thansettakij
thansettakij
ถอดรหัส SMR โรงแรก รัฐต้องหนุนเงินทุน ค้ำประกันความเสี่ยงแจ้งเกิด

ถอดรหัส SMR โรงแรก รัฐต้องหนุนเงินทุน ค้ำประกันความเสี่ยงแจ้งเกิด

06 พ.ย. 69 | 08:11 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 69 | 08:11 น.

โรงไฟฟ้า SMR โรงแรก โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ “เงินทุน-ความเสี่ยง” เวที IAEA ชี้รัฐต้องแบกความเสี่ยงช่วงก่อสร้าง พร้อมค้ำประกันสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเปิดทางเอกชนรับช่วงหลัง COD

KEY

POINTS

  • ภาครัฐจำเป็นต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะช่วงการก่อสร้างและปัญหาต้นทุนบานปลายสำหรับโครงการโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรก (FOAK)
  • การค้ำประกันจากรัฐบาล (Sovereign Guarantee) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและปลดล็อกเงินทุนจากสถาบันการเงินและผู้ให้กู้
  • โครงสร้างทางการเงินที่มีประสิทธิภาพคือให้ภาครัฐรับความเสี่ยงในช่วงก่อนเปิดดำเนินงาน และเมื่อโรงไฟฟ้าเดินเครื่องแล้วจึงรีไฟแนนซ์หรือให้เอกชนเข้ารับช่วงต่อ

การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเรื่องการยกระดับและการจัดหาเงินทุนสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models) โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา (U.S. DOE) เป็นอีกเวทีในการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดในอนาคต

ในเวทีเสวนาหัวข้อ “สารสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับรูปแบบความเป็นเจ้าของและโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมกับประเทศไทยและภูมิภาค” (PANEL DISCUSSION: Key messages for decision makers on ownership and financing structures suited to Thailand and the region) ที่มีผู้ร่วมเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และภาคเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับโมเดลความเป็นเจ้าของ การจัดหาเงินทุน และการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อผลักดันโครงการนิวเคลียร์จากนวัตกรรมเครื่องแรก (First-of-a-Kind: FOAK) ไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง (Nth-of-a-Kind: NOAK)

มาเลเซียชูรัฐนำร่อง SMR

ในการขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้า SMR เครื่องแรก Mr. Jonathan Tan หัวหน้าโครงการด้านเศรษฐศาสตร์ จากบริษัท MyPOWER Corporation จากมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในระยะที่ 1 ตามกรอบ IAEA Milestone Approach และเตรียมรับการประเมินความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ในช่วงปลายปี 2027 ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างระบบไฟฟ้าในมาเลเซียตะวันตก มีกำลังการผลิตกว่า 30 กิกะวัตต์ พึ่งพาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินสูงถึง 80% และจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินทยอยหมดสัญญารวมประมาณ 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2044 ขณะที่พื้นที่รัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว มีระบบสายส่งขนาดเล็กกว่า จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับเทคโนโลยี SMR

ถอดรหัส SMR โรงแรก รัฐต้องหนุนเงินทุน ค้ำประกันความเสี่ยงแจ้งเกิด

ในด้านรูปแบบความเป็นเจ้าของ ภาครัฐจำเป็นต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในโครงการแรก โดยประสานความร่วมมือกับกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ เช่น Khazanah กองทุนบำเหน็จบำนาญ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทในเครือ เช่น TNB และ Petronas ตลอดจนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ ในการร่วมถือหุ้นและบริหารความเสี่ยงช่วงก่อสร้าง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยเพื่อดึงความเชี่ยวชาญ

Mr. Jonathan Tan ได้เน้นยํ้าถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจทางนิวเคลียร์ ให้แก่นักลงทุนในประเทศ เพื่อให้สามารถประเมินและตั้งราคาความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง โดยมองว่าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ยังคงเป็นโมเดลรายได้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการแรก ส่วนโมเดล Regulated Asset Base (RAB) ยังไม่เหมาะสมเนื่องจากต้องใช้เวลาในการปรับแก้ไขกฎหมายและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

ไทยเร่งหาโมเดลลงทุนรับ AI

ขณะที่ตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และกำลังรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่ง SMR ถือเป็นทางเลือกสำคัญในการจ่ายไฟฟ้าเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยสร้างการจ้างงานทักษะสูงในประเทศ ซึ่งกฟผ. กำลังศึกษาโมเดลทางการเงินที่หลากหลายนอกเหนือจากสัญญา EPC แบบเทิร์นคีย์ เช่น โมเดล Build-Own-Operate (BOO) ควบคู่กับการผนึกกำลังภายในประเทศและการประสานความร่วมมือสากล เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและกรอบเวลา

 ส่วนตัวแทนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ. ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพเทคโนโลยี SMR ระบายความร้อนด้วยโซเดียมที่สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การผลักดันเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ต้องคำนึงถึงความต้องการจริงของลูกค้า เช่น กลุ่มศูนย์ข้อมูล รวมถึงการหารือร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัย ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโครงการเพื่อลดอุปสรรคด้านกรอบเวลา

นอกจากนี้ จะเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่ง (Grid Infrastructure) ล่วงหน้าอย่างน้อย 5-15 ปี เพื่อรองรับการเชื่อมต่อ SMR และการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

รัฐต้องแบกความเสี่ยงช่วง FOAK

ในด้านการจัดหาเงินทุนและการบริหารความเสี่ยงช่วงก่อสร้าง Mr. Michael Lin Sheng เจ้าหน้าที่การลงทุนหลัก จากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) สะท้อนว่า ในโครงการโรงไฟฟ้า SMR แรกๆ (FOAK) ภาครัฐจำเป็นต้องใช้สถานะทางการเงินของตนเองในการแบกรับความเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะความเสี่ยงช่วงก่อสร้าง และภาวะต้นทุนบานปลาย เนื่องจากสถาบันการเงินและภาคเอกชนจะเข้ามามีบทบาทได้ต่อเมื่อมีกรอบกฎหมายที่แน่นอนและมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Firm Offtake PPA) ที่น่าเชื่อถือ โครงสร้างทางการเงินที่มีประสิทธิภาพควรแบ่งตามช่วงเวลาอย่างชัดเจน

โดยให้ภาครัฐหรือการคํ้าประกันจากรัฐ (Sovereign Guarantee) แบกรับความเสี่ยงช่วงก่อนเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (Pre-COD) และเมื่อโรงไฟฟ้าเปิดเดินเครื่องแล้ว (Post-COD) จึงทำการรีไฟแนนซ์หรือโอนย้ายหุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อหมุนเวียนทุนกลับคืนสู่ภาครัฐ

ค้ำประกันรัฐปลดล็อกสินเชื่อ

ประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อสังเกตของ Mr. Ashok Pasricha จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. EXIM Bank) ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์และองค์กรสินเชื่อเพื่อการส่งออกมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิการเข้าแทรกแซงโครงการ (Step-in Rights) กรณีโครงการนิวเคลียร์ล้มเหลว เนื่องจากภาระความรับผิดชอบทางนิวเคลียร์ (Nuclear Liability) ดังนั้น หนังสือคํ้าประกันจากรัฐบาล (Sovereign Guarantee) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ให้กู้ในโครงการแรกได้อย่างมาก

อาเซียนชูโมเดลลงทุนยืดหยุ่น

ด้าน Mr. Rully Hidayatullah เจ้าหน้าที่อาวุโส จากศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) ได้เน้นยํ้าว่า ประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีความหลากหลายทั้งในมิติโครงสร้างตลาดไฟฟ้าและขนาดระบบสายส่ง การจัดหาเงินทุนและการเลือกเทคโนโลยีจึงต้องมีความยืดหยุ่นและปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ ภูมิภาคอาเซียนมีกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็ง เช่น ASEANTOM สำหรับหน่วยงานกำกับดูแลในการแลกเปลี่ยนมาตรฐานความปลอดภัยและแผนรับมือเหตุฉุกเฉินระดับภูมิภาค ตลอดจน NEC-SSN สำหรับผู้กำหนดนโยบายในการแลกเปลี่ยนบทเรียน และการผลักดันนิวเคลียร์เข้าไปในมาตรฐานการเงินยั่งยืนของอาเซียน (ASEAN Taxonomy)

ผู้ร่วมเสวนาทุกคนต่างสรุปพ้องตรงกันว่า การพัฒนา SMR สำหรับประเทศผู้เริ่มต้นควรดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนตามแนวทาง IAEA Milestone Approach อาศัยนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและยั่งยืน และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายจากโครงการแรกให้กลายเป็นความมั่นคงทางพลังงานและโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของภูมิภาคในอนาคต