

KEY
POINTS
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เน้นย้ำหลักการสำคัญต่อความอยู่รอดของสังคมไทย ท่ามกลางยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างสุดขั้ว โดยระบุว่า ปรากฏการณ์ฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ และมวลน้ำหลากล้นคันกั้นน้ำ ไม่ใช่เรื่องของ “โชคชะตา” หรือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้งอีกต่อไป หากแต่กลายเป็น “ความจริงใหม่” ที่คนไทยและโครงสร้างสังคมไทยต้องเรียนรู้ ปรับตัว และรับมืออย่างมีสติ โดยใช้วิทยาศาสตร์ความเสี่ยงเป็นตัวนำ
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า การพึ่งพาระบบเตือนภัย หรือการเยียวยาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว อาจไม่ทันการณ์ โดยหัวใจสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน คือการยึดหลัก “3 Helps” ซึ่งเป็นกรอบการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับประเทศ ประกอบด้วย
1. Self Help การช่วยตัวเองและครอบครัว ทำให้เราไม่ตกเป็นผู้รับฝ่ายเดียว
2. Community Help การช่วยเหลือชุมชน ทำให้เรามีเกราะป้องกันที่อบอุ่นใกล้ตัว
3. Nation Help การช่วยเหลือระดับชาติ ให้เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง
ทั้ง 3 ส่วนเป็นกรอบการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับประเทศ โดย “3 Helps” ไม่ใช่เพียงคำที่ดูดี แต่เป็นยุทธศาสตร์การรอดชีวิตที่ต้องร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า ภัยธรรมชาติอาจเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ “ความสูญเสีย” เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและบรรเทาได้ หากมีความพร้อม
เมื่อทั้ง 3 ส่วนร่วมมือกัน สังคมไทยจะไม่ได้เพียงแค่ “รอดพ้น” จากน้ำท่วมเป็นครั้ง ๆ ไป แต่จะกลายเป็นสังคมที่มีภูมิคุ้มกันต่อภูมิอากาศ และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในอนาคตได้อย่างยั่งยืน