
เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ | ICT กับการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
… ตามคำจำกัดความของ Cambridge Dictionary ‘ICT’ คือ อักษรย่อมาจากคำว่า Information and Communication Technology ซึ่งหมายถึง The use of computers and other electronic equipment and systems to collect, store, use and send data electronically การใช้คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ และระบบในการรวบรวม, จัดเก็บ, นำมาใช้ และส่งต่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
และเมื่อข้อมูล คือ หัวใจสำคัญของการคิดวิเคราะห์ เพื่อตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในชีวิตประจำวัน การดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการประเทศ ฯลฯ เมื่อรวมกับกระแสการเปลี่ยนผ่านโลกไปสู่ยุคดิจิตอล ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จึงมีผลต่อการตัดสินใจของพวกเรามากกว่าที่เคยเป็นมาตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ข้อมูลของพวกเราทุกคนในโลกยุคดิจิตอลถูกจัดเก็บในทุกวินาทีที่เราทำกิจกรรมในโลก Online ผ่านเครือข่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Instagram หรือแม้แต่ข้อมูลส่วนตัวมาก ๆ อย่างเช่น การเต้นของหัวใจ หรืออัตราการเผาผลาญแคลอรี ก็ถูกจัดเก็บผ่านอุปกรณ์สวมใส่อิเล็กทรอนิกส์ (Wearable Device) ไม่ว่าจะเป็น Fitbit, Apple Watch ฯลฯ คำถามสำคัญ คือ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในลักษณะที่ทำให้ศักยภาพของคนในการควบคุมระบบลดลง และกลายเป็นระบบที่ควบคุมคนมากยิ่งขึ้น
ลองจินตนาการดูว่า ถ้ารูปแบบการซื้อสินค้า Online ของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็น สี ขนาด ราคา ระยะเวลาในการตัดสินใจ รสนิยม ฯลฯ ถูกจัดเก็บนำไปวิเคราะห์และวางแผนการตลาด ที่ออกแบบมาเพื่อส่ง Live-Feed เข้ามาบน Smartphone แล้วทำให้เราอยากจะรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้านั้น ๆ ทุกครั้ง เช่นเดียวกับสถานที่ที่เราเดินทางไปและใช้เวลาในแต่ละวัน รวมทั้งใครบ้าง คือ คนที่คุณคุย Chat กด Like โทรศัพท์ หรือส่งข้อความไปหา ถูกนำมาวิเคราะห์ จับตามอง และนำไปแสวงหาประโยชน์ หรือลักษณะของเกมคอมพิวเตอร์ที่คุณสั่งซื้อ ถูกนำไปวิเคราะห์ทางจิตวิทยาร่วมกับรูปแบบการเล่นเกม ระยะเวลาที่ใช้ในการเล่นเกม รวมทั้งใคร คือ คนที่จะเล่นเกมด้วย กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือ ปัญญาสังเคราะห์ (Synthetic Intelligence : SI) นำไปวิเคราะห์ จัดเก็บ และคิดคำนวณออกมาเป็นดัชนี หรือ คะแนนที่วัดความเป็นมนุษย์ของคุณ และยังเอาคะแนนเหล่านี้มากำหนดชีวิตและและการตัดสินใจของคุณอีก คุณจะรู้สึกอย่างไร คุณอาจจะพิจารณาว่านี่มัน คือ โลกในฝันร้าย หรือ Dystopian World ในจินตนาการของนักเขียนอย่าง Gorge Orwell หรือ Aldous Huxley แต่ผมอยากจะบอกคุณผู้อ่านว่า วันนี้โลกแบบนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้วครับ
วันที่ 14 มิ.ย. 2014 State Council ของประเทศจีน ประกาศ Planning Outline for the Construction of a Social Credit System (SCS) เพื่อสร้างระบบเครดิตทางสังคมนี้ รัฐบาลจีนร่วมมือกับบริษัทเอกชนจีนอีก 8 บริษัท จะเดินหน้านำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของการใช้ชีวิตของประชากรมาวิเคราะห์ให้คะแนน และนำคะแนนนี้ไปประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ 4 ใน 8 บริษัท ที่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเข้าร่วมกับโครงการนี้ ได้แก่
● Ten Cent เจ้าของ We Chat (ลองนึกภาพ Application Line หรือ WhatsApp ในฉบับประเทศจีน ที่มีคนใช้งานมากกว่า 850 ล้านบัญชี ดูครับ) และบริษัทนี้ก็เป็นเจ้าของสถาบันการเงิน China Rapid Finance
● Alibaba แน่นอน บริษัทนี้พวกเราน่าจะคุ้นชื่อกันดี นอกจากจะเป็นเจ้าของ Taobao หรือ Ebay ฉบับจีนแล้ว Alibaba ก็มีสถาบันการเงินของตนเองด้วย นั่นคือ Ant Financial Service Group (AFSG) ซึ่งเน้นให้สินเชื่อกับ SMEs
● Didi Chuxing หรือ Uber ฉบับจีน ที่มีใบบริการใน 400 เมืองของจีน และมีผู้ใช้งานมากกว่า 450 ล้านคน และกำลังเร่งพัฒนาระบบยานยนต์ไร้คนขับ Autonomous Driving
● Bai He ซึ่งเป็นระบบหาคู่ Online ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ประเทศที่มีประชากรวัยรุ่นจำนวนมากที่สุดในโลก และเรื่องแต่งงาน การสร้างครอบครัว ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิตตามแนวคิดแบบขงจื้อ
บริษัทเหล่านี้มีฐานข้อมูลขนาดมโหฬาร หรือที่เราเรียกว่า Bigdata และยังมีระบบ AI ที่สามารถคิดวิเคราะห์ เรียนรู้รูปแบบการตัดสินใจของเจ้าของข้อมูลเหล่านี้ได้ในลักษณะที่เราเรียกกันว่า Machine Learning ซึ่งปัจจุบัน พัฒนาไปมากถึงขนาดสร้างระบบที่เลียนแบบชีวภาพและกระบวนการของสมองมนุษย์ในการคิด ที่เรียกว่า Artificial Neural Network (ANN) Learning Algorithm จนทำให้พวกมันสามารถเรียนรู้และวิวัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ในรูปแบบที่เรียกว่า Deep Learning มาลองดูกันครับว่า เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์และให้คะแนนเป็นเครดิต เขามีวิธีคำนวณเครดิตของมนุษย์อย่างไร
ขอยกตัวอย่างจาก Sesame Credit ของ Alibaba (AFSG) ที่มีช่วงคะแนนระหว่าง 350-950 คะแนน และมีเกณฑ์การให้คะแนนมาจาก 5 ปัจจัย ได้แก่
1.Credit History ดูสิว่า คุณจ่ายเงินค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ มีรายจ่ายอะไรบ้าง
2.Fulfilment Capacity ดูความสามารถ ดูศักยภาพของคุณว่า สามารถปฏิบัติได้ตรงตามสัญญาหรือไม่ (Contract Obligations) อาทิ จ่ายตรงเวลาหรือไม่ จ่ายเต็มจำนวน หรือแค่จ่ายขั้นต่ำ ได้ใบเสร็จวันนี้แล้วจ่ายใบเสร็จวันไหน
3.Personal Characteristics เริ่มจากข้อมูลพื้นฐาน เช่น หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขโทรศัพท์บ้าน ที่อยู่ รวมไปถึงการวิเคราะห์ที่ต่อเนื่อง เช่น ถ้าคุณเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์บ้าน นั่นหมายความว่า คุณมีหลักแหล่งชัดเจน ที่อยู่ของคุณตั้งอยู่ในย่านไหนของเมือง คุณเป็นเจ้าของเองหรือไม่ บ้านและที่ดินนั้นอยู่ในพื้นที่ที่จะมีโอกาสเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคา และเพิ่มความมั่งคั่งได้มากน้อยแค่ไหน
4.Behavior and Preference วิเคราะห์ลงมาถึงเรื่องของพฤติกรรมความชอบและรูปแบบการใช้ชีวิต อาทิ ถ้าข้อมูลแสดงให้เห็นว่า คุณ Login เข้าระบบเล่นเกม Online ต่อเนื่องกันวันละเกินกว่า 10 ชั่วโมง/วัน นั่นหมายความว่า คุณเป็นคนว่างงานและขี้เกียจสันหลังยาว เพราะนอกจากจะไม่ทำงานและยังไม่มีแนวโน้มจะออกไปหางานทำอีกต่างหาก แต่ถ้าข้อมูลบัตรเครดิต หรือ การ Online Shopping ของคุณ เป็นการสั่งซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กอ่อนในปริมาณที่พอเหมาะ ข้อมูลนี้ก็แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนมีครอบครัวที่มีความรับผิดชอบ และข้อมูลบางอย่างกไม่ได้อยู่ในโลก Online แต่ก็ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย เช่น ข้อมูลประวัติการเรียน การทำข้อสอบ (รวมทั้งการโกงข้อสอบ และการหนีเรียน) จาก China’s Education Bureau
5.Inter-Personal Relationships ข้อมูลจากการ Post ข้อความใน Social Media การ Follow การกด Like ทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า คุณมีทัศนคติต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร มีความสนใจด้านไหน การ Check-in ในสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการ Tag เพื่อน ๆ ของคุณ ที่มีรูปถ่ายด้วยกัน แสดงให้เห็นได้ว่า คุณมีมนุษยสัมพันธ์อย่างไร มีมารยาททางสังคม และมีการเข้าสังคมมากน้อยเพียงใด เหมาะสมหรือไม่
ระบบ ICT จะเก็บข้อมูลเหล่านี้จากคนเป็นล้าน ๆ คนที่ทำกิจกรรมทุกสิ่งอย่างของชีวิตบนระบบคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้น AI และ/หรือ SI จะทำหน้าที่วิเคราะห์และให้คะแนน ในกรณีของ Sesame Credit ของ Alibaba นั้น ถ้าคุณได้คะแนนมากกว่า 600 นั่นหมายถึงคุณสามารถกู้เงินจาก AFSG ได้จนถึงเพดานที่ 5,000 RMB
● คะแนนมากกว่า 650 นั่นหมายถึงคุณสามารถเช่ารถยนต์ได้โดยไม่ต้องวางเงินมัดจำ และยังได้ Fast Track ในการ Check-in ที่สนามบินและโรงแรมต่าง ๆ คะแนนมากกว่า 666 นั่นหมายถึงคุณสามารถกู้เงินจาก AFSG ได้จนถึงเพดานที่ 50,000 RMB
● คะแนนมากกว่า 700 นั่นหมายถึง คุณสามารถขอวีซ่าไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองการทำงาน
● คะแนนมากกว่า 750 นั่นหมายถึง คุณได้รับสิทธิ์ Fast Track ในการขอวีซ่าไปประเทศในกลุ่ม Schengen
การได้เครดิต SCS ต่ำ ยังหมายถึงคุณอาจจะไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ การถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใช้บริการในธุรกิจบางประเภท อาทิ ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ ที่เที่ยวกลางคืน ฯลฯ หรือแม้แต่การจำกัดสิทธิไม่ให้ออกเดินทางไปเที่ยวในต่างประเทศ เพราะคุณอาจจะทำให้ชื่อเสียงของประเทศต้องมัวหมองจากพฤติกรรมส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม คนที่มีเครดิตต่ำจะไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินบางประเภทได้ อาทิ การประกันชีวิต การประกันภัย หรือ คนที่ข้อมูลจาก Fitbit แจ้งว่า คุณไม่ออกกำลังกาย พฤติกรรมการซื้อของกินของใช้ของคุณแสดงให้เห็นว่า คุณไม่รักษาคุณภาพของตนเอง นั่นอาจจะทำให้คุณได้รับสิทธิสวัสดิการทางสังคมที่ลดลง หรือแม้แต่ถูกห้ามไม่ให้เข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ หรือบางอาชีพที่ต้องมีจริยธรรมสูง ๆ อาทิ สื่อมวลชน บุคลากรทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย เพียงเพราะคุณกด Like และ Follow บุคคลอันตรายบางคน เข้า Website ที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย หรือทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในโลก Online
และข้อมูลเหล่านี้ของตัวคุณเอง ยังอาจส่งผลถึงลูกหลานของคุณด้วย เพราะการที่คุณเครดิตไม่ดี อาจทำให้คุณไม่สามารถนำลูกของคุณไปสมัครเรียนในโรงเรียนบางแห่งได้ และในปี 2016 State Council General Office ของประเทศจีน ประกาศ Warning and Punishment Mechanism for Persons Subject to Enforcement for Trust-Breaking ออกมาแล้ว เห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า การจัดเก็บและประมวลผลในโลก ICT มันกำหนดชีวิตของพวกเราได้อย่างไร
ดังนั้น ถ้าจะมีการจัดทำยุทธศาสตร์ ICT คำถามแรก คือ คนที่จะจัดทำยุทธศาสตร์เหล่านี้ เข้าใจศักยภาพของ ICT ดีแค่ไหน พวกเขาเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ปัจเจกของมนุษย์ สิทธิของมนุษย์แต่ละคนในการตัดสินใจเพื่อดำรงชีวิตของตนและการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมมันมีขอบเขตที่สามารถล่วงละเมิดได้แค่ไหน คนที่จะทำยุทธศาสตร์ ICT ต้องมีความเข้าใจมิติสังคมวิทยา สังคม และวัฒนธรรม ต้องเข้าใจเรื่องของกฎหมายและมิติอื่น ๆ ของความเป็นมนุษย์ เพราะ ICT ไม่ใช่แค่เรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น หากแต่มันเกี่ยวข้องสัมพันธ์โดยตรงกับพฤติกรรมของมนุษย์
……………….
คอลัมน์ : เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,360 วันที่ 26-28 เม.ย. 2561 หน้า 07
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● กทท.ยกระดับปรับยุทธศาสตร์ ICT พร้อมก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0
● กรมศุลกากรพัฒนาระบบ ICT สู่ Digital Customs






