

KEY
POINTS
ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. .... เป็นกฎหมายที่กำหนดกรอบการเปลี่ยนผ่านประเทศจากระบบเศรษฐกิจแบบเชิงเส้น หรือ “ผลิต-ใช้-ทิ้ง” ไปสู่ระบบที่มุ่งลดการใช้ทรัพยากรปฐมภูมิ เพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และส่งเสริมการหมุนเวียนวัสดุและผลิตภัณฑ์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุดตลอดวงจรชีวิต
กฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย 13 หมวด รวม 138 มาตรา ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดสิทธิของประชาชน การวางนโยบายระดับประเทศ การจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบข้อมูลดิจิทัล การจัดการวัตถุไม่ใช้แล้ว ไปจนถึงมาตรการภาษีและการบังคับใช้กฎหมาย
ร่างกฎหมายกำหนดให้ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หมายถึงรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่มุ่งลดการใช้ทรัพยากรปฐมภูมิ ลดการเกิดขยะและมลพิษตั้งแต่ต้นทาง พร้อมออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ ซ่อมแซม แปรใช้ใหม่ ผลิตซ้ำ หรือหมุนเวียนใช้ประโยชน์ได้ตลอดอายุการใช้งาน
หลักการสำคัญที่กำหนดไว้ในร่างกฎหมาย ได้แก่ หลักลำดับขั้นการจัดการขยะ หลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) และหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
หลักลำดับขั้นการจัดการขยะ
กำหนดลำดับความสำคัญของการจัดการวัตถุไม่ใช้แล้ว ตั้งแต่การป้องกันการเกิดขยะและลดการใช้ทรัพยากร การนำกลับมาใช้ซ้ำ การแปรใช้ใหม่หรือปรับปรุงสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ การนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น และการกำจัดขั้นสุดท้าย
กำหนดให้ผู้ผลิตรับผิดชอบผลกระทบที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การคัดเลือกวัสดุ ไปจนถึงการจัดการหลังผลิตภัณฑ์กลายเป็นวัตถุไม่ใช้แล้ว
หนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
เป็นชุดข้อมูลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบของวัสดุ การใช้วัสดุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก วิธีการถอดประกอบ ช่องทางการซ่อมแซม และการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
รับรองสิทธิประชาชน-กำหนดหน้าที่รัฐ
ร่างกฎหมายรับรองสิทธิของประชาชนในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่มีสุขภาวะที่ดี สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สิทธิในการเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นหรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ขณะเดียวกันยังกำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่สนับสนุนแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการหมุนเวียน การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความตระหนักรู้ด้านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน
ร่างกฎหมายกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
คณะกรรมการมีหน้าที่เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์ จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการ กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับแผนระดับจังหวัดและท้องถิ่น เชื่อมโยงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ติดตามประเมินผล และเสนอการปรับปรุงกฎหมายหรือมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
จัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
ร่างกฎหมายกำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และมาตรการต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
แหล่งรายได้ของกองทุนมาจากเงินสมทบการใช้วัตถุใช้ครั้งเดียว รายได้จากภาษีเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน เงินมัดจำที่ไม่มีผู้ขอคืน เงินอุดหนุน เงินที่ได้รับโอนจากกองทุนอื่น และดอกผลจากการดำเนินงาน โดยเงินของกองทุนไม่ต้องนำส่งเข้าคลัง พร้อมกำหนดระบบบัญชี การตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส
บังคับใช้แผนแม่บทเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับประเทศ
ร่างกฎหมายกำหนดให้มีแผนแม่บทการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ระยะเวลา 6 ปี เป็นกรอบหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ
ภายใต้แผนแม่บทจะต้องมีแผนปฏิบัติการอย่างน้อย 4 ระดับ ได้แก่ แผนปฏิบัติการรายผลิตภัณฑ์ วัสดุ หรือบรรจุภัณฑ์เป้าหมาย แผนปฏิบัติการจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร แผนปฏิบัติการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับจังหวัด และแผนปฏิบัติการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับท้องถิ่น
สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งชาติ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะจัดตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งชาติ เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางสำหรับการผลิต การนำเข้า การใช้ การซ่อมแซม การนำกลับมาใช้ซ้ำ การแปรใช้ใหม่ และการจัดการผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต
ระบบดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้าน EPR การประเมินก๊าซเรือนกระจก การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
ควบคุมวัตถุใช้ครั้งเดียว-ส่งเสริมสิทธิซ่อมแซม
ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง โดยห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายวัตถุสำหรับใช้ครั้งเดียว รวมถึงผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์บางประเภทตามที่กำหนด
นอกจากนี้ยังกำหนดสิทธิผู้บริโภคในการซ่อมแซมสินค้า การเข้าถึงข้อมูลด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนบนฉลาก การไม่รับบรรจุภัณฑ์ และห้ามการโฆษณาด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด
วางระบบ EPR สำหรับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
ร่างกฎหมายกำหนดให้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์บางประเภทเข้าสู่ระบบความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR)
ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขึ้นทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และเข้าระบบผ่านองค์กรรับผิดชอบจัดการบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ (PRO) หรือได้รับอนุญาตให้จัดการด้วยตนเอง (IRP)
ระบบดังกล่าวครอบคลุมการเก็บรวบรวม การนำกลับมาใช้ประโยชน์ การรายงานข้อมูล และการติดตามผลผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
วางระบบจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร
ร่างกฎหมายกำหนดลำดับการจัดการอาหารส่วนเกิน โดยให้ความสำคัญกับการส่งต่อเพื่อการบริโภคของมนุษย์เป็นอันดับแรก ก่อนใช้เป็นอาหารสัตว์ การแปรรูป การใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรม หรือการกู้คืนพลังงาน และให้การกำจัดหรือฝังกลบเป็นทางเลือกสุดท้าย
พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจอาหารต้องมีมาตรการลดอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร รวมถึงจัดทำและรายงานข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เปิดทางเก็บค่าธรรมเนียมขยะจากการท่องเที่ยว
ร่างกฎหมายให้อำนาจกำหนดพื้นที่คุ้มครองพิเศษเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดังกล่าวสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
จัดเก็บเงินสมทบและภาษีเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน
ร่างกฎหมายกำหนดกลไกเงินสมทบการใช้วัตถุสำหรับใช้ครั้งเดียว โดยให้เรียกเก็บจากผู้บริโภค ณ จุดขายหรือจุดบริการ และนำส่งเข้ากองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
นอกจากนี้ยังกำหนดภาษีเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน 3 ประเภท ได้แก่ ภาษีการใช้วัตถุดิบปฐมภูมิ ภาษีการสกัดหรือการนำทรัพยากรมาใช้ ภาษีการกำจัดวัตถุไม่ใช้แล้ว เพื่อสะท้อนต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรและการกำจัดของเสีย รวมทั้งส่งเสริมการลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน
ใช้มาตรการปรับเป็นพินัยแทนโทษอาญา
ร่างกฎหมายกำหนดกลไก “ปรับเป็นพินัย” แทนโทษอาญา สำหรับการกระทำผิดหลายประเภท เช่น การให้ข้อมูลเท็จ การไม่เข้าระบบ EPR การทิ้งหรือกำจัดขยะผิดกฎหมาย การไม่เรียกเก็บหรือไม่นำส่งเงินสมทบ และการฝ่าฝืนมาตรการที่กฎหมายกำหนด
ช่วงเปลี่ยนผ่าน เร่งขับเคลื่อน 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ
บทเฉพาะกาลกำหนดให้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับ 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ยางรถยนต์ และแบตเตอรี่ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และวัสดุก่อสร้างและวัสดุจากการก่อสร้างและรื้อถอน
พร้อมขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการบางส่วน เช่น เงินสมทบการใช้วัตถุสำหรับใช้ครั้งเดียว ภาษีเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน ค่าธรรมเนียมการจัดการขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยว และหน้าที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เพื่อให้หน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัวก่อนบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง