
ปตท. มองโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR พลังงานอนาคต ต่อยอดธุรกิจ ลดคาร์บอน
ปตท. มอง SMR เป็นทางเลือกพลังงานอนาคต ผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนรองรับภาคอุตสาหกรรม พร้อมมองโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ผ่านสัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาวและการร่วมลงทุน
KEY
POINTS
- ปตท. มองว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือกพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านพลังงานของประเทศ
- SMR สามารถผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนป้อนภาคอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและต่อยอดธุรกิจในกลุ่ม ปตท. ได้
- กลุ่ม ปตท. เห็นว่า SMR เป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจในอนาคต เนื่องจากสอดคล้องกับธุรกิจเดิมทั้งด้านพลังงาน ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังต้องศึกษาอย่างรอบคอบในทุกมิติ
ดร.รสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กิจการพิเศษ 2 - Business Re-Structuring รักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวการอบรมเชิงปฏิบัติการ IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models ในหัวข้อ “โอกาสของ SMR ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ในวันที่ 2 พ.ย. 2569 โดยนำเสนอมุมมองจากภาคอุตสาหกรรมว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านพลังงานสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การมีพลังงานที่เชื่อถือได้ (Reliable Energy) พลังงานที่มีราคาจับต้องได้ (Affordable Energy) และพลังงานที่สะอาดขึ้น (Cleaner Energy) ซึ่งทั้ง 3 ด้านมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
ดร.รสยากล่าวว่า แม้พลังงานหมุนเวียนจะมีความสำคัญอย่างมาก แต่ภาคพลังงานยังจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) อาจเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ได้
ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงพลังงานนิวเคลียร์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไฟฟ้าเท่านั้น โดยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน และภาคพลังงาน ยังต้องใช้ความร้อนและไอน้ำในปริมาณมากสำหรับกระบวนการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันพลังงานส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในส่วนนี้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
SMR ผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนป้อนโรงงาน
ดร.รสยากล่าวว่า SMR สามารถผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมลดการปล่อยคาร์บอน โดยโรงไฟฟ้า SMR หนึ่งแห่งสามารถจ่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับโรงงานหลายแห่งภายในพื้นที่อุตสาหกรรมเดียวกันได้
สำหรับกลุ่ม ปตท. มองว่า SMR เป็นโอกาสที่น่าสนใจ เนื่องจากกลุ่ม ปตท. มีธุรกิจครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน ไฟฟ้า ปิโตรเคมี และโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรม ทำให้ SMR อาจกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านพลังงานของกลุ่ม ปตท. ในอนาคต และอาจสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่เพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมยังสามารถเข้ามาเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาโครงการได้ ผ่านสัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาว หรือการร่วมลงทุน ซึ่งเป็นแนวทางความร่วมมือที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ดร.รสยาเน้นว่า ก่อนที่จะมีการตัดสินใจใด ๆ จำเป็นต้องศึกษาประเด็นด้านความปลอดภัย ต้นทุน เทคโนโลยี และกฎระเบียบอย่างรอบคอบ โดยไม่ได้มองว่า SMR เป็นคำตอบสำหรับทุกเรื่อง แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรค่าแก่การศึกษาและพิจารณา
อาเซียนเผชิญโจทย์พลังงานคล้ายกัน
ดร.รสยากล่าวถึงภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า หลายประเทศกำลังเผชิญความท้าทายด้านพลังงานที่คล้ายคลึงกัน จึงสามารถร่วมมือกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาบุคลากรที่มีทักษะ และสร้างห่วงโซ่อุปทานร่วมกันได้
นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ผู้ให้บริการเทคโนโลยี นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนา SMR ในภูมิภาค
SMR ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับอนาคตของการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตภาคอุตสาหกรรมด้วย สำหรับกลุ่ม ปตท. นี่เป็นโอกาสที่ควรร่วมกันศึกษาและสำรวจต่อไป






