

KEY
POINTS
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะครัวของโลกและหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ กำลังเผชิญกับโจทย์ท้าทายครั้งสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูกให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
บริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด ผู้นำด้านความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศและการลงทุนด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ ได้ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกในการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยผ่านโครงการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง หรือ Alternate Wetting and Drying (AWD) ที่ตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงพื้นที่นาข้าวรวม 1 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 6.25 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายระดับชาติที่ต้องการขยายผลการทำนาเปียกสลับแห้งให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อย 1 ล้านไร่ ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC 3.0 ซึ่งปัจจุบัน เนทซีโร คาร์บอน มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ AWD รวมแล้วกว่า 12,743 ไร่ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกไปได้แล้วกว่า 5,385.58 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. รายงานว่า ปัจจุบัน อบก.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ตามขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER) โครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ของบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด ภายใต้กลุ่มโครงการย่อยที่ 1 ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ในตำบลหนองโพธิ์ ตำบลแจงงาม และตำบลหนองหญ้าไซ มีเกษตกรเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 85 แปลง มีพื้นที่ตามเอกสารสิทธิ์รวมประมาณ 856.79 ไร่ และเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการจริงจำนวน 625.47 ไร่
ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้เงินลงทุนรวม 5 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมที่ต้องขังนํ้าไว้ตลอดฤดูปลูก มาเป็นการจัดการนํ้าแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีโดรนสำรวจ (UAV) และแอปพลิเคชัน NetZero Carbon ในการบันทึกข้อมูลการเพาะปลูกอย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการรับรองคาร์บอนเครดิตและสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น
จากการประเมินคาดการณ์ว่าจะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมตลอดอายุโครงการ 5 ปี ประมาณ 3,007 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 601 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัท เนทซีโรคาร์บอน ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียน Premium T-VER โครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ในพื้นที่ ตำบลหนองสะเดา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี บนเนื้อที่รวม 471.12 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่นาข้าวที่จัดการก๊าซเรือนกระจกได้อยู่ที่ 338.74 ไร่ จำนวน 39 แปลง สร้างเกษตรกรรมคาร์บอนตํ่า ด้วยงบสนับสนุนราว 5 ล้านบาท และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปก่อนหน่านี้แล้ว ซึ่งปัจจุบัน อบก.อยู่ระหว่างการพิจารณาในการขอขึ้นทะเบียน เพื่อนำไปสู่การรับรองคาร์บอนเครดิต จาก อบก.ต่อไป
โดยประเมินว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยถึง 88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือประมาณ 440 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตลอดระยะเวลาคิดเครดิต 5 ปีแรก และมีแผนที่จะขยายระยะเวลาโครงการต่อเนื่องไปได้สูงสุดถึง 20 ปี ตามกรอบมาตรฐานที่กำหนดไว้
อบก.รายงานอีกว่า สำหรับโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ภาคเอกชนได้มีการแจ้งความประสงค์ขอขึ้นทะเบียน Premium T-VER มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว ตำบลเชียงเพ็ง ตำบลปะโค และตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ดำเนินงานโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 1,016 ตันคาร์อบนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
อีกทั้ง โครงการข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ของบริษัท บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสำมชุก และบางส่วนของอำเภอหนองหญ้าไซ พื้นที่ตามเอกสารสิทธิ์ 605.29 ไร่ และพื้นที่ดำเนินการ 512.36 ไร่ โดยมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 495 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี มีระยะเวลาคิดคาร์บอนเครดิตของโครงการ 5 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิจารณารับรองคาร์บอนเครดิต โดยใช้งบดำเนินงาน 5.25 ล้านบาท
ขณะที่โครงการจัดการทำเกษตรที่ดีในการปลูกข้าวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่ ตำบลต้นตาล ตำบลดอกไม้ อำเภอเสาไห้ ตำบลบ้านกลับ อำหนองโดน ของบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับรองคาร์บอนเครดิตแล้วที่ปริมาณ 60 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง