thansettakij
thansettakij
สกพอ. ปั้น ‘EECiti’ ดึงเอกชนร่วมทุน บิ๊กโปรเจกต์นํ้า-ขยะ 1.5 หมื่นล้าน

สกพอ. ปั้น ‘EECiti’ ดึงเอกชนร่วมทุน บิ๊กโปรเจ็กต์นํ้า-ขยะ 1.5 หมื่นล้าน

23 ก.ค. 69 | 05:33 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 05:33 น.

สกพอ.เปิดรับฟังความเห็น ดึงเอกชนร่วมลงทุนระบบน้ำ-ขยะอัจฉริยะครบวงจร รวมมูลค่ากว่า 1.55 หมื่นล้านบาท วางโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวรองรับประชากร 3.5 แสนคน ภายใต้สัมปทานระยะยาว 50 ปี มุ่งปั้นเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ‘EECiti’ สู่เป้าหมาย Net Zero Pathway อย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สกพอ. เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำและขยะ ภายในโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ EECiti
  • มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นระบบบริหารจัดการน้ำครบวงจร 1.42 หมื่นล้านบาท และระบบจัดการขยะอัจฉริยะ 1.3 พันล้านบาท
  • การลงทุนเป็นรูปแบบสัญญาสัมปทานระยะยาว 50 ปี (BOT/BTO) เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและประชากรในอนาคต

การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding)โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) บนพื้นที่ 5,795 ไร่ ในตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จากพื้นที่โครงการทั้งหมด 14,619 ไร่ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุมระบบสาธารณูปโภคหลัก 10 ระบบ เพื่อรองรับประชากรได้ราว 350,000 คนภายในปี 2585 ด้วยเม็ดเงินลงทุนรว 7.2 หมื่นล้าน

สกพอ. ปั้น ‘EECiti’ ดึงเอกชนร่วมทุน บิ๊กโปรเจ็กต์นํ้า-ขยะ 1.5 หมื่นล้าน

เปิดเอกชนลงทุนระบบน้ำ 1.42 หมื่นล้าน สัมปทานยาว 50 ปี

หนึ่งในโครงการที่ดึงเอกชนร่วมลงทุนที่มีความสำคัญ ช่วยการสร้างระบบนิเวศของ EECiti ภายใต้แนวคิด Net Zero Pathway เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองที่เป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2580 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 นอกจากแผนการลงทุนในระบบไฟฟ้าและพลังงาน ด้วยเม็ดเงินลงทุน 32,835 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงผลิตสาธารณูปโภคส่วนกลาง หรือ Central Utility Plant (CUP) จำนวน 4 แห่งแล้ว

ยังมีโครงการดึงดูดนักลงทุนในการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการนํ้าครบวงจร ซึ่งประกอบด้วย ระบบนํ้าประปา ระบบบำบัดนํ้าเสียและนํ้ารีไซเคิล และระบบระบายนํ้าป้องกันนํ้าท่วม ภายใต้สัญญาสัมปทานระยะยาวถึง 50 ปี ในรูปแบบ Build - Operate-Transfer (BOT) หรือ Build-Transfer -Operate (BTO) เม็ดเงินลงทุนรวม 14,244 ล้านบาท (ประมาณ 438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของประชากรที่จะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 9.8 หมื่นคนในระยะแรก สู่ระดับสูงสุดที่ 350,000 คน ในปี 2585 โดยที่ตั้งของ EECiti อยู่ท่ามกลางโครงข่ายอ่างเก็บนํ้าสำคัญ เช่น อ่างเก็บนํ้าห้วยซากนอก อ่างเก็บนํ้าดอกกราย และอ่างเก็บนํ้าหนองคลัง ซึ่งจะเป็นแหล่งต้นทุนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านนํ้าให้แก่โครงการ

ทั้งนี้ การดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในระบบจ่ายนํ้าประปา(Water Supply System) โดยการคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้นํ้าที่มีทิศทางการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากในระยะที่ 1 โครงการมีความต้องการนํ้าประปาอยู่ที่ 41,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 78,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันในระยะที่ 2 จนกระทั่งไปแตะระดับสูงสุดที่ 102,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในระยะที่ 3 เมื่อเมืองพัฒนาเต็มพื้นที่ ในส่วนของการลงทุน สกพอ. ได้ประมาณการเงินลงทุนรวมสำหรับระบบจ่ายนํ้าประปาไว้ที่ 5,232 ล้านบาท (161 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแบ่งการลงทุนเป็นระยะเริ่มแรก ( 1.1) 2,353 ล้านบาท และระยะต่อเนื่อง ( 1.2) อีก 2,134 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น สถานีจ่ายนํ้าประปาห้วยใหญ่ และระบบท่อส่งนํ้าเชื่อมต่อจาก 3 แหล่งนํ้าสำคัญ ได้แก่ จุดรับนํ้าจากนิคมพัฒนา (East Water), อำเภอบ้านฉาง (Vong Siam) และพื้นที่ห้วยใหญ่

ดันน้ำรีไซเคิล-บริหารน้ำอัจฉริยะ ลดใช้น้ำดิบ

 โครงการต่อมาเป็นระบบรวบรวม บำบัดนํ้าเสีย และผลิตนํ้ารีไซเคิล ซึ่ง สกพอ. ต้องการดึงเอกชนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาบริหารจัดการด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 6,274 ล้านบาท (193 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โครงการนี้ไม่ได้มองนํ้าเสียเป็นของเสียที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่เป็นทรัพยากรมีค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยวางแผนรวบรวมนํ้าเสียในปริมาณสูงถึง 82,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันในระยะสุดท้าย เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดที่ทันสมัยและแปรสภาพเป็นนํ้ารีไซเคิล ให้ได้ถึง 38,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อนำกลับไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการบริโภค เช่น การรดนํ้าพื้นที่สีเขียว หรือใช้ในระบบทำความเย็นส่วนกลาง (CUP) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณความต้องการนํ้าดิบจากแหล่งธรรมชาติได้ปริมาณมาก

นอกจากนี้ EECiti ยังเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนใน ระบบบริหารจัดการนํ้า การระบายนํ้า และการป้องกันนํ้าท่วม วงเงินลงทุนรวม 2,738 ล้านบาท (84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมก่อสร้างโครงสร้างป้องกันนํ้าหลากจากภายนอก วางระบบระบายนํ้าฝนและท่อที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันนํ้าท่วมขัง พร้อมเชื่อมต่อกับอ่างเก็บนํ้าโดยรอบเพื่อทำหน้าที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบอัจฉริยะ (Smart Tech) เช่น เซนเซอร์วัดระดับนํ้าและระบบแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ผ่านศูนย์ควบคุมส่วนกลาง

ลงทุนระบบขยะอัจฉริยะ ป้อนเชื้อเพลิง RDF สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ขณะที่การจัดการของเสียใน EECiti ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนแบบ BOT ด้วยเงินลงทุนประมาณ 1,333 ล้านบาท แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะตามการเติบโตของเมือง โดยระยะที่ 1 เงินลงทุน 414 ล้านบาท วางโครงสร้างพื้นฐานรองรับขยะทั่วไป 106 ตันต่อวัน ติดตั้งถังขยะอัจฉริยะคัดแยกประเภทขยะในตัว ใช้ระบบ GPS Tracking ติดตามการเก็บขยะเรียลไทม์ และใช้ Smart Waste Intelligence วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดเส้นทางรถเก็บขยะแบบยืดหยุ่น (Dynamic) ผ่าน Dashboard ส่วนกลาง

ระยะที่ 2 เงินลงทุน 593 ล้านบาท ขยายขีดความสามารถรองรับขยะเพิ่มขึ้นเป็น 340 ตันต่อวัน เน้นการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) เพื่อนำไปส่งโรงไฟฟ้าพลังงานขยะนอกพื้นที่โครงการ แลระยะที่ 3 เงินลงทุน 326 ล้านบาท ยกระดับการจัดการขยะสู่ 420 ตันต่อวัน บูรณาการระบบจัดการขยะอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) เข้าสู่ห่วงโซ่การรีไซเคิลอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC อย่างเต็มรูปแบบ