ดันอุตรดิตถ์ศูนย์กลางต่อยอด "ทุเรียน" พรีเมี่ยมไทยที่ 1 ของโลก

21 พ.ค. 2566 | 01:10 น.

ต่อยอด “จันทบุรีโมเดล” พัฒนาและควบคุมทุเรียนคุณภาพของไทย โดยกรมวิชาการเกษตร ดันจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นศูนย์กลางทุเรียนภาคเหนือ ส่งไม้ต่อจากจันทบุรี ดันทุเรียนพรีเมี่ยมไทยที่ 1 ของโลก

“จันทบุรีโมเดล” นับเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาและควบคุมทุเรียนคุณภาพของไทย โดยที่ผ่านมา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน ตามโครงการ ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ มุ่งสู่ทุเรียนพรีเมี่ยมที่ 1 ของโลก

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พร้อมศูนย์เครือข่ายในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง  และสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ร่วมกันบูรณาการปฏิบัติงานรักษาคุณภาพมาตรฐานผลไม้ไทยตามนโยบาย premium Thai fruit 

โดยนำ “จันทบุรีโมเดล” ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 มาเป็นแนวทางการปฏิบัติงาน  พร้อมเน้นย้ำตรวจสอบผลไม้ทุกชนิดทั้งส่งออกและนำเข้าต้องได้คุณภาพและปลอดจากแมลงศัตรูพืช  รวมไปถึงตรวจสอบแหล่งที่มาของผลไม้ ห้ามมีการสวมสิทธิ์ผลไม้ทุกชนิดโดยเด็ดขาด

 

ภาพประกอบข่าวการต่อยอดจันทบุรีโมเดล ทุเรียนคุณภาพ กรมวิชาการเกษตร

ดันอุตรดิตถ์เป็นศูนย์กลาง  

ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการเตรียมการส่งออกทุเรียนภาคเหนือ โดยส่งไม้ต่อจากจันทบุรี ตามโครงการ ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ มุ่งสู่ทุเรียนพรีเมี่ยมที่ 1 ของโลก โดยมีจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นศูนย์กลาง  

สำหรับพื้นที่ปลูกทุเรียนภาคเหนือตอนล่างมีทั้งหมด 7 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก เพชรบูรณ์  สุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีทั้งพันธุ์หมอนทอง พวงมณี หลงลับแล กระดุม มูซังคิง และหลินลับแล

มีพื้นที่ปลูกทุเรียนในเขตภาคเหนือตอนล่างได้รับการรับรอง GAP ทั้งหมด 9,492 ไร่ ปริมาณผลผลิตในปี 2566 รวมจำนวนประมาณ 10,717 ตัน โดยจังหวัดอุตรดิตถ์ให้ผลผลิตมากที่สุดจำนวน 6,616 ตัน ทุเรียนที่ส่งออกไปประเทศจีนเป็นพันธุ์หมอนทอง 90%

 

ภาพประกอบข่าวการต่อยอดจันทบุรีโมเดล ทุเรียนคุณภาพ กรมวิชาการเกษตร

เตรียมพร้อมส่งออกทุเรียนภาคเหนือ

สำหรับด่านปลายทางที่ส่งออกทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ ด่านเชียงของ ด่านแหลมฉบัง ด่านลาดกระบัง ด่านนครพนม และด่านมุกดาหาร โดยเมื่อวันที่ 5 -11 พฤษภาคม 2566 ได้ออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับส่งออกทุเรียนสดไปแล้ว 318.6 ตัน มูลค่า 45.2 ล้านบาท 

โดยในปี 2565 (3 มิย.-5ต.ค.65) จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ส่งออกทุเรียนไปจีนจำนวน 11,615 ตัน มูลค่า 1,207 ล้านบาท ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2566  สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 และเครือข่าย ร่วมกับ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร  และด่านตรวจพืชที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ได้ร่วมประชุมหารือมาตรการควบคุมมาตรฐานพืชส่งออกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อนำไปหารือระดับจังหวัดร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องออกประกาศและคำสั่งต่างๆระดับจังหวัดในการดำเนินการเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันกับ สวพ.6 เป็นการเตรียมความพร้อมส่งออกทุเรียนภาคเหนือในปี 2566 

 

ภาพประกอบข่าวการต่อยอดจันทบุรีโมเดล ทุเรียนคุณภาพ กรมวิชาการเกษตร

 

ร่วมรักษาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทย  

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า จากการดำเนินการควบคุมคุณภาพและตรวจรับรองสุขอนามัยพืชการส่งออกทุเรียนในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกในปี 2566 อย่างเข้มงวด  พร้อมกับได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตรอย่างใกล้ชิด เข้มข้น รักษาคุณภาพทุเรียนสำหรับส่งออกไปยังประเทศจีน ทำให้การส่งออกเป็นไปด้วยความราบรื่นในทุกเส้นทาง  

พร้อมกับได้รับการชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบผลไม้ในภาคตะวันออก ซึ่งนำไปสู่ปริมาณการส่งออกที่มากถึง 6 แสนตัน มูลค่า ณ เวลานี้เกินแสนล้านไปแล้ว  จึงได้สั่งให้ขยายผล “จันทบุรีโมเดล” ไปสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างซึ่งกำลังมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ท้องตลาดในขณะนี้  

พร้อมสร้างการรับรู้การแยกสีโรงคัดบรรจุเป็นสีเขียว เหลือง และแดง ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ เพื่อร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทย มั่นใจว่าในการประชุมเตรียมความพร้อมของ สวพ.2 จะนำความสำเร็จเข้ามาสู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือเช่นเดียวกับที่ประสบความสำเร็จในภาคตะวันออก