net-zero

Thailand Privilege Card ตั้งเป้าความยั่งยืน ปรับนิยาม 'ลักชัวรี่' ตอบโจทย์เทรนด์โลก

In Brief

  • ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ปรับนิยาม "ความหรูหรา" ใหม่ จากการเน้นวัตถุราคาแพงสู่การมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและมีความหมาย สอดรับกับเทรนด์โลก
  • ชูกลยุทธ์ด้าน "ความยั่งยืน" เป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกระดับบนที่มองหาการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
  • ยกระดับบริการสู่ Green Service และ Total Well-being อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า การเลือกโรงแรมที่ได้มาตรฐานความยั่งยืน และการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น

โลกของความหรูหราเปลี่ยนไปแล้ว หากคิดว่าคนรวยยังคงวัด "ความลักชัวรี่" ด้วยสิ่งของราคาเเพงหรือห้องสวีทราคาแสนบาทต่อคืน อาจจะต้องคิดใหม่

วันนี้ การนั่งตุ๊กตุ๊กชมเมืองเก่า กินข้าวริมทาง หรือการไปนอนเต็นท์ท่ามกลางธรรมชาติ อาจมีค่ามากกว่าการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรู สิ่งที่คนเหล่านี้ตามหาคือ "ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้" และ "ความหมายที่แท้จริง" ของการเดินทาง

นี่คือสิ่งที่ นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) กำลังมองเห็นและปรับตัวรับมือ ในฐานะผู้นำองค์กรที่ดูแลสมาชิกชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตในประเทศไทย

ทิศทางธุรกิจที่สอดคล้องกับความยั่งยืน

เมื่อถามถึงทิศทางธุรกิจที่สอดคล้องกับความยั่งยืน ผู้บริหาร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลกที่เปลี่ยนไป จาก "ความหรูหรา" สู่ "ประสบการณ์ที่มีคุณค่า" โดยเน้นความยั่งยืนตอบโจทย์เทรนด์โลก พร้อมขยายบริการ Green Service และ Total Well-being

นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC)

แม้องค์กรจะไม่ได้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างเดียว และต้องรับผิดชอบหลายภารกิจ แต่การสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นเทรนด์ปัจจุบันที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เราไม่ได้ทำเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่แน่นอนเราต้องซัพพอร์ตเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย ในระดับสเกลนี้ สิ่งที่เห็นคือ เทรนด์ปัจจุบันเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดังนั้นเรื่องความยั่งยืนเลี่ยงไม่พ้น เป็นสิ่งที่จะต้องเอามาเป็นกลยุทธ์หลักของเราในปีถัดๆ ไป รวมถึงในปีนี้ด้วย

Healing is the New Luxury ลักชัวรี่ถูกนิยามใหม่

ผู้บริหาร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิด "Healing is the New Luxury" ซึ่งเป็นแคมเปญล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความหมายของคำว่า "ลักชัวรี่" ในปัจจุบัน

ตลาดต่างชาติเริ่มให้ความสำคัญกับ "Meaningful Experience" หรือประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งเงินไม่สามารถซื้อได้ เมื่อสมาชิกมาพักหรือใช้บริการ พวกเขาต้องการกลับไปพร้อมกับพลังใหม่ สำหรับสมาชิกของ Thailand Privilege Card ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงที่พักหรือไลฟ์สไตล์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเดินทาง และ Total Well-being ขององค์รวม ซึ่งรวมถึงสุขภาพ การดูแลสุขภาพโดยองค์รวม รวมถึงความยั่งยืนด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศด้วย

การเยียวยาจิตใจคือความหรูหราแบบใหม่และทุกวันนี้คำว่าความหรูหรานั้นถูกนิยามใหม่ไปแล้ว เปลี่ยนไปแล้ว จริงๆ เรื่องการนิยามความหรูหราใหม่นี้ ผมพูดตั้งแต่เริ่มมาทำงานที่ TPC เลย เพราะความหรูหราไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน ทอง หรือของมีค่า แต่คือความสบายใจ คือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ หรือสิ่งที่เป็นความสุขทั้งกายและใจอย่างแท้จริง คนมองในภาพรวมจริงๆ คนจะไม่มองแค่ฉาบฉวย คำว่าความหรูหรา บางครั้งการที่ไปเที่ยว ไปอยู่แคมป์ ดูช้าง ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ก็เป็นความหรูหราเหมือนกัน 

ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านกิจกรรมหลากหลาย

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดกิจกรรมที่เน้นความยั่งยืน เช่น การพานักข่าวไปชมวิสาหกิจชุมชน กิจกรรม Eco Printing การดำเนินงานตาม ESG การพาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชน การ Go Local ในเชียงใหม่ การท่องเที่ยวทางน้ำวิจิตรเจ้าพระยา การชมโขน และกิจกรรมวัฒนธรรมต่างๆ

ทุกวันนี้เวลาทำกิจกรรมพยายามผนวกพวกนี้เข้าไปอยู่ในกิจกรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นกับสื่อ หรือสมาชิกเมมเบอร์เองก็ตาม

สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริหาร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจคือการพาไปเยี่ยมชม "ชุมชนบ้านสาคู" จังหวัดภูเก็ต ห่างจากสนามบินเพียง 5 กิโลเมตร แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยภูเขา สวนผลไม้ และทะเลที่ผสมผสานกลมกลืน

ผู้เข้าร่วมได้ลงมือย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ โดยเลือกใบไม้มาจัดวางตามชอบ ม้วนมัด แล้วนำไปนึ่ง 1 ชั่วโมง จนออกมาเป็นผ้าลายสวยงามที่ไม่เหมือนใคร ระหว่างรอผ้าบ่มตัวก็ขึ้นรถสามแถวแล่นไปชมอุโมงค์ต้นยางธรรมชาติ เก็บผักเหลียงในสวน แล้วลงมือผัดกินเอง

Thailand Privilege Card ตั้งเป้าความยั่งยืน ปรับนิยาม 'ลักชัวรี่' ตอบโจทย์เทรนด์โลก

ช่วงเย็นยังมีกิจกรรมชมพระอาทิตย์ตกที่เกาะปลิงและสะพานไม้หาดในทอน หากมาช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม ยังได้ลิ้มรส "ทุเรียนสาคู" พื้นบ้านที่เลื่องชื่อด้วย

Thailand Privilege Card ตั้งเป้าความยั่งยืน ปรับนิยาม 'ลักชัวรี่' ตอบโจทย์เทรนด์โลก

Thailand Privilege Card ตั้งเป้าความยั่งยืน ปรับนิยาม 'ลักชัวรี่' ตอบโจทย์เทรนด์โลก

Thailand Privilege Card ตั้งเป้าความยั่งยืน ปรับนิยาม 'ลักชัวรี่' ตอบโจทย์เทรนด์โลก

นี่คือตัวอย่างของ "ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้" ที่นายมนาเทศพูดถึง การได้สัมผัสวิถีชุมชนจริง ได้ลงมือทำจริง และกลับไปพร้อมความประทับใจ

ยกระดับบริการสู่ Green Service

ด้านการบริการ ผู้บริหาร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ระบุว่า บริษัทได้เริ่มปรับปรุง Fleet รถยนต์ โดยเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังคัดสรรโรงแรมในเครือที่ร่วมมือกับ ททท. ซึ่งผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืน เพื่อให้บริการเป็น Green Service มากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่เน้นวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมตอบโจทย์เรื่อง Total Well-being และ Sustainability ในระยะยาว

ทั้งนี้ สมาชิกของบริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มที่พักระยะยาว กลุ่มที่หาที่พักเอง และกลุ่มที่เดินทางบ่อย โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับการดูแลตามความต้องการที่แตกต่างกัน

ความยั่งยืนขององค์กร นำไปสู่การพัฒนาประเทศ

นายมนาเทศเน้นย้ำว่า นอกจากความยั่งยืนที่มอบให้กับสังคมและประเทศ ความยั่งยืนขององค์กรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน บริษัทกำลังศึกษาหา New S-Curve ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาว

ผลประกอบการของเราได้มา ก็จะส่งกลับให้ ททท. ซึ่งจะเป็นผู้ขับเคลื่อนในการพัฒนาเรื่องของความยั่งยืนของประเทศได้ต่อไปด้วย ดังนั้น นอกเหนือจากกิจกรรมของเรา เรื่องของการที่จะดีไซน์โปรแกรมเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องความยั่งยืนต่าง ๆ เราก็ยังมี ททท. อีกที่จะเป็นบริษัทแม่ในการเป็นคนขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี และก็เป็นภารกิจหลักของ ททท. ตามเทรนด์ที่มีทั่วโลก

โดยในปัจจุบันบริษัทมีทีมงานเฉพาะที่ดูแลเรื่องความยั่งยืน พร้อม KPI ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่การทำ ESG ที่เริ่มจากไม่กี่หัวข้อ ก็ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ และให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น

มองไกลถึงการเลือกประเทศปลายทาง

นายมนาเทศ มองว่า ในอนาคตอันใกล้ สมาชิกจะเลือกประเทศที่จะอาศัยไม่ใช่เพียงแค่ความสะดวกสบายและความปลอดภัย แต่ต้องดูว่าประเทศนั้นตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาว Total Health and Well-being และให้ความสำคัญกับ Sustainability อย่างไร

ผมเชื่อว่าในส่วนของความยั่งยืน อีกหน่อยสมาชิกเวลาที่จะเลือกเรา เวลาที่เลือกประเทศที่จะอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย เขาต้องดูว่าประเทศนี้ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนในระยะยาวได้ยังไง Total health and well-being ประเทศให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability ได้อย่างไร ดังนั้น พอเลือกเป็นระดับประเทศ ยังต้องมีเรื่องของระดับชุมชน ระดับสังคมอีกที่จะต้องตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนอีกด้วย