thansettakij
thansettakij
ครม. อนุมัติร่าง MOU โครงการบ้านประหยัดพลังงาน 1.05 พันล้าน

ครม. อนุมัติร่าง MOU โครงการบ้านประหยัดพลังงาน 1.05 พันล้าน

22 ก.ย. 69 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ย. 69 | 09:06 น.

ครม. เห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความตกลงร่วมกับการเคหะฯ UNEP สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย วงเงินกว่าพันล้านบาท หวังยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความตกลง (MOU) โครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน โดยให้การเคหะแห่งชาติลงนามร่วมกับ UNEP และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
  • โครงการมีมูลค่ารวมประมาณ 1,050 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนหลักจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และมีกรอบดำเนินงาน 5 ปี
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน ผ่านการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและพัฒนามาตรฐานบ้านประหยัดพลังงาน

22 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม. มีมติเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความตกลงโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) พร้อมอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติ ลงนามร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยผลักดันเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) และยุทธศาสตร์ชาติ 

ทั้งนี้ โครงการมีมูลค่ารวม 32.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,050 ล้านบาท) โดยได้รับเงินให้เปล่าจากกองทุน GEF ผ่าน UNEP 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 102.86 ล้านบาท)ร่วมกับเงินลงทุนและบริจาคสมทบจากการเคหะและ กฟผ. มีกรอบดำเนินงาน 5 ปี (บังคับใช้ปี 2569–2572 และขยายเวลาตามความตกลง)

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า ในโครงการนี้ จะมี 3 กิจกรรมหลัก คือ 1.พัฒนามาตรฐานบ้านประหยัดพลังงานประเภทบ้านเดี่ยว/บ้านแฝด และขยายผลการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 2.ดึงสถาบันการเงินจัดตั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ประชาชนรายได้น้อย–ปานกลางกู้ซื้อหรือสร้างบ้านประหยัดพลังงาน และ 3. พัฒนาบุคลากร อบรมเทคนิคการออกแบบอาคารสีเขียวแก่บุคลากรและรณรงค์ประชาชน

ทั้งนี้ ร่างบันทึกข้อตกลงนี้ กระทรวงการต่างประเทศและกฤษฎีกาเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นการตกลงระดับหน่วยงานรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ ไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ และไม่มีภาระงบประมาณเพิ่ม ที่รัฐบาลต้องจ่าย รวมทั้งผ่านการตรวจร่างทางกฎหมายจากอัยการสูงสุดแล้ว