
“อนุทิน” เร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วม 4,700 ล้านบาท สั่งโอนรายวัน เริ่มสัปดาห์นี้
นายกฯ สั่ง 76 ผู้ว่าฯ เตรียมรับฝนระลอกใหม่ พร้อมเร่งตรวจสอบสิทธิและจ่ายเยียวยาน้ำท่วมเป็นรายวัน ไม่ต้องรอครบทั้งพื้นที่ หลัง ปภ. โอนงบ 4,700 ล้านบาทให้ธนาคารออมสินแล้ว
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน สั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม วงเงิน 4,700 ล้านบาท
- ให้เริ่มโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนเป็นรายวันภายในสัปดาห์นี้ โดยไม่ต้องรอข้อมูลครบทุกพื้นที่
- พื้นที่ใดที่ตรวจสอบความเสียหายเสร็จสิ้นก่อน จะได้รับการโอนเงินเยียวยาทันทีตามลำดับคำขอ
5 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยเป็นรายวันตามลำดับคำขอ เมื่อพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเสร็จสิ้น โดยไม่ต้องรอรวบรวมข้อมูลครบทั้งพื้นที่ พร้อมกำชับให้เริ่มมีเงินโอนเข้าบัญชีประชาชนภายในสัปดาห์นี้
ข้อสั่งการดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เวลา 08.30 น. ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นการติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องวันที่ 6
เร่งโอนเยียวยารายวัน ไม่ต้องรอครบทั้งพื้นที่
นายอนุทินกล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าได้โอนงบประมาณเงินเยียวยาวงเงิน 4,700 ล้านบาทไปยังธนาคารออมสินแล้ว หากตำบล อำเภอ หรือจังหวัดใดตรวจสอบความเสียหายเสร็จสิ้นก่อน ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินให้ทันที
นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งขับเคลื่อนการลงทะเบียน ซึ่งเปิดครอบคลุมทุกพื้นที่ประสบภัยแล้ว พร้อมสำรวจและรวบรวมจำนวนครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับการเยียวยาให้ครบถ้วน และเร่งจ่ายเงินตามลำดับคำขอเป็นรายวัน
นอกจากนี้ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำชับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งสำรวจข้อมูลตามหลักเกณฑ์ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของประชาชน
นายอนุทินยังขอให้การประปาและการไฟฟ้าพิจารณามาตรการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าน้ำและค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกในการกลับเข้าบ้านและทำความสะอาด
เตรียมอพยพกลุ่มเปราะบาง–น้ำลดแล้วให้เริ่มฟื้นฟู
นายกรัฐมนตรีกำชับให้พื้นที่เสี่ยงเตรียมเส้นทางอพยพและยานพาหนะ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการช่วยเหลือตนเอง และดูแลต่อเนื่องจนสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย
ส่วนพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลง ให้เริ่มสูบน้ำตกค้าง เก็บขยะ ทำความสะอาด และตรวจสอบระบบไฟฟ้ากับน้ำประปาทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำแห้งพร้อมกันทั้งจังหวัด
การจัดเก็บขยะให้ดำเนินการในรูปแบบการทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือ Big Cleaning พร้อมแจ้งกำหนดการล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว โดยนำแนวทางของกรุงเทพมหานครไปปรับใช้ตามความเหมาะสม
จับตาบ้านสร้าง อาจต้องอพยพเพิ่ม กำชับสุขอนามัยศูนย์พักพิง
นายอนุทินกล่าวว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พบว่ายังมีน้ำท่วมขังจำนวนมาก และวันที่ 5 ตุลาคม อำเภอบ้านสร้างอาจจำเป็นต้องอพยพประชาชนเพิ่มเติม เนื่องจากน้ำยังไม่ลดลงและเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นจากการท่วมขังเป็นเวลานาน
จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในการจัดตั้งและดูแลศูนย์พักพิงหรือศูนย์อพยพ พร้อมเร่งใช้เงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายกรัฐมนตรียังสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานสาธารณสุขจังหวัด ดูแลความสะอาดของห้องน้ำและห้องสุขา รวมถึงจัดเตรียมยารักษาโรคให้เพียงพอ เพื่อป้องกันศูนย์พักพิงเป็นแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรค ตลอดจนป้องกันการปนเปื้อนไปยังโรงครัวประกอบอาหาร
การประชุมครั้งนี้มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย







