thansettakij
thansettakij
เร่งปั้นคนไซเบอร์  รับเทคเทรนด์ 5G

เร่งปั้นคนไซเบอร์ รับเทคเทรนด์ 5G

03 มี.ค. 63 | 01:03 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มี.ค. 63 | 08:03 น.

สจล. เผยกระแส 5G หนุน เอไอ ไอโอที บล็อกเชน ระบุคนไทยยังขาดทักษะการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี พร้อมเร่งปั้นบุคลากรไซเบอร์ป้อนอุตสาหกรรม

ดร.ฮยอง คิม ผู้อำนวยการโครงการคาร์เนกีเมลลอน-เคเอ็มไอทีแอล มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) และการมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นเรื่องยากที่จะใช้การจัดเก็บหรือบริหารจัดการข้อมูลด้วยคน จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และ Machine Learning เข้ามาช่วยในการจัดการเพื่อปิดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

 

เร่งปั้นคนไซเบอร์  รับเทคเทรนด์ 5G

 

นอกจากนี้ AI ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในหลาย ด้าน สิ่งที่สำคัญคือการผลิตคนที่เข้าใจ AI เพื่อนำมาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 5G ที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถรองรับเทคโนโลยี 5G ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี IoT และ AI ที่จะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและภาคแรงงานของประเทศ

ทั้งนี้คาร์เนกีเมลลอนได้มีการพัฒนาเอไอเพื่อช่วยจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ผ่านมาบุคลากรของมหาวิทยาลัยได้เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ผู้พัฒนารถไร้คนขับของอูเบอร์ นักพัฒนาของกูเกิล รวมไปถึงการนำเอไอไปช่วยลดความเสี่ยงด้านการเกิดโรคในทางการแพทย์อัลกอริธึมที่สามารถพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีไซเบอร์ซิเคียวริตีเซ็นเตอร์ หรือ CERT เป็นศูนย์กลางในการตรวจจับการแฮกหรือการโจมตีระบบที่เกิดขึ้น ซึ่งในด้านการศึกษานั้นแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่เข้ามาช่วย แต่คนก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น

ขณะที่เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในเรื่องของความน่าเชื่อถือซึ่งจะเป็นตัวกลางให้คนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ถูกโจมตีได้ บล็อกเชนซิเคียวริตี มีการบริหารจัดการการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจด้วยการนำเทคนิคที่มีเข้ามาช่วยเสริม และการหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยทั่วไปหากเป็นสหรัฐอเมริกาจะตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนที่จะลงมือทำ แต่เอเชียจะมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนที่จะทำธุรกรรมจากกระดาษหลายๆ หน้า ทำให้มีความล่าช้าที่ส่งผลต่อการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งหากมีการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เพื่อตรวจสอบจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมให้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบล็อกเชนหรือเทคโนโลยีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ เพราะสิ่งที่สำคัญคือการพัฒนา ทักษะของคน เพื่อที่จะเรียนรู้ในการใช้งานเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์

นอกจากนี้ซีเอ็มเคแอลยังได้มีการทำงานร่วมกับคาร์เนกีเมลอนเพื่อพัฒนาเครื่องมือและแอพพลิเคชัน เน้นการพัฒนาบุคลากรในด้านการวิจัย โดยมีเป้าหมายคือการผลิตบุคลากรในระดับปริญญาโท 25 คน และปริญญาเอก 10 คนต่อปี เพื่อเป็นทีมหลักและการผนึกกำลังกับภาคอุตสาหกรรมด้วยการทำงานร่วมกัน รวมถึงมีบริษัทที่เข้ามาฝึกอบรมเสมือนการทดลองทำงานจริง และมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อผลิตกำลังคนให้สอดรับกับภาพรวมของอุตสาหกรรม การสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมอย่างเป็นระบบที่สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อการทำงาน สร้างเครือข่ายพันธมิตรกับองค์กรธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ  เพื่อวิจัยถึงผลกระทบของเทคโนโลยีเอไอที่จะเกิดกับภาคธุรกิจ

 

หน้า 26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,553 วันที่ 1-4 มีนาคม 2563