
ดีอี-พาณิชย์ ผนึก ‘ไปรษณีย์ไทย’ ปูพรมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ส่งรถพุ่มพวง 3.8 พันคัน บุกชุมชนหั่นค่าครองชีพ-ปั๊มรายได้ SME
ไปรษณีย์ไทย ขานรับนโยบายรัฐ ยกระดับโลจิสติกส์เพื่อสังคม ผนึกกรมการค้าภายใน ดีเดย์ พ.ค.นี้ กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกผ่านที่ทำการไปรษณีย์และรถเร่ทั่วประเทศ ตั้งเป้าช่วยประชาชน 4 ล้านคน พร้อมอุ้มผู้ประกอบการ 2,000 ราย อัดฉีดค่าขนส่ง-เว้น GP ผ่านแพลตฟอร์มดัง
KEY
POINTS
- กระทรวงดีอี, พาณิชย์ และไปรษณีย์ไทย ร่วมมือเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- ส่งรถเร่ "รถพุ่มพวง" กว่า 3,800 คัน บุกชุมชนทั่วประเทศเพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาต่ำกว่าท้องตลาด
- สนับสนุนผู้ประกอบการ SME และ OTOP โดยนำสินค้าขึ้นขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมมอบส่วนลดค่าขนส่งและยกเว้นค่าธรรมเนียม
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “ไทยช่วยไทย” ชูโมเดลใช้โครงข่ายโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นหัวหอกกระจายสินค้าจำเป็น หวังแก้โจทย์ค่าครองชีพพุ่งและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ว่า ไปรษณีย์ไทยได้ปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ขนส่ง สู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพื่อสังคม” โดยร่วมมือกับกรมการค้าภายใน เพื่อนำสินค้าราคาประหยัดเข้าถึงมือประชาชนผ่าน 2 กลไกหลัก:
กางแผนบุกตลาดชุมชน (เริ่ม พ.ค. 69)
- Direct Sales: จำหน่ายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 120 แห่ง (นำร่องกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ก่อนขยายทั่วประเทศ)
- Mobile Units: เชื่อมต่อระบบรถเร่หรือ "รถพุ่มพวง" กว่า 3,800 คัน กระจายเข้าสู่ชุมชนและตลาดกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ
- Target: ครอบคลุมผู้บริโภคกว่า 4 ล้านคน โดยเน้นสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช และเครื่องใช้ในครัวเรือน ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด
ติดปีก SME & OTOP สู่โลกออนไลน์
นอกจากการขายออฟไลน์ ไปรษณีย์ไทยยังจับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำสินค้า OTOP และ SME กว่า 2,000 ราย (รวมกว่า 6 แสนรายการ) ขึ้นแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และพันธมิตรยักษ์ใหญ่ อาทิ Shopee, Lazada, TikTok, LINE MAN และ Grab โดยมีมาตรการหนุนพิเศษ:
ค่าขนส่ง: สนับสนุนส่วนลด 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ
ค่าธรรมเนียม: ยกเว้นค่า GP (Commission) เป็นกรณีพิเศษเพื่อเพิ่มกำไรให้ผู้ประกอบการ
อุ้มเกษตรกรผ่าน "กล่องผลไม้ DIT"
ในส่วนของภาคเกษตรกรรม ได้จัดทำโครงการระบายผลผลิตทางการเกษตร เตรียมพร้อมกล่องผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และตะกร้า 35,000 ใบ เพื่อเป็นตัวกลางนำผลผลิตจากสวนส่งตรงถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและถูกกดราคา
"โครงการไทยช่วยไทย ไม่ใช่แค่การขนส่ง แต่คือกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนในยามที่ทั่วโลกเผชิญความผันผวน" ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้าย.







