

KEY
POINTS
ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ฉบับใหม่ที่คาดว่าจะประกาศใช้ภายในสิ้นปีนี้ ได้บรรจุโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor : SMR ) ไว้ในแผนราว 9,000 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นสุดแผนปี 2593 และจะเริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่ปี 2580 ขนาดราว 300 เมกะวัตต์ เป็นต้นไป โดยมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟผ.เป็นผู้ดำเนินการ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในงาน Gastech 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค กรุงเทพฯ ทางกฟผ.ได้ลงนามความตกลงรับทุนสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโครงการโรงไฟฟ้า SMR จากองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) ที่กฟผ.ให้ความสำคัญกับโอกาสในการเรียนรู้จากนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของสหรัฐอเมริกา ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR ที่จะมาเสริมความมั่งคงทางพลังงานให้กับประเทศในอนาคต
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การสำรวจทางเลือกต่าง ๆ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน รักษาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การสนับสนุนครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับประเทศไทย ในการประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว ที่จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
การลงนามความตกลงในครั้งนี้ จะช่วยให้ กฟผ. สามารถประเมินพื้นที่ที่มีศักยภาพเบื้องต้น ต้นทุน ตลอดจนขั้นตอนและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ที่จำเป็นสำหรับการเดินหน้าตามแผนการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR มาใช้ในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับประเทศไทย ในการพัฒนาแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคงและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
Mr. Thomas R. Hardy รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ USTDA กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกา และบทบาทความเป็นผู้นำด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อการใช้งานโดยสันติและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูและขับเคลื่อนภาคพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นยุคแห่งการส่งเสริมนวัตกรรมและการลงทุนอีกครั้ง และกำลังสร้างโอกาสใหม่ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ทั้งในสหรัฐ ฯ และทั่วโลก
ความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศที่มีความสำคัญในวงกว้างของสหรัฐ ฯ นั่นคือการทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรที่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
นอกจากนี้ ภายในงาน Gastech 2026 กฟผ. ยังได้นำเสนอเนื้อหาภายใต้ธีม “Bridging the Next Energy Era” สะท้อนบทบาทของ กฟผ. ในการเป็น “สะพานเชื่อมพลังงาน” จากปัจจุบันสู่อนาคต เชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบพลังงานที่มั่นคง สะอาด และยั่งยืน
ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. Bridging Energy Security การเชื่อมต่อความมั่นคงทางพลังงาน ผ่านการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ (Grid Modernization) และการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าภูมิภาคผ่าน ASEAN Power Grid
2. Bridging Energy Transition การเชื่อมต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสมดุล ด้วยการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานคาร์บอนต่ำ อาทิ Hydrogen และ Biomass 3) Bridging Sustainable Future การเชื่อมต่ออนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการศึกษาเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ และได้รับความสนใจจากทั่วโลกอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง