

KEY
POINTS
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายหลังจากควบรวมกิจการระหว่าง BANPU และ BPP จึงได้กำหนดจุดมุ่งหมาย “Expand the world’s energy capacity, responsibly” หรือการขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ ผ่านยุทธศาสตร์ “Energy Symphonics”
โดยตั้งเป้าการเติบโตของ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 1.5 เท่า และเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับถ่านหินให้มากกว่า 50 % ของ EBITDA ภายในปี 2573 พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1 และ Scope 2 ลงมากกว่า 20 % ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน
ผ่านการขับเคลื่อนใน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต
โดยธุรกิจ Power+ มีบทบาทสำคัญในการเป็นแพลตฟอร์มการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดที่มีคาร์บอนตํ่าลง ซึ่งปัจจุบันบ้านปูมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 4,946 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,011 เมกะวัตต์ (ประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ 556 เมกะวัตต์ โซลาร์บนหลังคาและทุ่นลอยนํ้า 337 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 118 เมกะวัตต์) ควบคู่กับการมีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 3,935 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ในก้าวข้ามข้อจำกัดด้านความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มขนาดกำลังการผลิตของระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ หรือ BESS ซึ่งปัจจุบันบ้านปูมีพอร์ตโฟลิโอ BESS ที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างพัฒนารวม 1,534 เมกะวัตต์ชั่วโมง และมีเป้าหมายขยายกำลังผลิตรวมใน pipelines ให้แตะระดับ 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง หรือ 692 เมกะวัตต์ ภายในปี 2572
โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์ RE + BESS ใน 5 ตลาดแกนหลัก ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ถือเป็นตลาด BESS ที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตของกลุ่ม ด้วยกำลังไฟฟ้าติดตั้ง 453 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นความจุสะสมรวมสูงถึง 1,606 เมกะวัตต์ชั่วโมง หรือ 453 เมกะวัตต์ อาทิ โครงการ Wooreen ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนได้มากถึง 230,000 ครัวเรือนในช่วงพีก
นอกจากนี้ยังมีโครงการ Kerang ขนาดความจุ 206 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อเข้ามาช่วยยกระดับพอร์ตสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนเดิมที่มีกำลังผลิตติดตั้งแล้วจำนวน 167 เมกะวัตต์
นายสินนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศญี่ปุ่น บ้านปูได้ปักหมุดเป้าหมายขยายกำลังการผลิตของระบบ BESS ในญี่ปุ่นให้แตะระดับ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (1 GWh) ภายในปี 2573 โดยปัจจุบันมีพอร์ตโครงการ BESS ที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างการพัฒนารวม 129 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นความจุสะสม 514 เมกะวัตต์ชั่วโมง ควบคู่กับการมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนติดตั้งแล้ว 57.6 เมกะวัตต์ โดยโครงการ Iwate Tono ขนาด 15 เมกะวัตต์ หรือ 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และเชื่อมต่อระบบกริดเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมพัฒนาโครงการ Hiyoshibaru ขนาดความจุ 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการ Nikko ขนาดความจุ 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่จะเปิดดำเนินการภายในปี 2569 นี้ ควบคู่กับโครงการอื่นๆ ใน pipelines เช่น โครงการ Aizu ขนาดความจุ 104 เมกะวัตต์ชั่วโมง โครงการ Tsuno ขนาดความจุ 104 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการ Kamigumi-Tokyo ขนาดความจุ 8 เมกะวัตต์ชั่วโมง
ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนติดตั้งแล้ว 2.5 เมกะวัตต์ และมีการลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน BESS แห่งแรกคือ โครงการ Megamouth ขนาดกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นความจุ 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ในรัฐเท็กซัส เพื่อเชื่อมต่อระบบกริดและดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในตลาดเสรี ERCOT merchant market
ขณะที่ในประเทศจีน บูรณาการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าหมุนเวียนติดตั้งแล้วรวม 363.4 เมกะวัตต์ และระบบ BESS รวม 10 เมกะวัตต์ หรือ 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน เช่น โครงการ Jinhu Qiangfeng เป็นโซลาร์ฟาร์มขนาด 120 เมกะวัตต์พ่วงระบบ BESS ขนาด 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้
ส่วนประเทศไทย บ้านปูมีโครงการหมุนเวียนติดตั้งแล้วรวม 117 เมกะวัตต์ และมีแผนติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ารวมกว่า 160 โครงการทั่วประเทศ ผ่านโซลูชันลดคาร์บอน Distributed Net-Zero Solutions คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 82,000 ตันต่อปี
การปรับทัพไปสู่ความยั่งยืนของบ้านปู ยังสอดรับกับความรับผิดชอบในการกักเก็บคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี CCUS ซึ่งมีเป้าหมายปริมาณการอัดฉีดก๊าซคาร์บอนสะสมแตะระดับ 1.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571โดยมีโครงการ CCUS ที่คืบหน้าต่อเนื่อง เช่น โครงการ East Texas CCUS ขนาดกักเก็บ 70 พันตันต่อปี (ktpa) ที่อยู่ระหว่างเตรียมตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง