KEY
POINTS
แหล่งข่าวจาก Flash Express ยูนิคอร์นด้านโลจิสติกส์จากประเทศไทย กล่าวว่า Flash Express ได้ประกาศยุติการดำเนินงานในมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดปิดตัวถาวรในวันที่ 31 มกราคม 2569 โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ Flash Express ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่ไม่สมดุล หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ (แพลตฟอร์มสีดำ) ทำข้อตกลงพิเศษ (Special Deal) กับ บริษัทขนส่งเอกชนสีแดง ตัวย่อ J ส่งผลให้ผู้ขายบนแพลตฟอร์มถูกจำกัดทางเลือกด้านโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการขนส่งรายอื่นไม่สามารถเข้าถึงปริมาณงานในระดับที่แข่งขันได้ สุดท้ายจึงต้องทยอยถอนตัวออกจากตลาด
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือ พนักงาน Flash Express ในมาเลเซียกว่า 10,000 คนถูกเลิกจ้างทั้งหมด และปิดบริษัทภายใน 31 มกราคม 2569 แม้บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่กรณีนี้สะท้อนชัดว่าการผูกขาดเชิงโครงสร้างไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ หากแต่ลุกลามสู่ตลาดแรงงานในวงกว้าง
การยุติกิจการของ Flash Express ในมาเลเซีย ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโครงสร้างการลงทุน แต่สะท้อนแรงกดดันจากโครงสร้างอีคอมเมิร์ซที่กระจุกตัวสูง ท่ามกลางตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามใหญ่คือ หากรัฐยังล่าช้าในการกำกับดูแล ไทยจะกลายเป็นสมรภูมิผูกขาดรายต่อไปหรือไม่
การตัดสินใจของ Flash Express บริษัทโลจิสติกส์ยูนิคอร์นสัญชาติไทย ในการยุติธุรกิจในประเทศมาเลเซีย กำลังถูกจับตาในฐานะ “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ต่อโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ของภูมิภาค แม้คำอธิบายอย่างเป็นทางการจะระบุว่าเป็นการปรับแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมกลับสะท้อนภาพอีกด้านหนึ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า
สำหรับภาพรวมโลจิสติกส์มาเลเซียปี 2026 ดูหอมหวานสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกรายที่จะสามารถยืนระยะได้ ล่าสุด Flash Express ยูนิคอร์นด้านโลจิสติกส์จากประเทศไทย ได้ประกาศยุติการดำเนินงานในมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดปิดตัวถาวรในวันที่ 31 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของความโหดร้ายในสมรภูมิ Last-mile Delivery
1. ติดหล่มสงครามราคา (Price War Surcharge)
แม้ Flash Express จะขึ้นชื่อเรื่องการทำราคาที่เข้าถึงง่ายในไทย แต่ในมาเลเซียต้องเผชิญกับคู่แข่งที่ "สายป่านยาวกว่า" อย่าง J&T Express และ SPX Express (Shopee) ที่ควบรวมบริการเข้ากับแพลตฟอร์ม E-commerce ของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ การลดราคาแข่งในสภาวะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงและการขนส่งในมาเลเซียพุ่งสูงขึ้น จึงกลายเป็นกับดักที่ทำให้กำไรต่อชิ้น (Margin) หายไปจนเข้าสู่ภาวะขาดทุนสะสม
2. การยึดหัวหาดของเจ้าถิ่นและยักษ์ใหญ่
ตลาดมาเลเซียมีโครงสร้างที่ค่อนข้างเหนียวแน่น การเข้ามาของ Flash Express แม้จะเน้นความรวดเร็วและเทคโนโลยี แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะฐานลูกค้าที่เป็น B2B และกลุ่มที่ผูกพันกับ Pos Laju (ไปรษณีย์มาเลเซีย) หรือกลุ่มขนส่งระหว่างประเทศที่เลือกใช้บริการระดับ Global Brand ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้
3. การปรับทัพเพื่อรักษาฐานที่มั่น (Strategic Retreat)
การตัดสินใจปิดตัวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ "ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต" ของกลุ่ม Flash Express เพื่อหันไปโฟกัสตลาดที่มีกำไรและมีส่วนแบ่งตลาดที่แข็งแกร่งกว่า เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และประเทศไทยที่ยังคงเป็นฐานหลัก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการเดินเกมที่สมเหตุสมผลภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปี 2569 ที่เน้น "ความยั่งยืนของกำไร" มากกว่า "การขยายขนาดเพียงอย่างเดียว"
กรณีของ Flash Express ในมาเลเซียย้ำเตือนว่า การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคในปี 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ความเร็ว" หรือ "เงินทุน" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสอดคล้อง (Synergy) กับ Eco-system ในประเทศนั้นๆ และการรับมือกับยักษ์ใหญ่เจ้าถิ่นที่ครอง Data ของผู้บริโภคไว้อย่างหนาแน่น