thansettakij
thansettakij
เอกชนหนุนรัฐ เดินหน้าสู้โควิด

เอกชนหนุนรัฐ เดินหน้าสู้โควิด

11 พ.ค. 64 | 05:11 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 64 | 12:14 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ของไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนมากกว่าที่ผ่านมา ทำให้ภาคเอกชนต่างตื่นตัวและเดินหน้าช่วยคนไทยให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤติินี้ ทั้งเรื่องของโรงพยาบาลสนาม การฉีดวัคซีนรวมถึงการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์

 

ทรู เร่งขยาย 5G รองรับเตียงสนาม

นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ของไทย ครั้งนี้ มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ กลุ่มทรูจึงเร่งเพิ่มสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง รองรับการใช้งานของเครือข่ายทั้ง True 5G, 4G, WiFi ซึ่งขณะนี้ได้ดูแลขยายเพิ่มสัญญาณไปยังโรงพยาบาลสนามแล้ว 144 แห่งทั่วไทย โดยล่าสุดได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ AP กระจายสัญญาณ Wireless รวม 300 ตัวเฉพาะที่ รพ.สนาม อิมแพค เมืองทองธานี เตรียมพร้อมรองรับการใช้งานสื่อสาร ไร้สายของผู้ป่วย 5,200 เตียง พร้อมเปิดคอลล์ เซ็นเตอร์เฉพาะกิจรับแจ้งดูแลปัญหาบริการและเครือข่าย รพ.สนามในช่วงวิกฤติินี้ชี้ตัวเลขการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้น 2 เท่า โดยแอพที่มีการใช้งานดาต้าสูงสุดได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Netflix, LineTV และ TrueID

 

เอกชนหนุนรัฐ เดินหน้าสู้โควิด

 

 

AIS หนุนเชื่อมต่อ 23 จุดฉีดวัคซีน

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า เอไอเอสได้เริ่มเข้าไปทำงานร่วมกับหลายองค์กรที่เปิดเป็นจุดให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนในช่วงที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อข้อมูลการฉีดวัคซีนที่จำเป็นต้องลงรายละเอียด เก็บประวัติการฉีดเข็มที่ 1 และ 2 อย่างรัดกุม ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องมีการบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถติดตามและเก็บประวัติผู้รับวัคซีนเข้าสู่ฐานข้อมูลของประเทศได้อย่างถูกต้อง เอไอเอสได้เข้าไปติดตั้งเครือข่ายแล้ว 23 จุด อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว, โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง, เดอะมอลล์บางแค, สามย่านมิตรทาวน์, เอเชียทีคเดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, จุดฉีควัคซีน โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์ และจุดบริการวัคซีนในต่างจังหวัด อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (พรอมเมนาด), โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (สัตหีบ) เป็นต้น

แกร็บ ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน

ด้านนายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนมากกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งแกร็บได้ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก พาร์ทเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์โดยประกอบด้วย 1. โปรโมต พาร์ทเนอร์ร้านอาหารขนาดเล็กทั่วประเทศในรูปแบบต่างๆ 2. เปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการการเดินทางสามารถรับงานจัดส่งอาหารด้วยรถยนต์ได้ พร้อมสนับสนุนค่าตรวจโควิด-19 และมอบเงินชดเชยรายได้หากตรวจพบเชื้อ 3. มอบส่วนลดค่าบริการเมื่อสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดให้กับแพทย์ พยาบาลและบุคลากรของโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง

 

‘แฟลช’ ร่วมจัดส่งเวชภัณฑ์การแพทย์

นายคมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหารบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ของโควิด -19 ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แฟลช เอ็กซ์เพรส จึงได้จับมือ กับหลักสูตร DTX by RISE สนับสนุนช่วยเหลือด้านการขนส่งภายใต้โครงการ “DTX เพื่อหมอไทย ไฝว้โควิด” ร่วมระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น ชุด PPE, หน้ากาก N95, ถุงมือยาง, แอลกอฮอล์, ปรอทดิจิตอล และเครื่องวัดอุณหภูมิ รวมมากกว่า 6,000 ชิ้น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ส่งมอบแก่โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลนมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,678 หน้า 16 วันที่ 13 - 15 พฤษภาคม 2564