
เอไอเอส ส่งหุ่นยนต์ 5G ช่วยหมอดูแลผู้ป่วยโควิด
เตรียมส่งมอบหุ่นยนต์ทั้งหมด จำนวน 23 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 22 แห่งภายในเดือนพฤษภาคมนี้
เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทมือถือลำดับต้นที่ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทสนับสนุนบุคลกรทางการแพทย์ ทั้งติดตั้งเครือข่ายระบบ 5G ใน 20 โรงพยาบาท ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และกำลังขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่โรงพยาบาลในกทม.และปริมาณอีก 150 รพ. และในต่างจังหวัดอีก 8 โรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 178 โรงพยบาล ภายในเดือนเมษายน 2563
ล่าสุด เอไอเอส เดินหน้าภารกิจ "AIS 5G สู้ภัยโควิด-19" เปิดตัวหุ่นยนต์ 5G ผู้ช่วยคุณหมอ ตัวแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมต่อระบบปฏิบัติการบนเครือข่าย 5G และ ได้ส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, สถาบันบำราศนราดูร และกรมแพทย์ทหารเรือ มีแผนส่งมอบหุ่นยนต์ทั้งหมด จำนวน 23 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 22 แห่งภายในเดือนพฤษภาคมนี้
ล่าสุด เอไอเอส เดินหน้าภารกิจ "AIS 5G สู้ภัยโควิด-19" เปิดตัวหุ่นยนต์ 5G ผู้ช่วยคุณหมอ ตัวแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมต่อระบบปฏิบัติการบนเครือข่าย 5G และ ได้ส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, สถาบันบำราศนราดูร และกรมแพทย์ทหารเรือ มีแผนส่งมอบหุ่นยนต์ทั้งหมด จำนวน 23 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 22 แห่งภายในเดือนพฤษภาคมนี้
สำหรับหุ่นยนต์ 5G ทำอะไรได้บ้างนั้น นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ ของ เอไอเอส กล่าวว่า หุ่นยนต์ผู้ช่วยคุณหมอ รวมฟีเจอร์สุดเจ๋งช่วย#Saveบุคลกรทางการแพทย์ ตรวจอุณหภูมิร่างการด้วยระบบอัจฉริยะ Termoscas ที่มีความแม่นยำสูง มีระบบปร฿กาษทางไกลระหว่างคนไข้และแพทย์ผ่าน Video Call ควบคุมการเคลื่อนที่่ผ่านเครือข่าย 5G จัดส่งยาให้กับผู้ป่วยถึงเตียงแทนแพทย์และพยาบาล
นอกจากนี้แล้ว สร้างประโยชน์เพื่อคนไทยก้าวผ่านวิกฤติ โควิด-19 แทนหมอและพยาบาล ลดงาน ลดการติดต่อแบ่งเบาภาระบุคคลการทางการแพทย์ ลดเสี่ยง ลดโอกาสติดชื้อทั้งผู้ป่วย และ บุคลากรทางการแพทย์ ประหยัดงบในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันชุด PPE หน้ากากอนามัย ติดตามการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง คล่องตัวผ่านเครือข่าย 5G
โดยหุ่นยนต์ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ คลินิกและหอผู้ป่วยโควิด-19 ทำหน้าที่เข้าไปดูแลและตรวจอาการผู้ป่วยภายในห้องพักผู้ป่วย แทนหมอและพยาบาล ช่วยแบ่งเบาภาระ ลดเสี่ยง ลดสัมผัส เซฟแพทย์และพยาบาล โดยขณะนี้ ทีม AIS ROBOTIC LAB เร่งเครื่องพัฒนาหุ่นยนต์ 5G อย่างเต็มกำลัง และมีแผนส่งมอบทั้งหมด จำนวน 23 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 22 แห่ง ภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2563
ชู “5G ที่จับต้องได้ เพื่อทุกชีวิต” ร่วมพลิกโฉม สร้าง New Normal ให้วงการแพทย์ ด้วยศักยภาพของ 5G มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะนำมาประยุกต์ใช้เป็นโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานสำคัญต่อการปฏิบัติงานทางการแพทย์ ถือเป็นการสร้างประสบการณ์การใช้งาน 5G ให้เห็นประโยชน์อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด นั่นคือ การนำ 5G เข้ามาช่วยดูแลรักษาชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น และผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน
นอกจกนี้ยังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ AIS ROBOTIC LAB by AIS NEXT โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ทำงานบนเครือข่าย 5G โดยมีระบบประมวลผล AIS Robot Platform ซึ่งเอไอเอสพัฒนาขึ้นเอง ออกแบบเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยคุณหมอ 5G “ROBOT FOR CARE” ซึ่งมีฟีเจอร์อัจฉริยะ อาทิ เทคโนโลยีอินฟราเรด ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างแม่นยำ โดยส่งผลข้อมูลผ่านเครือข่าย 5G ไปให้แพทย์ที่ให้การรักษาได้อย่างทันที
เทคโนโลยี 3D Mapping กำหนดแผนที่เส้นทางเดินของหุ่นยนต์ ให้เคลื่อนที่เข้าหาผู้ป่วยได้โดยอัตโนมัติ อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และยังสามารถบังคับหุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ตามต้องการผ่านเครือข่าย 5G
Telemedicine ระบบปรึกษาทางไกลระหว่างแพทย์และผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอล เพื่อให้แพทย์ที่อยู่ด้านนอกห้อง ใช้สมาร์ทดีไวซ์ เชื่อมต่อมาที่ตัวหุ่นยนต์ เพื่อพูดคุยและดูอาการคนไข้ภายในห้องพักได้ ช่วยหลีกเลี่ยงการเข้ามาสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรงได้
เทคโนโลยี Cloud computing ในการประมวลผลจัดเก็บข้อมูลการรักษาพยาบาลผู้ป่วย
นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมฟีเจอร์ต่างๆ ในตัวหุ่นยนต์ได้ตามที่แต่ละ รพ. ต้องการ อาทิ ตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือด, ส่งยาให้ผู้ป่วยถึงเตียง, บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเคลื่อนที่ เป็นต้น










