thansettakij
thansettakij
รัฐจ่อเปิดสัมปทาน รอบ 26 ทะเลอันดามัน ชงครม.ขอลดหย่อนจัดเก็บเงินพิเศษ จูงใจเอกชนยื่นประมูล

รัฐจ่อเปิดสัมปทาน รอบ 26 ทะเลอันดามัน ชงครม.ขอลดหย่อนจัดเก็บเงินพิเศษ จูงใจเอกชนยื่นประมูล

27 ส.ค. 69 | 08:58 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 08:58 น.

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เล็งเปิดยื่นสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 26 แหล่งอันดามันปลายปีนี้ ดันมาตรการด้านภาษีให้ครม.ไฟเขียวจูงใจเอกชนเข้าร่วมประมูลจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีต้นทุนสูง คาดแปลงสำรวจ A1/68 มีศักยภาพสูง อยู่ติดแอ่งของอินโดนีเซียที่พบปิโตรเลียมแล้ว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในทะเลอันดามัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและแก้ปัญหาปริมาณก๊าซสำรองในประเทศที่ลดลง
  • กระทรวงพลังงานจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาลดหย่อนการจัดเก็บเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ (SRB) เพื่อจูงใจให้บริษัทเอกชนลงทุนสำรวจในพื้นที่น้ำลึกที่มีความเสี่ยงและต้นทุนสูง
  • พื้นที่สำรวจดังกล่าวมีศักยภาพสูง คาดว่าอาจค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติได้ถึง 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง

สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทาย จากปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตหลักในอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อการผลิตไฟฟ้าและในภาคอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูง

ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าปิโตรเลียมเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ โดยมีการนำเข้านํ้ามันดิบสูงถึง 90% และนำเข้าก๊าซธรรมชาติในรูปแบบ LNG อีกประมาณ 46% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ข้อมูลจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุว่า ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว (1P) ณ สิ้นปี 2568 มีอายุการใช้งานเหลือเพียงประมาณ 4.6 ปี และหากพิจารณารวมปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบ (2P) ก็จะมีอายุการใช้งานได้อีกเพียง 8.6 ปีเท่านั้น หากไม่มีการลงทุนสำรวจและพัฒนาแหล่งใหม่ๆ เพิ่มเติม จะส่งผลให้ประเทศขาดแคลนก๊าซในปริมาณที่สูงขึ้น

ชง ครม.ลด SRB จูงใจทุนลุย Deep Water

แหล่งข่าวจากระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการแสวงหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพื่อชดเชยปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองที่ลดลง ได่ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาค่าตัวแปรสิทธิประโยชน์ ในการให้ส่วนลดหรือการลดหย่อนการจัดเก็บเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษรายปี (Special Remuneratory Benefit : SRB) แก่ผู้ชนะการประมูล ภายใต้กฎหมายปิโตรเลียมและระบบจัดเก็บรายได้แบบก้าวหน้าของไทย (Thailand III) ที่ผู้รับสัมปทานจะต้องจ่ายเงิน SRB ให้แก่รัฐในอัตรา 0-75 % ของรายได้ เมื่อโครงการมีกำไรส่วนเกินในระดับสูง คล้ายคลึงกับการให้มาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentives)

รัฐจ่อเปิดสัมปทาน รอบ 26 ทะเลอันดามัน ชงครม.ขอลดหย่อนจัดเก็บเงินพิเศษ จูงใจเอกชนยื่นประมูล

ทั้งนี้ เนื้องจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีแผนที่จะเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในพื้นที่ทะเลอันดามันตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่นํ้าลึก (Deep-water blocks) ภายในปี 2569 นี้ จำเป็นต้องหามาตรการจูงใจให้มีผู้สนใจเข้ามามายื่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพราะพื้นที่ทะเลอันดามันถือเป็นอีกความหวังในการจัดหาก๊าซฯ รองรับช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

สำหรับการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 จะเป็นแปลงสำรวจ A1/68 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26,223 ตารางกิโลเมตร ถูกจัดว่าเป็นพื้นที่สำรวจใหม่แบบ “Frontier Basin” ที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีชั้นตะกอนสะสมตัวหนาและมีระบบปิโตรเลียมที่เชื่อมโยงกับแอ่งนอร์ทสุมาตรา (North Sumatra Basin) ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ฝั่งอินโดนีเซียได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ เช่น แหล่ง Timpan ที่ประเมินว่ามีปริมาณก๊าซสูงถึง 1.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต (TCF) แหล่ง Layaran ที่มีก๊าซสูงถึง 3.3 TCF และแหล่ง Tangkulo ที่พบก๊าซอีกกว่า 2.0 TCF รวมถึงการประกาศค้นพบก๊าซธรรมชาติครั้งใหญ่กว่า 7 TCF ของบริษัท มูบาดาลา เอนเนอร์ยี่ ในบล็อกเซาท์อันดามันของอินโดนีเซีย

อันดามันลุ้น 10 TCF เสริมความมั่นคง 20 ปี

ข้อมูลจากการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า พื้นที่ทะเลอันดามันของไทยอาจมีศักยภาพในการค้นพบก๊าซธรรมชาติสูงถึง 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งหากมีการค้นพบและพัฒนาขึ้นมาใช้งานได้จริงเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณดังกล่าว จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศได้นานถึง 20 ปี ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG จากต่างประเทศที่มีความผันผวนด้านราคาและมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ประมาณการค่าใช้จ่ายในการเจาะหลุมสำรวจเพียงหนึ่งหลุมอาจสูงถึง 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 1,000 ล้านบาท การนำมาตรการจูงใจด้านภาษีมาใช้ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและจูงใจให้บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาลงทุน ปัจจุบันมีบริษัทนํ้ามันชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง อาทิ Chevron, TotalEnergies, Eni, Exxon และ ปตท.สผ. (PTTEP) ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลในรอบที่ 26 นี้แล้ว

“เนื่องจากการลงทุนในทะเลอันดามันมีลักษณะเป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูงมาก จำเป็นต้องรเลือกใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกับการให้มาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentives) โดยการกำหนดให้ค่าตัวแปรในสูตรคำนวณสิทธิประโยชน์พิเศษนี้มีสัดส่วนที่ผ่อนปรนและยืดหยุ่นมากขึ้น เสมือนเป็นข้อตกลงว่า หากเอกชนยอมแบกรับความเสี่ยงเจาะสำรวจหลุมลึกเกือบ 1,000 ล้านบาทแล้วโชคดีค้นพบแหล่งปิโตรเลียมในอนาคต ภาครัฐบาลจะยอมจัดเก็บเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ (SRB) ในอัตราที่ลดลงเพื่อชดเชยกับความเสี่ยงเริ่มต้นของผู้ลงทุน”

ยักษ์พลังงานรุมสนใจ ลุ้นเปิดประมูลปลายปี

ในด้านความคืบหน้าของการดำเนินงาน ปัจจุบันกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพทางปิโตรเลียมอย่างละเอียด พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลด้านธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ รวมถึงการกำหนดขอบเขตแปลงสำรวจให้มีความเหมาะสมชัดเจน ตามแผนงานที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนและเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจได้ภายในปี 2569

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของการเปิดประมูลรอบที่ 25 ในพื้นที่บนบก ครอบคลุมพื้นที่สำรวจจำนวน 9 แปลง รวมพื้นที่ทั้งหมด 33,444.64 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แปลง (L1/66 ถึง L5/66, L7/66 และ L9/66) และพื้นที่ในภาคกลางอีก 2 แปลง (L6/66 และ L8/66) ครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา และราชบุรี มีบริษัทที่สนใจยื่นข้อเสนอสุดท้ายรวมทั้งสิ้น 5 บริษัท รวม 8 คำขอ ปัจจุบันกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการประมูลเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งรายชื่อผู้ชนะการประมูลกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติต่อไป คาดว่าจะได้พิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน