thansettakij
thansettakij
เอลนีโญปี 2026 กลับมาแล้ว เทียบเหตุการณ์ใหญ่ในรอบเกือบ 5 ทศวรรษ

เอลนีโญปี 2026 กลับมาแล้ว เทียบเหตุการณ์ใหญ่ในรอบเกือบ 5 ทศวรรษ

09 ก.ค. 69 | 01:40 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 01:46 น.

NOAA ยืนยันเอลนีโญปี 2026 ก่อตัวอย่างเป็นทางการ จับตาทวีกำลังช่วงฤดูหนาว พร้อมย้อนเหตุการณ์สำคัญที่สร้างผลกระทบต่อสภาพอากาศโลกตลอดเกือบ 5 ทศวรรษ

KEY

POINTS

  • NOAA ประกาศการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2026
  • มีการเปรียบเทียบเอลนีโญครั้งนี้กับเหตุการณ์รุนแรงในอดีตตลอดเกือบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา เช่น ปี 1997-98 และ 2015-16
  • นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าเอลนีโญจะทวีกำลังขึ้น และอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นพร้อมเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพอากาศสุดขั้ว

NOAA ประกาศเอลนีโญก่อตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2026 นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตาผลกระทบต่ออุณหภูมิ ปริมาณฝน และรูปแบบพายุ หลังปรากฏการณ์นี้มีบทบาทสำคัญต่อสภาพอากาศหลายภูมิภาคของโลก

สำหรับ เอลนีโญเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ภูมิอากาศที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลกได้

วัฏจักรเอลนีโญ-ลานีญาตลอดเกือบ 5 ทศวรรษ

จากข้อมูลของ Golden Gate Weather Services, National Centers for Environmental Information และ NOAA แสดงภาวะเอนโซ (ENSO) ของทุกฤดูหนาวในซีกโลกเหนือ ตั้งแต่ฤดูหนาวปี 1979–80 จนถึงการคาดการณ์ฤดูหนาวปี 2026–27 เพื่อให้เห็นการสลับกันของเอลนีโญ ลานีญา และภาวะเป็นกลาง ตลอดเกือบ 5 ทศวรรษ พร้อมเปรียบเทียบเอลนีโญที่กำลังก่อตัวในปี 2026 กับเหตุการณ์สำคัญในอดีต

ตั้งแต่ฤดูหนาวปี 1979–80 จนถึงการคาดการณ์ฤดูหนาวปี 2026–27 มหาสมุทรแปซิฟิกสลับระหว่างภาวะน้ำทะเลอุ่นกว่าปกติ (เอลนีโญ) น้ำทะเลเย็นกว่าปกติ (ลานีญา) และภาวะเป็นกลาง

แม้ตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา ลานีญาจะเกิดขึ้นบ่อยกว่าเอลนีโญเล็กน้อย แต่เอลนีโญที่มีความรุนแรงสูงกลับสร้างผลกระทบต่อโลกในวงกว้างมากกว่า สะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงของเหตุการณ์มีความสำคัญมากกว่าความถี่ในการเกิด

เอลนีโญครั้งสำคัญที่สร้างผลกระทบทั่วโลก

ปี 1982–83 ก่อให้เกิดภัยแล้งรุนแรงในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ขณะที่บางพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ เผชิญน้ำท่วม อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ฮาวายเผชิญพายุเฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในขณะนั้น

ปี 1997–98 ถือเป็นหนึ่งในเอลนีโญระดับรุนแรงมากที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญน้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟป่า ขณะที่ความร้อนของมหาสมุทรในช่วงดังกล่าวคาดว่าทำให้แนวปะการังทั่วโลกเสียหายราว 16%

ปี 2015–16 เป็นเอลนีโญที่ทรงพลังอีกครั้ง สอดคล้องกับการทำสถิติอุณหภูมิโลกสูงสุดในเวลานั้น รวมถึงการเกิดพายุเฮอริเคนรุนแรงในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ไฟป่าในอินโดนีเซีย ภัยแล้งในเอธิโอเปียและบางส่วนของแคริบเบียน และการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในขณะนั้น โดยเหตุการณ์เหล่านี้ยังช่วยอธิบายแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

เทียบเอลนีโญครั้งนี้กับเหตุการณ์รุนแรงในอดีตตลอดเกือบ 5 ทศวรรษ

เอลนีโญปี 2026 

NOAA ระบุว่าเอลนีโญรอบใหม่ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2026 หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด

นักพยากรณ์คาดว่าเอลนีโญครั้งนี้จะทวีกำลังขึ้นตลอดฤดูหนาวปี 2026–27 ของซีกโลกเหนือ แม้ว่าความรุนแรงสูงสุดของเหตุการณ์ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด

NOAA และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า เอลนีโญไม่ได้ทำให้ทุกพื้นที่ของโลกมีสภาพอากาศเหมือนกัน แต่จะเพิ่มโอกาสเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาค และอาจส่งผลต่ออุณหภูมิ ปริมาณฝน และรูปแบบพายุในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ โดยผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

ท่ามกลางมหาสมุทรที่ยังคงมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ นักวิทยาศาสตร์กำลังจับตาว่าเอลนีโญรอบนี้จะยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ในช่วงปลายปี 2026 ต่อเนื่องถึงปี 2027