทศที่ลงมือก่อนจะได้เปรียบ ประเทศที่รอดูจะตามไม่ทัน ไทยต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน" ดร.กอบกฤตย์ กล่าวทิ้งท้าย