

In Brief
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ในยุคที่วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรง โลกกำลังเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่ถูกทิ้งเป็นขยะ ความท้าทายนี้ได้จุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจเส้นตรงไปสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมี ระบบการคืนภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม (Deposit Return System DRS) เป็นกลไกสำคัญที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดขยะบรรจุภัณฑ์ได้เฉลี่ยกว่าร้อยละ 50 และในบางพื้นที่สูงถึงร้อยละ 89
ระบบ DRS ตั้งอยู่บนหลักการ ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) โดยกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต กลไกนี้สร้างแรงจูงใจผ่าน เงินมัดจำ (Deposit) ที่รวมอยู่ในราคาสินค้า ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับคืนเมื่อนำบรรจุภัณฑ์มาส่งมอบ ณ จุดรับคืน
จากการศึกษาของ Reloop North America พบว่าระบบที่ประสบความสำเร็จต้องยึดหลักการสำคัญ เช่น การตั้ง เป้าหมายจัดเก็บร้อยละ 90 การกำหนด มูลค่าเงินมัดจำขั้นต่ำ (อย่างน้อย 0.10 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสร้างแรงจูงใจ และการออกแบบระบบที่ ง่ายและเท่าเทียม ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ นอกจากนี้ ผู้ผลิตต้องเป็นผู้สนับสนุนทุนดำเนินงาน และร้านค้าควรได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการที่ยุติธรรม
เยอรมนี (มาตรฐานทองคำ) มีอัตราการคืนสูงถึง ร้อยละ 98 ด้วยระบบ DPG ที่ใช้บาร์โค้ดความปลอดภัยและจุดรับคืนกว่า 130,000 แห่งทั่วประเทศ
นอร์เวย์ (กลไกภาษี) รัฐบาลใช้ภาษีสิ่งแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อน หากอุตสาหกรรมจัดเก็บคืนได้เกินร้อยละ 95 จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด โดยมีองค์กร Infinitum ของภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้ดูแลระบบอย่างยืดหยุ่น
สวีเดน (การปรับตัว) แม้จะเป็นระบบเก่าแก่กว่า 40 ปี แต่มีการปรับตัวเสมอ โดยเตรียมเพิ่มเงินมัดจำในปี 2025 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรีไซเคิลร้อยละ 90 ตามกฎหมายใหม่,
เกาหลีใต้ (การใช้ซ้ำและนวัตกรรม) โดดเด่นด้วยการคืนขวดแก้วเพื่อ "ใช้ซ้ำ" (Reuse) ซึ่งทำสถิติสูงถึงร้อยละ 97.1 ในปี 2023 และมีมาตรการบังคับใช้ขวดน้ำแบบ ไร้ฉลาก (Label-free) ภายในปี 2026 เพื่อลดขยะพลาสติก
ออสเตรเลีย เป็นทวีปแรกที่มีระบบ DRS ครอบคลุมทุกรัฐ และมีความพิเศษตรงที่รวม "กล่องกระดาษเครื่องดื่ม" เข้าในระบบด้วย
เทคโนโลยีอย่าง เครื่องรับคืนอัตโนมัติ (Reverse Vending Machines: RVM) ช่วยให้การคืนขวดเป็นเรื่องง่าย แม่นยำ และป้องกันการทุจริตผ่านการตรวจสอบบาร์โค้ด ในขณะที่แนวคิด ระบบมัดจำดิจิทัล (Digital DRS) ที่ให้ผู้บริโภคสแกนขวดผ่านแอปพลิเคชันที่บ้าน แม้จะสะดวกแต่ยังมีข้อกังวลเรื่อง คุณภาพวัสดุที่ต่ำกว่า เนื่องจากการปนเปื้อนในถังขยะรวม และความเสี่ยงในการทุจริตที่สูงกว่า
สถานการณ์และก้าวต่อไปของประเทศไทย
ประเทศไทยตั้งเป้าเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลให้ได้ร้อยละ 74-100 ภายในปี 2570 ปัจจุบันการเก็บคืนผ่านระบบไม่เป็นทางการ (ซาเล้ง) สำหรับขวด PET ยังอยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งยังห่างไกลจากมาตรฐานสากล ทางเลือกที่แนะนำสำหรับไทยคือ ระบบองค์กรกลาง (Clearinghouse Model) เนื่องจากมีความโปร่งใสและบริหารจัดการเงินมัดจำจำนวนมหาศาลได้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญความท้าทายเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ความโปร่งใสของข้อมูล และผลกระทบต่อกลุ่ม ผู้เก็บขยะรายย่อย (ซาเล้ง) ซึ่งต้องได้รับการดูแลผ่านกระบวนการ "การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม" (Just Transition) รวมถึงความจำเป็นในการออกกฎหมาย EPR ที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ DRS ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการประสานงานระหว่าง นโยบายที่เข้มงวด แรงจูงใจทางการเงินที่เหมาะสม และความสะดวกในการเข้าถึง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง