thansettakij
thansettakij
Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

22 ก.ย. 69 | 04:17 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ย. 69 | 04:17 น.

กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization เพิ่มความยืดหยุ่นและขีดความสามารถของระบบไฟฟ้า พร้อมพัฒนาระบบพยากรณ์พลังงานหมุนเวียนและ Demand Response ปูทางสู่ Virtual Power Plant รองรับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าใหม่ รวมถึงความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์

KEY

POINTS

  • กฟผ. เดินหน้าปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ รองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ซับซ้อน
  • มีเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาไปสู่โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) เพื่อเชื่อมโยงและบริหารจัดการแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาระบบครั้งนี้มีเพื่อสร้างความมั่นใจและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและรองรับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าที่ซับซ้อนมากขึ้น กลายเป็นโจทย์สำคัญของระบบไฟฟ้าไทย ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านยังเปิดทางให้ไทยมีบทบาทในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค

อีกเวทีของ Gastech 2026 คือ “Power for all : Delivering Universal energy access in an electrifying world” โดย กฟผ.นำเสนอแนวทางการเตรียมระบบไฟฟ้าไทยเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจและเปรียบเสมือนผู้ให้บริการสาธารณะ โดยมีภารกิจทำให้มั่นใจว่าจะเป็นองค์กรระดับชาติที่ดูแลความมั่นคงและจัดหาไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ให้กับทั้งประเทศ รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและประเทศไทย และหวังว่าจะนำไปสู่ความสุขของคนไทย ภารกิจหลักของ กฟผ.มี 2 ด้าน ได้แก่ การผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า

ท่ามกลางพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเข้ามาเป็นจำนวนมาก กฟผ.ในฐานะรัฐวิสาหกิจจำเป็นต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและนโยบายของรัฐบาล โดยบริหารจัดการทั้งด้านการผลิตและระบบส่งตามภารกิจ

พัฒนาระบบส่งเชื่อมลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์

ในด้านพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น นายศุภชัยกล่าวว่า แน่นอนว่า กฟผ. จำเป็นต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและนโยบายของภาครัฐ โดยได้ดำเนินการทั้งในส่วนของการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า

ในส่วนของระบบส่งไฟฟ้ากำลังขยายโครงข่ายระบบส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับและเชื่อมโยงแหล่งจ่ายไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว และมาเลเซีย

นอกจากนี้ กฟผ.ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าในเอเชีย โดยเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นส่วนแรกของการพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าแห่งเอเชีย (Asian Power Grid)

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

Grid Modernization เพิ่มความยืดหยุ่นระบบ รับพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้  นายศุภชัยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ.กำลังขยายและเพิ่มขีดความสามารถของระบบ เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะได้รับไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้

โดยมีการขยายโครงข่ายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) รวมถึงการดำเนินงานด้านการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย หรือที่เรียกว่า Grid Modernization

ภายใต้การปรับปรุงระบบโครงข่าย กฟผ.ดำเนินการในหลายด้าน โดยประการแรกคือการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น อีกด้านหนึ่งของการทำให้ระบบมีความทันสมัยคือการเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์ โดยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า การพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast) ซึ่งหมายถึง ระบบพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน หมายถึง ระบบที่ใช้คาดการณ์ปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ โดยอาศัยข้อมูลสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางธรรมชาติที่ได้รับจากระบบตรวจวัดต่างๆ ในช่วงเวลานั้น  เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสามารถมองเห็นและประเมินสถานการณ์ของระบบได้อย่างชัดเจน

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ กฟผ.พยายามเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้ไฟฟ้ากับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ และเพื่อให้มั่นใจว่าระบบโครงข่ายจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและเชื่อถือได้

หลังจากนั้น กฟผ.จะพัฒนากลไกด้าน การตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) เพื่อให้สามารถประสานการทำงานร่วมกับผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า

และเป้าหมายสูงสุดของการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย คือการพัฒนาไปสู่ โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเข้าด้วยกันได้

มั่นใจรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ 

เมื่อกลับมาพูดถึงเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจอื่น ๆ ที่กำลังเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในขณะนี้ นายศุภชัยมองว่ารัฐบาลไทยเปิดกว้างและให้การต้อนรับนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอย่างมาก

กฟผ. ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาสนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ โดยจะทำให้มั่นใจว่าสามารถรองรับความต้องการของนักลงทุนได้ โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มขีดความสามารถของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศไทย

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์คือ ในด้านงบประมาณ รัฐบาลอาจมีมาตรการสนับสนุนเพื่อรองรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ในด้านเทคนิค กฟผ. จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า

กฟผ.จึงทำการวิจัยและเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ดาต้าเซ็นเตอร์มีการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจทำให้รูปแบบการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไป

“เราต้องศึกษาว่าจะบริหารจัดการระบบไฟฟ้าอย่างไร เพื่อรองรับการใช้งานดังกล่าว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น ๆ” 

รับแผน PDP 2026 ชูไฟฟ้ามั่นคง–ยั่งยืน–เป็นธรรม

นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับการติดตามการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 โดยมองว่าฝ่ายบริหารต้องการเห็นแผนที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีความมั่นคงมากขึ้น และมีความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.ก็ต้องดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว 

“แต่ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่อยากเพิ่มเติมคือ การทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้จากโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าโดยรวม”

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นหนึ่งคือ จะทำอย่างไรให้ภาคเอกชนสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้ ซึ่ง กฟผ. ตระหนักดีว่า สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงการจัดหาไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้เท่านั้น แต่ กฟผ. ยังต้องมีโซลูชันที่จะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอน

ดังนั้น กฟผ.จึงมีโซลูชันที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ UGT หรือ Utility Green Tariff ซึ่งในช่วงที่มีการพูดถึง Green Tariff โดยสามารถนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับนักลงทุน เพื่อให้สามารถเลือกใช้พลังงานสีเขียวได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ UGT ยังมีข้อดีตรงที่มาพร้อมกับ ใบรับรองคุณลักษณะพลังงาน (Energy Attribute Certificate) หมายความว่า เมื่อใช้พลังงานสีเขียว ก็จะได้รับใบรับรองดังกล่าวด้วย

Gastech 2026 กฟผ.เดินหน้า Grid Modernization สู่ Virtual Power Plant รองรับดาต้าเซ็นเตอร์

นอกเหนือจากนั้น สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากในการกำหนดโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าคือ การคำนึงถึงศักยภาพและทรัพยากรภายในประเทศ ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญเช่นกัน เพราะ กฟผ.พยายามลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ

สำหรับการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ นายศุภชัยกล่าวว่า ปัจจุบัน กฟผ. ได้นำพลังงานชีวมวลมาใช้ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยพยายามทำงานร่วมกับชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าเป็นหลัก เปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ จากนั้นนำมาแปรรูปและนำมาใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม

“แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ”

นอกจากนี้ อีกประเด็นหนึ่งคือประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์อยู่มาก กฟผ.จึงนำระบบ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนเขื่อน (Hydro-Floating Solar) มาใช้ในอ่างเก็บน้ำ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคการเกษตร

“สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญและต้องการเน้นย้ำคือ การใช้ศักยภาพและทรัพยากรภายในประเทศ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และผมคิดว่านี่เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้”