thansettakij
thansettakij
CBAM กระทบผู้ส่งออกไทยแค่ไหน วิจัยพบ 5 ข้อค้นพบที่ธุรกิจต้องรู้

CBAM กระทบผู้ส่งออกไทยแค่ไหน วิจัยพบ 5 ข้อค้นพบที่ธุรกิจต้องรู้

02 มิ.ย. 69 | 05:24 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 07:55 น.

CBAM บังคับใช้เต็มรูปแบบแล้วปี 2569 ผลวิจัยพบส่งออกไทยไป EU หด 24% SME เจอหนักสุด เช็ก 5 ข้อค้นพบและแนวทางรับมือที่ธุรกิจไทยต้องรู้ตอนนี้

KEY

POINTS

  • ผลการศึกษาชี้ว่าผู้ส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM แล้ว โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่ม CBAM ไปยังสหภาพยุโรปลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงประกาศใช้มาตรการ
  • ผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่สินค้าในกลุ่ม CBAM แต่ยังขยายวงกว้างไปยังสินค้าอื่นที่ส่งออกพร้อมกัน และส่งผลต่อผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่ารายใหญ่
  • ผู้ส่งออกจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน โดยภาครัฐควรสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การคำนวณและทวนสอบข้อมูลคาร์บอน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สหภาพยุโรป (EU) เริ่มกำหนดให้ผู้นำเข้าใน EU ต้องซื้อเอกสารรับรองการจ่ายค่าธรรมเนียม หรือ CBAM Certificates ตามปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สูงเกินกว่า Benchmark Value ที่กำหนด สำหรับสินค้ากลุ่มซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM)

ข้อกำหนดดังกล่าวนำมาสู่คำถามสำคัญว่า มาตรการ CBAM ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยมากน้อยเพียงใด และผู้ส่งออกไทยควรเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว

ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ระบุว่า การศึกษาผลกระทบและการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยเริ่มต้นจากช่วงที่ EU ประกาศจะใช้มาตรการ CBAM ในปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงช่วงที่เริ่มบังคับใช้มาตรการในปี 2566 ในช่วงปี 2566-2568 ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้นำเข้าใน EU ยังไม่มีภาระต้องซื้อ CBAM Certificates แต่ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไปยังตลาดยุโรปต้องรายงานข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้า หรือ Embedded Emission

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา EU ได้เริ่มกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้า CBAM ต้องซื้อ CBAM Certificates หากสินค้ามีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่า Benchmark Value ที่สหภาพยุโรปกำหนด

ศึกษาจากข้อมูลส่งออกกว่า 52,000 รายการ และงบการเงินรายบริษัท

ผู้วิจัยใช้ฐานข้อมูลใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากรในช่วงปี 2559-2567 ซึ่งแจกแจงข้อมูลการส่งออกสินค้าอย่างละเอียดในแต่ละรายการ ครอบคลุมข้อมูลจำนวน 52,394 รายการ

นอกจากนี้ ยังใช้ฐานข้อมูลงบการเงินรายบริษัท Corporate Profile and Financial Statement (CPFS) ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจไทย ผลการศึกษาพบข้อสรุปสำคัญ 5 ประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการ CBAM ต่อผู้ส่งออกไทย

ส่งออกสินค้า CBAM ไปยุโรปลดลงต่อเนื่อง หลัง EU ประกาศใช้มาตรการ

ผลการศึกษาพบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้า CBAM ไปยังสหภาพยุโรปของผู้ส่งออกไทยลดลง 14% เมื่อเทียบกับผู้ส่งออกสินค้าอื่นไปยัง EU หลังจากมีการประกาศว่าจะใช้มาตรการ CBAM ในปี 2563 หลังจากมาตรการ CBAM เริ่มบังคับใช้ในปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้า CBAM ไปยัง EU ลดลงมากขึ้นเป็น 24%

ผลดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ของไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM แล้ว แม้ว่าสหภาพยุโรปจะเพิ่งเริ่มกำหนดให้มีการซื้อ CBAM Certificates อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ก็ตาม

ไม่ใช่แค่สินค้า CBAM แต่สินค้าอื่นก็ได้รับผลกระทบด้วย

ผลการศึกษายังพบว่า มาตรการ CBAM ก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมาตรการ หรือสินค้า Non-CBAM ไปยังสหภาพยุโรปด้วย

สาเหตุเกิดจากผู้ส่งออกมักจัดส่งสินค้าหลายประเภทไปพร้อมกันในลักษณะ Bulk Consignment เพื่อประหยัดต้นทุนการขนส่ง เมื่อการส่งออกสินค้า CBAM ลดลง จึงส่งผลให้การส่งออกสินค้าอื่นไปยังตลาด EU ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ผู้ส่งออกบางส่วนหันหาตลาดนอกยุโรป แต่ยังชดเชยรายได้ได้ไม่เต็มที่

การศึกษาพบว่า ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไปยัง EU บางส่วนปรับตัวโดยหันไปส่งออกสินค้า Non-CBAM ไปยังประเทศนอกสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่สูญเสียจากผลกระทบของมาตรการ CBAM เนื่องจากสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกสินค้า Non-CBAM ไปยังตลาดนอก EU มีขนาดน้อยกว่าสัดส่วนรายได้ที่ลดลงจากการส่งออกสินค้าทั้ง CBAM และ Non-CBAM ไปยังตลาดยุโรป

ประเทศปล่อยคาร์บอนต่ำได้เปรียบในตลาดยุโรป

ผลการศึกษาระบุว่า มาตรการ CBAM ส่งผลให้ผู้นำเข้าในสหภาพยุโรปลดการนำเข้าสินค้า CBAM จากประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงในกระบวนการผลิต เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ

ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและไม่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหภาพยุโรป

ผู้ประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากกว่ารายใหญ่

อีกหนึ่งข้อค้นพบสำคัญคือ มาตรการ CBAM ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยไม่เท่าเทียมกัน ผู้ส่งออกที่เป็นบริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบเชิงลบจากมาตรการ CBAM มากกว่าผู้ส่งออกรายใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากข้อจำกัดด้านเงินทุนและข้อจำกัดด้านเทคนิค ทำให้ไม่สามารถลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ CBAM ได้อย่างทันท่วงที

CBAM ส่งออกต้องเตรียมอะไร ข้อเสนอเชิงนโยบายรับมือระยะยาว

จากผลการศึกษาดังกล่าว ได้นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อช่วยลดผลกระทบจากมาตรการ CBAM และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในระยะยาว

ประการแรก คือ การสื่อสารเชิงรุกและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ CBAM ให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ตระหนักถึงความเร่งด่วนในการปรับตัว และสามารถวางแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม

ประการที่สอง คือ การสนับสนุนให้ผู้ส่งออกสามารถคำนวณความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ หรือ Carbon Intensity ตามมาตรฐานสากล รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือคำนวณที่สามารถใช้งานได้จริง

ประการที่สาม คือ การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน และสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทธุรกิจของตนเอง

ประการที่สี่ คือ การเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบหรือผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังมากับสินค้าส่งออก (Verifier) ซึ่งได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรปในประเทศไทย เพื่อเพิ่มการแข่งขันในตลาดผู้ทวนสอบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาในการดำเนินการให้แก่ผู้ประกอบการ

ประการที่ห้า คือ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการจัดทำข้อมูล Carbon Intensity การทวนสอบข้อมูล และการลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดมากกว่าและได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM มากกว่า

สัญญาณเตือนภาคส่งออกไทยในยุคการค้าโลกคาร์บอนต่ำ

ผลการศึกษาจากฐานข้อมูลใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากรและฐานข้อมูลงบการเงิน Corporate Profile and Financial Statement (CPFS) ของกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบของมาตรการ CBAM ต่อผู้ส่งออกไทยเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงที่มีการประกาศมาตรการและเริ่มบังคับใช้ในระยะเปลี่ยนผ่าน ก่อนเข้าสู่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนเต็มรูปแบบในปี 2569

ขณะเดียวกัน ข้อค้นพบยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิต การจัดทำข้อมูลคาร์บอนตามมาตรฐานสากล และการสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อข้อกำหนดทางการค้ารูปแบบใหม่ของสหภาพยุโรป