thansettakij
thansettakij
สธ. จับมือ กฟภ. ติด Solar Rooftop นำร่อง 25 รพ. ประหยัดค่าไฟปีละ 55 ล้าน

สธ. จับมือ กฟภ. ติด Solar Rooftop นำร่อง 25 รพ. ประหยัดค่าไฟปีละ 55 ล้าน

19 มิ.ย. 69 | 10:30 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มิ.ย. 69 | 10:30 น.

สาธารณสุข ลงนามกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ติดตั้ง Solar Rooftop นำร่องโรงพยาบาลในสังกัดสำนักปลัดกระทรวง 25 แห่ง คาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 7,211 ตันคาร์บอน/ปี ลดค่าไฟฟ้ารวม 55 ล้านบาท/ปี นำกลับไปพัฒนาบริการประชาชน พร้อมเดินหน้าให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ

19 มิถุนายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นประธานและสักขีพยาน ในพิธีลงนามสัญญาให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างโรงพยาบาลนำร่อง 25 แห่งกับนายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมี นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี

นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่ระบบที่เปิดเสรีมากขึ้น เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว

ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดนโยบาย Net Zero MOPH ยกระดับสถานพยาบาลในสังกัดให้เป็น "โรงพยาบาลสีเขียว" (Green Hospital) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการบริหารจัดการงบประมาณด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การติดตั้งระบบ Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนคงที่ขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลในระยะยาว ซึ่งปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายค่าไฟฟ้ารวมกว่า 5,610 ล้านบาท

สาธารณสุข ลงนามกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพเชิงวิศวกรรมพลังงาน โดยนำร่องในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 25 แห่ง คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 7,211 ตันคาร์บอน/ปี หรือ 288 ตันคาร์บอน/ปี/แห่ง

ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้รวม 55 ล้านบาท/ปี หรือ 2.2 ล้านบาท/ปี/แห่งซึ่งจะกลับมาเป็นงบประมาณในการพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขยายผลให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero ต่อไป

ด้านนายพลพีร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลสุขภาพและชีวิตประชาชน ความมั่นคงทางพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ กระทรวงมหาดไทยมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐ ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจึงมอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นำความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ามาบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop ให้กับโรงพยาบาลอย่างครบวงจร

ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง จนถึงการบำรุงรักษาระบบอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยได้ย้ำว่า "การติดตั้งโซลาเซลล์ในหน่วยงานรัฐต้องไม่ใช่การสร้างหนี้แต่ต้องคุ้มค่าและปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์" ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ใน 2 มิติ คือ

1. ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากโรงพยาบาลใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่โซลาเซลล์ผลิตไฟได้สูงสุด การผลิตไฟฟ้าเองจึงช่วยลดค่าไฟได้มาก ทำให้มีงบประมาณไปให้บริการประชาชนมากขึ้น

2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากการเป็นพลังงานหมุนเวียนสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งได้ปีละหลายตัน ซึ่งสอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP - Power Development Plan) ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน