

KEY
POINTS
ThaiBMA ผนึก ก.ล.ต.-ADB-เอกชน เปิดเวทีดัน “Transition Finance” ช่วยธุรกิจคาร์บอนสูงเข้าถึงทุนสีเขียว หลังตลาด ESG Bond ไทยพุ่งทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท เตรียมคลอดเกณฑ์ใหม่ “Transition Bond-Thai Amber Bond” รองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ จัดสัมมนา “Enable ESG Bond Issuance 2026: Scaling Transition Finance: From Corporate Strategy to Capital Market Execution” เพื่อเร่งผลักดัน “Transition Finance” หรือการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน สู่กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero
เวทีดังกล่าวสะท้อนภาพชัดว่า โลกการเงินกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “Green Finance” ที่เน้นธุรกิจสีเขียวโดยตรง ไปสู่ “Transition Finance” ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง แต่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ตลาด ESG Bond ไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2562 ถึงเมษายน 2569 มีมูลค่าการออกเสนอขายสะสมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท จากผู้ออก 43 ราย และมีมูลค่าคงค้างสูงถึง 1.03 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือ ESG Bond ภาคเอกชนยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มพลังงานและคมนาคมเกือบ 70% ขณะที่อุตสาหกรรมหนักและธุรกิจที่ลดคาร์บอนได้ยาก (Hard-to-Abate Sectors) ยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุนสีเขียว เนื่องจากขาดเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม
ประเด็นนี้เองที่ทำให้ “Transition Bond” ถูกจับตามองในฐานะกลไกใหม่ที่จะเข้ามาปลดล็อกการระดมทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมที่กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน
ดร.ชนะ ภูมี ที่ปรึกษา บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยร่วมกับ SCG เดินหน้าพัฒนา “Saraburi Sandbox” เมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมหนักสู่ Net Zero
โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “4 มี” ได้แก่ มีแผนชัด มีเทคโนโลยี มีเงินทุน และมีโครงการจริง โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกคาร์บอนต่ำ รวมถึงเทคโนโลยีดินเหนียวเผา (LC3) ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 30-40%
พร้อมกันนี้ ยังมีการผลักดันพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์ พลังงานชีวมวล และการแปรรูปขยะชุมชนเป็นพลังงาน (RDF) ภายใต้ความร่วมมือแบบรัฐ-เอกชน-ประชาชน หรือ PPPP Model
นายโกสินทร์ พึงโสภณ Principal Economist จาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ระบุว่า Transition Finance จะกลายเป็นกุญแจสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป โดยเฉพาะผ่านเครื่องมืออย่าง Transition Bond
ปัจจุบัน เงินทุนกว่า 59% ของ Transition Finance ไหลเข้าสู่ภาคโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและสาธารณูปโภค
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน “Greenwashing” หรือการสร้างภาพด้านสิ่งแวดล้อม โดยภาคธุรกิจจำเป็นต้องมี “Transition Plan” ที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งกลยุทธ์ แผนปฏิบัติ ตัวชี้วัด และระบบกำกับดูแล
ADB อยู่ระหว่างจัดทำคู่มือ Transition Plan Handbook ที่อ้างอิง ASEAN Taxonomy เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับภาคธุรกิจในภูมิภาค
ขณะที่ Mr. Jarome Ferreria, Principal Investment Specialist, Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) กล่าวว่า พร้อมให้การค้ำประกันเครดิตตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นของประเทศในกลุ่มอาเซียน+3 ปัจจุบัน CGIF ได้ให้การค้ำประกันหุ้นกู้ไปแล้วจำนวน 118 รุ่น จาก 72 บริษัท ใน 10 สกุลเงินของภูมิภาคอาเซียน+3 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ สัดส่วนการค้ำประกันหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่ออกในประเทศไทยมีมูลค่ารวม 878 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับที่สองของมูลค่าการค้ำประกันทั้งหมดของ CGIF
สำหรับช่วงเสวนาในหัวข้อ “From Policy to Execution: Enabling Transition Finance in Practices” ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจากองค์กรภาครัฐและเอกชน
นางสาวทยากร จิตรกุลเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารหนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวว่า อยู่ระหว่างเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การออกตราสารหนี้รูปแบบใหม่ ได้แก่ Transition Bond และ Thailand Amber Bond ตามแนวทาง Thailand Taxonomy และมาตรฐาน ICMA
โดยผู้ออกตราสารจะต้องจัดทำ Framework ที่ชัดเจน พร้อมแต่งตั้งผู้ประเมินภายนอก (External Review Provider) เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังเดินหน้ามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้ ESG อย่างต่อเนื่อง
นายยงยุทธ เสฏฐวิวรรธน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารการเงินกลุ่ม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ก้าวแรกของบริษัทที่ต้องการระดมทุนด้าน ESG คือการกำหนดวิสัยทัศน์องค์กรให้ชัด และเชื่อมกลยุทธ์ ESG เข้ากับแผนจัดสรรเงินทุน
ขณะที่นางสาวแจ่มจันทร์ ศิริกาญจนาวงศ์ จาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุน และช่วยให้อุตสาหกรรมเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านได้จริง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ งานวิจัยจาก aiESG ที่ใช้ AI วิเคราะห์รายงานความยั่งยืนของบริษัท SET100 พบว่า บริษัทไทยยังให้น้ำหนักกับมิติด้านเศรษฐกิจมากกว่าสิ่งแวดล้อมและสังคม
โดยข้อมูลด้านก๊าซเรือนกระจกและมลพิษยังไม่ถูกบูรณาการเข้าสู่แบบ 56-1 One Report อย่างชัดเจน ขณะที่ประเด็น “สิทธิมนุษยชน” ยังถูกกล่าวถึงในระดับต่ำมาก
สะท้อนว่า ESG ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องพัฒนาอีกมาก หากต้องการแข่งขันในเวทีโลก
ทิศทางตลาดทุนโลกในวันนี้ ไม่ได้มองเพียงผลประกอบการหรือกำไรระยะสั้นอีกต่อไป แต่กำลังให้ความสำคัญกับ “ความสามารถในการเปลี่ยนผ่าน” ของธุรกิจ
Transition Bond จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือทางการเงินใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “บัตรผ่าน” สำคัญของภาคธุรกิจในการเข้าถึงเงินทุนโลกยุคใหม่
สำหรับประเทศไทย การเร่งสร้างมาตรฐาน Transition Finance ที่ชัดเจน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่กำลังมาถึงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง