thansettakij
thansettakij
ทุนข้ามชาติเร่งติดโซลาร์รูฟท็อป ปักหมุดลงทุน 5.6 พันล้าน ดันพลังงานสะอาด

ทุนข้ามชาติเร่งติดโซลาร์รูฟท็อป ปักหมุดลงทุน 5.6 พันล้าน ดันพลังงานสะอาด

13 ก.ค. 69 | 06:19 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 06:23 น.

4 กลุ่มอุตสาหกรรมข้ามชาติเร่งติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในไทย 61 โครงการ กำลังผลิตรวม 271 เมกะวัตต์ คาดเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,600 ล้านบาท รับนโยบาย RE100 และเป้าหมาย Net Zero โดยกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์นำทัพลงทุนสูงสุด บิ๊กเอนเนอร์ยี่ WHA Solar, Gulf1 และ GreenYellow รับงานติดตั้งครบวงจร

KEY

POINTS

  • บริษัทข้ามชาติลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในไทยกว่า 61 โครงการ รวมกำลังผลิตไฟฟ้ากว่า 271.35 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,600 ล้านบาท
  • กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นผู้นำในการลงทุนมากที่สุด โดยมีทั้งค่ายรถยนต์ EV จากจีนและค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเข้าร่วม
  • การลงทุนนี้เป็นกลยุทธ์หลักเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ ตอบสนองต่อนโยบาย Net Zero ของบริษัทแม่ และรับมือกับราคาพลังงานที่ผันผวน
  • อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์, วัสดุก่อสร้าง, และอาหารและเครื่องดื่ม ต่างเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาดเช่นกัน

ในยุคที่ราคาพลังงานมีความผันผวนและมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนเริ่มส่งผลกระทบต่อโซ่ตรวนการผลิตโลก บริษัทข้ามชาติ (MNCs) ที่ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยไม่ได้มองว่าพลังงานสะอาดเป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตอบสนองต่อบริษัทแม่ที่มีนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero

61 โครงการ ดันลงทุนกว่า 5.6 พันล้าน

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) รายงานว่า ในช่วงปี 2568 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีกลุ่มทุนข้ามาชาติหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเห็นได้จากมีโครงการแจ้งความประสงค์ในการขอใบอนุญาตประกอบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อปเข้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 61 โครงการ กำลังผลิตรวมกว่า 271.35 เมกะวัตต์ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,600 ล้านบาท

ทุนข้ามชาติเร่งติดโซลาร์รูฟท็อป ปักหมุดลงทุน 5.6 พันล้าน ดันพลังงานสะอาด

ยานยนต์นำทัพ EV ญี่ปุ่น-จีน เร่งติดโซลาร์

ในจำนวนดังกล่าว พบว่าอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ประมาณ 22 โครงการ กำลังผลิตรวม 112.15 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งกลุ่มทุนจีนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่าง บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด (Changan Auto) ที่ปักธงติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาอาคารโรงงานแห่งใหม่ด้วยกำลังผลิตถึง 12.14 เมกะวัตต์ โดยมีบริษัท กัลฟ์1 จำกัด (Gulf1) เป็นผู้รับดำเนินการติดตั้งครบวงจร เงินลงทุน 280 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นขอขยายระบบติดตั้งบนหลังคาอาคารลานจอดรถด้วยกำลังผลิตรวมสูงถึง 10.15 เมกะวัตต์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ โซล่าร์ จำกัด (WHA Solar)

ในฟากของทุนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของยานยนต์ในไทย นำโดยบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด สาขาสระบุรี ที่ยื่นขอติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ถึง 14.93 เมกะวัตต์ โดยได้รับความไว้วางใจจากบริษัท โซลาร์ ดี เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เงินลงทุน 240 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เดินหน้าโครงการส่วนขยายเพิ่มเติมอีกถึง 9.44 เมกะวัตต์ ภายใต้การดูแลของบริษัท อิมแพคท์ โซล่าร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 176 ล้านบาท ที่น่าจับตาคือบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่เดินหน้าติดตั้งส่วนขยายในระยะที่ 4 เพิ่มเติมอีก 3.43 เมกะวัตต์ ส่งผลให้มียอดกำลังผลิตรวมสะสมสูงถึง 10.64 เมกะวัตต์

ส่วนกลุ่มทุนญี่ปุ่นรายอื่นๆ เช่น บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นขอติดตั้งรวม 8.419 เมกะวัตต์ และบริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยื่นขอส่วนขยายเพิ่มเติมจนมียอดรวม 6.17 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ดำเนินการโดยบริษัท คันไซ เอนเนอร์จี โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทติดตั้งที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย

อิเล็กทรอนิกส์เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า พบความเคลื่อนไหวจากบริษัทข้ามชาติประมาณ 15 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 55.72 เมกะวัตต์ โครงการเด่นในกลุ่มนี้คือบริษัท ไฮเออร์ แอพพลายแอนซ์ แมนูแฟคเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยื่นขอติดตั้งขนาด 9.02 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท ซี แอนด์ ไอ โซล่าร์ เอชอีวัน จำกัด และยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ยื่นขอกำลังผลิตรวม 9.450 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัท โซล่าร์ รูฟท็อป ซีอี 15 จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นขอ 6.06 เมกะวัตต์ และบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ยื่นขอกำลังผลิตสะสมในหลายโครงการรวมกว่า 4.92 เมกะวัตต์ ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการติดตั้งอย่าง WHA Solar ได้เข้ามาดูแลโครงการของบริษัท ไฮเออร์ อีเล็กทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขนาด 2.348 เมกะวัตต์

วัสดุก่อสร้าง-อาหาร เดินหน้าติดโซลาร์ต่อเนื่อง

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ และสินค้าอุตสาหกรรม มีบริษัทข้ามชาติประมาณ 15 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 68.20 เมกะวัตต์ นำโดยโครงการระดับโลกของบริษัท แคนาเดียน โซลาร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแผงโซลาร์รายใหญ่ ที่ติดตั้งระบบบนหลังคาโรงงานของตนเองสูงถึง 11.986 เมกะวัตต์ ผ่านความร่วมมือกับ WHA Solar ตามมาด้วยบริษัท ทอสเท็ม ไทย จำกัด (TOSTEM) จากญี่ปุ่นที่ยื่นขอกำลังผลิตรวมสะสมสูงถึง 9.508 เมกะวัตต์ และบริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (LIXIL) ที่ยื่นขอติดตั้ง 3.183 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท บีอีซีไอเอส โซลาร์ 1 (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ มีบริษัท มาคิตะ แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ขยายกำลังผลิตติดตั้งรวมเป็น 3.804 เมกะวัตต์ และบริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) ที่ขยายระบบเพิ่มจนมีปริมาณรวม 6.203 เมกะวัตต์

WHA Solar-Gulf1-GreenYellow รับงานติดตั้งคึกคัก

รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติ มีบริษัทร่วมขบวนประมาณ 9 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 35.29 เมกะวัตต์ แบรนด์ระดับโลกอย่างบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด (Nestle) ยื่นขอติดตั้งขนาด 4.00 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัท กรีนเยลโล่ โซล่าร์ 6 (ไทยแลนด์) จำกัด เงินลงทุน 100 ล้านบาท และบริษัท คิวพี (ประเทศไทย) จำกัด (QP) ที่ยื่นขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่องจนมียอดรวม 3.424 เมกะวัตต์ ภายใต้การพัฒนาของ WHA Solar

อีกทั้ง มีทุนข้ามชาติในกลุ่มธุรกิจบริการอย่างบริษัท อิคาโน่ (ประเทศไทย) จำกัด (IKEA) ที่ยื่นขอติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 2.414 เมกะวัตต์ และบริษัทอื่นๆ เช่น บริษัท มอนเด นิสซิน (ประเทศไทย) จำกัด ขนาด 1.741 เมกะวัตต์ และบริษัท เอบี ฟู๊ด แอนด์ เบฟเวอเรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขนาด 1.769 เมกะวัตต์ เป็นต้น