thansettakij
thansettakij
สสว.หนุน ‘SMEs’ สู่มาตรฐานคาร์บอนสากล เชื่อมทุนสีเขียว-ต่อยอดตลาดโลก

สสว.หนุน ‘SMEs’ สู่มาตรฐานคาร์บอนสากล เชื่อมทุนสีเขียว-ต่อยอดตลาดโลก

25 มิ.ย. 69 | 10:59 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 11:27 น.

สสว.เร่งปั้น SMEs สีเขียว 246 รายสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รับมือ CBAM-EU Greenwashing ดันแข่งขันตลาดโลก ชี้ต้องปรับตัวก่อนเสียโอกาสทางการค้า

KEY

POINTS

  • สสว. จัดโครงการอบรม "ธุรกิจสีเขียว" (Green Business) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้ปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับมือกติกาการค้าโลกใหม่
  • มุ่งเน้นการให้ความรู้เพื่อเตรียมผู้ประกอบการขอการรับรองมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
  • คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทวนสอบเพื่อขอรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล
  • สร้างโอกาสต่อยอดทางธุรกิจโดยเชื่อมโยงกับคู่ค้าและสถาบันการเงินเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว (Green Finance) สำหรับการเติบโตในตลาดโลก

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) เพื่อเร่งบ่มเพาะและเสริมสมรรถนะให้ผู้ประกอบการยกระดับสู่กระบวนการผลิตสีเขียวอย่างแท้จริง 

โดยล่าสุดได้ดำเนินการผ่านกิจกรรมอบรมเชิงสัมมนาธุรกิจสีเขียว (Green Business) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SMEs ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569 ครบถ้วนทั้ง 7 รุ่นทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการภาคการผลิตและภาคบริการ เข้าร่วมรับการพัฒนาทักษะและความรู้รวมทั้งสิ้น 246 ราย เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 225 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการปรับตัวครั้งสำคัญของภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ไทย ในการเผชิญหน้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ในยุคปัจจุบัน 

ธุรกิจโลกเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันบริบทการดำเนินธุรกิจทั่วโลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะโลกเดือด ส่งผลให้หลายภูมิภาคบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เช่น สหภาพยุโรปได้กำหนดมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) 

ควบคู่กับการประกาศใช้ข้อบังคับต่อต้านการฟอกเขียว (EU Greenwashing Directive) ที่ห้ามใช้คำกล่าวอ้างกำกวม เช่น คำว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งมีบทลงโทษปรับขั้นต่ำถึง 4% ของรายได้ต่อปี 

สสว.หนุน ‘SMEs’ สู่มาตรฐานคาร์บอนสากล เชื่อมทุนสีเขียว-ต่อยอดตลาดโลก

 

ขณะเดียวกันในภาคการท่องเที่ยวและการบริการ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางก็ได้ริเริ่มข้อตกลงร่วม Unified Eco-Pact เพื่อแสดงคะแนน Eco-Pact Scores บนแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์อย่างโปร่งใส แรงกดดันเหล่านี้ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยินดีจ่ายราคาส่วนเพิ่ม (Sustainability Premium) สูงขึ้นเฉลี่ย 9.7% เพื่อสนับสนุนสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อการกุศลอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อความอยู่รอดและการสร้างแต้มต่อทางการค้าในเวทีระดับสากล  

สสว. มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ MSME ไทย ให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับกฎระเบียบการค้าโลกและร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่กำลังจะมาถึง สสว. จึงได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว เพื่อเร่งบ่มเพาะและเสริมสมรรถนะให้ผู้ประกอบการยกระดับสู่กระบวนการผลิตสีเขียวอย่างแท้จริง ผ่านระบบการประเมินศักยภาพ Green SME Index

การเข้าร่วมอบรมและได้รับคำปรึกษาเชิงลึกดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถถอดบทเรียนเพื่อปรับมุมมองใหม่ว่า Green = Lean หรือการรักษ์โลกคือการลดต้นทุน โดยเริ่มต้นจากแผนปฏิบัติการที่ทำได้ทันที (Quick Wins) อุดรอยรั่วไหลทางการเงินและความสิ้นเปลืองในกระบวนการผลิตเพื่อสร้างเป็นผลกำไรทางบัญชี โดยถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน

มุ่งนวัตกรรมการตลาดสีเขียว

ดร.ปณิตา กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ไม่ใช่เพียงแค่วัสดุแต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Innovation) ตามหลักส่วนผสมการตลาดสีเขียว (Green Marketing Mix: 4Ps) 

สสว.หนุน ‘SMEs’ สู่มาตรฐานคาร์บอนสากล เชื่อมทุนสีเขียว-ต่อยอดตลาดโลก

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้ฝึกเครื่องมือประเมินกระบวนการธุรกิจผ่านระบบ Green SME Index ครบทั้ง 4 มิติ ได้แก่ การจัดการความยั่งยืน ห่วงโซ่คุณค่า ระบบบริหารจัดการ และนวัตกรรม รวมถึงเรียนรู้เกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลและการจัดทำรายงานเพื่อเตรียมขอรับรองมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) 

รวมถึงหลักเกณฑ์มาตรฐาน Green Hotel, Green Hotel Plus และ Green Production จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยอุดรอยรั่วจากความสูญเสียในกระบวนการผลิต (Waste Audit) 

อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปจะดำเนินกิจกรรมส่งเสริมเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง โดยทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมจำนวน 225 ราย จากผู้ผ่านการอบรม เพื่อเข้ารับการให้คำปรึกษาเชิงลึก และคัดเลือกจำนวนไม่น้อยกว่า 40 ราย เพื่อสนับสนุนการทวนสอบข้อมูล ขอรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลข้างต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังมีโอกาสในการต่อยอดและเชื่อมโยงคู่ค้าในรูปแบบ Business Matching ร่วมกับหน่วยงานตรวจรับรองและสถาบันการเงินเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อโลกในระยะยาวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)