
สังเวียน “แชตบอตเดือด” อาลีบาบา-เจดีดอทคอม โดดร่วมวงแข่งขัน
JD.Com เป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่โดดร่วมวงการแข่งขันในสังเวียน “แชตบอท” ที่กำลังร้อนแรง หลัง “อาลีบาบา-กูเกิล” เร่งสปีดนำหน้า ตามรอยความสำเร็จของ ChatGPT
เจดีดอทคอม (JD.Com) บริษัท อี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่จากจีน ประกาศขอโดดร่วมการแข่งขันเป็นผู้เล่นรายล่าสุดในวงการ “แชตบอท” AI อัจฉริยะที่กำลังร้อนแรง หลังจากที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาลีบาบา และกูเกิล ได้ออกมาเปิดเผยถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แชตบอทของตัวเอง หลังจากที่แอปพลิเคชัน แชตจีพีที (ChatGPT) ของบริษัทโอเพ่น เอไอ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ขึ้นแท่นเป็นแอปฯสำหรับผู้บริโภคที่มีฐานผู้ใช้งาน “โตเร็ว” ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้ใช้งานประจำแตะเดือนละ 100 ล้านรายหลังเปิดตัวเพียง 2 เดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ เจดีดอทคอม (JD.Com) เปิดเผยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เจดีคลาวด์ (JD Cloud) ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของ JD.Com จะออกผลิตภัณฑ์แชตบอตที่เหมือนกับแชตจีพีที (ChatGPT) โดยของเจดีดอทคอมจะมีชื่อเรียกว่า แชตเจดี (ChatJD) ซึ่งจะเป็นแชตบอตเวอร์ชันอุตสาหกรรม เพราะนอกจากจะเป็นแชตบอตแล้ว ChatJD ยังจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจค้าปลีกและการเงิน มีคุณสมบัติต่าง ๆ อาทิ
- สามารถสร้างคอนเทนต์ รวมถึงสร้างบทสนทนากับมนุษย์
- สามารถทำการสรุปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ชอปปิง
- และจะช่วยในการวิเคราะห์ด้านการเงินด้วย
บริษัทคาดหวังว่า ความเชี่ยวชาญของเจดีดอทคอมในด้านต่างๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และระบบการชำระเงิน จะช่วยให้ ChatJD แตกต่างไปจาก ChatGPT ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาและการปรับใช้เทคโนโลยี AI ในประเทศจีน อีกทั้งยังจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
บริการแชตบอท ChatJD ของเจดีดอทคอมนั้น เป็นเพียงหนึ่งในผู้เล่นรายล่าสุดของสังเวียนนี้ ขณะที่ก่อนหน้า มีหลายบริษัทได้ประกาศแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อแข่งขันกับ ChatGPT ไปล่วงหน้าแล้ว
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 ก.พ.) อาลีบาบา (Alibaba) ก็เป็นผู้เล่นอีกรายที่ประกาศร่วมการแข่งขันในสังเวียนแชตบอท โดยยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของจีนรายนี้ ประกาศว่า กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีแชตบอตของตัวเองเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทดสอบภายใน
โฆษกของอาลีบาบายังไม่เปิดเผยรายละเอียดมากนัก บอกเพียงแต่ว่า แชตบอตของบริษัท ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นของการทดสอบ ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อและวันที่ที่จะเปิดตัวสู่สาธารณะ
“นวัตกรรมแถวหน้าเช่นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และ ปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างเนื้อหาได้เอง (Generative AI) เป็นจุดโฟกัสของเรามาตั้งแต่ปี 2017” โฆษกของอาลีบาบายังเผยด้วยว่า หน่วยวิจัยของบริษัทได้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของเครื่องจักร การประมวลผลข้อมูล และวิทยาการหุ่นยนต์
ทั้งนี้ อาลีบาบามีแผนจะนำแชตบอตไปใส่ไว้ในสินค้าและบริการของบริษัทด้วย “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี เราจะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมล้ำสมัยให้เป็นแอปพลิเคชันที่มีมูลค่าเพิ่มสำหรับลูกค้าของเรารวมถึงผู้ใช้ปลายทาง” โฆษกของอาลีบาบากล่าว
อ่านเพิ่มเติม
- ทรงพลัง "Bing" ควบ "Edge" ขับเคลื่อนด้วย "ChatGPT"
- หุ้น Alphabet ดิ่ง Bard แชตบอท Google ตอบคำถามผิด
รู้จักแชตบอทกันหน่อย
แชตบอต (Chatbot ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะนั้น แทบจะกลายเป็นเทรนด์ในวงการเทคโนโลยีไปแล้ว หลังจากที่ “แชตจีพีที” (ChatGPT) ของบริษัทโอเพ่นเอไอ (OpenAI) ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายหลังจากเปิดให้คนทั่วไปใช้ได้ฟรีๆเพียง 2 เดือน นั่นเหมือนเป็นการปลุกกระแสทำให้คู่แข่งรายอื่น ๆ อาทิ กูเกิล และไป่ตู้ ออกมาประกาศเปิดตัวแชตบอตของตัวเองอย่างรวดเร็วตาม ๆ กันมา เพื่อท้าชนกับ ChatGPT ของ OpenAI ที่ได้รับการสนับสนุนโดยไมโครซอฟต์
แชตบอท เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยตอบกลับการสนทนาผ่านข้อความหรือเสียงแบบอัตโนมัติและรวดเร็วซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งบน แอป LINE / แอป Facebook / แอป Instagram รวมทั้งบนเว็บไซต์ด้วย
หลักการทำงาน Chatbot คือ
- แชตบอทจะวิเคราะห์คำถามของผู้ใช้งาน โดยจะตรวจสอบหาคำหรือข้อความที่เหมือนหรือคล้ายกับคีย์เวิร์ดที่กำหนดไว้ตอนพัฒนา
- จากนั้นก็ตอบกลับผู้ใช้งาน เมื่อหาคำที่คล้ายกับคีย์เวิร์ดได้แล้วจะตอบกลับผู้ใช้งานในคำตอบที่เหมาะสมและรวดเร็วที่สุด
ประโยชน์ของแชตบอท
- มีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูล จึงถูกนำไปใช้ในการเรียนการสอน รวมทั้งการสอบ ได้
- ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ตลอดเวลา
- ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำกับผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
- ลดการมีปัญหาระหว่างร้านค้าและลูกค้าเพราะ Chatbot จะถามกลับอย่างสุภาพเสมอถึงแม้ลูกค้าจะใช้คำพูดไม่สุภาพ
- แจ้งโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น





