thansettakij
thansettakij
คนไทยคุ้นเคย AI-5G แนะรัฐลดช่องว่างดิจิทัล

คนไทยคุ้นเคย AI-5G แนะรัฐลดช่องว่างดิจิทัล

29 เม.ย. 64 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 64 | 11:51 น.

วีเอ็มแวร์ ชี้การมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่ดีและการยกระดับความรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นความจำเป็นหลักของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของไทยแลนด์ 4.0 จากผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 เผยให้เห็นช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประชาชนและรัฐบาล ระบุคนไทยให้ความไว้วางใจใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เอไอ และ 5G

นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่าผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 เผยให้เห็นช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประชาชนและรัฐบาล พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถาม เพียง 36% ที่ระบุว่ารัฐบาลได้มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% เท่านั้นที่พอใจที่จะติด ต่อสื่อสารกับรัฐบาลในช่องทางดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความไว้วางใจกับการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (74%) เอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ (70%) และ 5G (81%) มากขึ้น จึงเป็นโอกาสของภาครัฐที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกลุ่มนี้เพื่อนำเสนอบริการดิจิทัลและสร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปสู่วิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0

ผลการศึกษายังเผยว่า 86% ของผู้บริโภคชาวไทยระบุว่าตนเอง “มีความใส่ใจในเรื่องดิจิทัล” หรือเป็น “นักสำรวจดิจิทัล” โดย 50% ระบุว่าพวกเขาไว้วางใจรัฐบาลในการใช้อัลกอริทึมเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการส่วนบุคคล นอกจากนี้รายงานยังระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังจะได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้นจากรัฐบาลซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชนมากขึ้น

 

คนไทยคุ้นเคย AI-5G แนะรัฐลดช่องว่างดิจิทัล

เอกภาวิน สุขอนันต์

 

อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่น พบว่า 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความมั่นใจว่าภาครัฐสามารถดูแลข้อมูลและสารสนเทศของพวกเขาให้ปลอดภัย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ตํ่ากว่าบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ (56%) มาเลเซีย (42%) ฟิลิปปินส์ (41%) และอินโดนีเซีย (33%) ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการดิจิทัลของรัฐบาลมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปรับปรุงประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่นและปลอดภัยให้กับประชาชนของตนมากขึ้น

 

นายเอกภาวิน กล่าวต่อไปว่าประเทศไทยอยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จของการสร้างแผนฟื้นเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยใช้ประโยชน์จากความต้องการใช้บริการดิจิทัลของประชาชน อย่างไรก็ตามเพื่อเร่งการเติบโตและปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ภาครัฐจำเป็นที่ต้องเล่นบทบาทที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ดียิ่งขึ้นแก่คนไทยไปพร้อมกับการผลักดันนวัตกรรมสำหรับอีโคซิสเต็มส์ในท้องถิ่น ในขณะที่เราก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจำต้องให้ความสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อภาคธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในบริการดิจิทัลของรัฐบาลในภาคประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อลดช่องว่างภายในประเทศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ลํ้าหน้า เช่น การจดจำใบหน้าและปัญญาประดิษฐ์, ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ดีขึ้นในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลให้กับประชาชน จนนำไปสู่ยุค digital-first”

 

แม้จะมีการใช้บริการดิจิทัลอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อเทียบกับทั่วโลก แต่ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (50%) เชื่อว่าการยกระดับความรู้ดิจิทัลแก่ประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐ, 48% เชื่อว่าต้องผลักดันให้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในแถบเอเชียตะวันเฉียงใต้ และทัดเทียมกับประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 37% เท่านั้นที่เชื่อมั่นในการยกระดับความรู้ดิจิทัลในระดับบุคคลของรัฐ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างความรู้ดิจิทัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเราได้เห็นหน่วยงานท้องถิ่นได้ตอบสนองต่อความคิดริเริ่มแบบองค์รวม ซึ่งรวมถึงแผนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มความรู้ดิจิทัล, สร้างจุดแข็ง และการต่อเชื่อมภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้นให้กับประชาชน

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,675 หน้า 16 วันที่ 2 - 5 พฤษภาคม 2564