thansettakij
thansettakij
นักไลฟ์สดขายสินค้า  อาชีพใหม่มาแรง

นักไลฟ์สดขายสินค้า อาชีพใหม่มาแรง

04 ก.พ. 63 | 07:20 น.

 

ไลฟ์สดขายสินค้ามาแรง คาดปี 63 มูลค่าตลาดไลฟ์ คอมเมิร์ซไทยจะอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท หนุนแจ้งเกิดอาชีพใหม่ “นักไลฟ์สด” เอ็มเซเว่น ทีน ดึงอินฟลูเรนเซอร์ เปิดตัวแพลต ฟอร์มบริการนักไลฟ์

ซี-คอมเมิร์ซ (Conver sational Commerce) เทรนด์การช็อปปิ้งออนไลน์ของคนยุคใหม่ผ่านการพูดคุยกับผู้ซื้อโดยตรง เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในประเทศไทย จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยมีนักช็อปผ่านช่องทางซี-คอมเมิร์ซสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยอดไปสู่การขายแบบ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ” (Live-Commerce) หรือที่หลายคนรู้จักอย่าง “บังฮาซัน” พ่อค้าขายอาหารทะเลตากแห้งผู้จุดประกายเทรนด์ของการไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ที่สามารถสร้างตัวตนด้วยเทคนิคการขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียผ่านการ “ไลฟ์สด” ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้มากถึงเดือนละหลายสิบล้านบาท จนทำให้ธุรกิจหลายรายเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการขายสินค้าออนไลน์ในรูปแบบ ไลฟ์ คอมเมิร์ซ และหลังจากนี้ประเทศไทยจะมีอาชีพใหม่อย่าง “นักไลฟ์” เกิดขึ้น

 

นักไลฟ์สดขายสินค้า  อาชีพใหม่มาแรง

 

นายอรรถพล สินฉลอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอ็มเซเว่นทีน เซอร์วิสเซส ไทยแลนด์ฯ (M17) เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าในปี 2563 มูลค่าตลาดไลฟ์ คอมเมิร์ซไทยจะอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะถึงเวลาที่ประเทศไทยจะมีเทรนด์ของไลฟ์ คอมเมิร์ซเข้ามา และอาชีพที่น่าสนใจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็คือ “นักไลฟ์” เนื่อง จากธุรกิจในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องของการไลฟ์สดขายสินค้า จากการวิจัยพบปัญหา 3 เรื่องหลักคือ 1. ธุรกิจส่วนใหญ่มีการจ้างแอดมินเพื่อตอบแชตลูกค้าเป็นจำนวนมากซึ่งมีต้นทุนมหาศาล 2. ธุรกิจหลายรายไม่คุ้นชินกับการขายผ่านการไลฟ์และการออกกล้อง และ 3. การรับคำสั่งซื้อและชำระเงินที่ทำได้ยากหากไม่มีระบบที่ดี โดย M17 ตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการแบบ One Stop Service ทั้งบริการซอฟต์แวร์ และบริการนักไลฟ์ ภายใต้ชื่อ “แฮนด์ อัพ” (Hands Up) Live-Commerce Solutions ที่จะเป็นศูนย์กลางระหว่างเจ้าของธุรกิจและนักไลฟ์ นอกจากนี้การศึกษาตลาดพบว่าอัตราของคนที่เข้ามาดูไลฟ์และซื้อสินค้า (Conversion Rate) สูงถึง 90%


 

 

“ส่วนใหญ่การขายผ่านไลฟ์ เนื่องจากต้องการให้ผู้ซื้อเห็นภาพมากยิ่งขึ้น มีเวลาในการโน้มน้าว โดยสถิติที่น่าสนใจคือเมื่อมีคนเข้ามาดูไลฟ์จะมีคอนเวอร์ชันเรต ประกอบกับทักษะในการโน้มน้าวของนักไลฟ์ทำให้ผู้ซื้อซื้อโดยไม่รู้ตัวทั้งที่อาจจะไม่ได้ต้องการสินค้านั้นแต่แรกตอนนี้ในไทยเรามีนักไลฟ์อยู่ประมาณ 100 คนที่สามารถเลือกใช้ได้”

ทั้งนี้นักไลฟ์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาให้บริการจะต้องมีจำนวนผู้ติดตามในระดับหนึ่ง โดยค่าตอบแทนของนักไลฟ์นั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ค่าตัวแบบ Fix Rate ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามบนแพลต ฟอร์ม และส่วนที่ 2 คือ ค่าคอมมิสชันเปอร์เซ็นต์จาก ยอดขาย หากมีความสามารถในการขายก็จะได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งมีหลายเทียร์ให้ลูกค้าได้เลือก ปัจจุบันขั้นตํ่าในการจ้างนักไลฟ์ถูกสุดอยู่ที่ 3,000 บาทต่อครั้งในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ผู้ที่มีฐานผู้ติดตามเยอะถือว่าได้เปรียบ อีกทั้งจำเป็นต้องมีทักษะในการปิดการขายในเวลาสั้น โดย M17 จะมีการฝึกอบรมทักษะให้

“ทิศทางของ ไลฟ์ คอมเมิร์ซในไทย เชื่อว่าการสร้างการรับรู้ในตลาดไลฟ์ คอมเมิร์ซในปีนี้น่าจะเติบโตไปได้เนื่องจากหลายภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน นอกเหนือจากเราก็ยังมีแพลตฟอร์มอื่นที่ช่วยผลักดันในเรื่องนี้”

 

 

ด้านนางนิธินันท์ อัศวทร หัวหน้าผู้บริหาร ประจำประ เทศไทย บริษัท เอ็มเซเว่นทีน เซอร์วิสเซส ไทยแลนด์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสัดส่วนรายได้ของ M17 มาจากเปอร์เซ็นต์ของยอดขายที่ร้านค้าหรือธุรกิจขายสินค้าได้รับ เป็นค่าบริการที่ได้จากทรานแซกชันอยู่ที่ 1.4% บวก 10 บาท ทั้งนี้บริษัทมีการก่อตั้งและจดทะเบียนภายในประเทศไทยมีการชำระภาษีดิจิทัล เซอร์วิสตามกฎหมาย ขณะที่ร้านค้าก็จะต้องมีการชำระภาษีตามกฎหมาย โดย M17 เป็นเพียงตัวกลางระหว่างร้านค้าและผู้ซื้อ ทั้งนี้ในปีแรกตั้งเป้าร้านค้าที่เข้ามาใช้บริการอยู่ที่ 2,000 ร้านและนักไลฟ์ในระบบประมาณ 400 คน

“ปีที่ผ่านมาแพลตฟอร์มอย่างลาซาด้า ช้อปปี้ มีการนำสินค้าเข้ามาขายเพิ่มกว่า 100 ล้านชิ้น ซึ่งสินค้าเหล่านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี ขณะที่ร้านค้าในไทยต้องเสียภาษีเพิ่ม ถ้าร้านค้าไทยพึ่งพาแต่ลาซาด้า หรือช้อปปี้ก็อาจจะโดนตีตลาดจากจีน”

 

หน้า 26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,545 วันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2563