thansettakij
thansettakij
เตือนเอลนีโญรุนแรงมาก ไทยเสี่ยงน้ำขาด-ฝุ่น PM2.5 หนักต้นปี 2570

เตือนเอลนีโญรุนแรงมาก ไทยเสี่ยงน้ำขาด-ฝุ่น PM2.5 หนักต้นปี 2570

20 มิ.ย. 69 | 07:05 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 69 | 07:10 น.

นักวิชาการชี้เอลนีโญจ่อรุนแรงมากปลายปี 2569 ต่อเนื่องต้นปี 2570 เสี่ยงฝนทิ้งช่วง น้ำต้นทุนไม่พอ ภัยแล้งกระทบภาคเกษตร ขณะไฟป่าและฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

KEY

POINTS

  • คาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีความรุนแรงมากช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยมีโอกาสเกิดสูงเกือบ 100%
  • ผลกระทบจากเอลนีโญจะทำให้ฝนปลายฤดูปี 2569 ลดลง ส่งผลให้ประเทศไทยเสี่ยงเกิดภัยแล้งและมีปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับปี 2570
  • สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจะส่งผลให้ปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่งทวีความรุนแรง ทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 หนักกว่าปกติในช่วงต้นปี 2570

รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตือนสัญญาณเอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่มหาสมุทรอินเดียมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ Positive IOD ซึ่งเป็นภาวะที่บริเวณฝั่งอินโดนีเซียของมหาสมุทรอินเดียมีอุณหภูมิเย็นกว่าปกติและมีแนวโน้มแห้งแล้งมากขึ้น

หากทั้งสองปรากฏการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน จะเพิ่มความเสี่ยงฝนลดลงหรือฝนทิ้งช่วงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้ง ไฟป่า ไฟพรุ และปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากอินโดนีเซียในช่วงกลางถึงปลายปี

โดยอธิบายข้อมูลจาก NOAA CPC ที่ระบุว่า โอกาสเกิดเอลนีโญอยู่ในระดับสูงมากถึง 97-100% ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม-มีนาคม 2570 โดยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569 และพฤศจิกายน 2569-มกราคม 2570 มีโอกาสเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงถึงรุนแรงมากรวมกันประมาณ 88-89%

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงฝนแปรปรวน ฝนปลายฤดูลดลงอย่างรวดเร็ว ภัยแล้ง และปัญหาน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับปี 2570

ครึ่งหลังปี 2569 ไทยเสี่ยงฝนน้อย แต่ยังต้องระวังน้ำท่วม

สำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ผลพยากรณ์จากหลายสำนักอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกชี้ว่า ไทยตอนล่าง โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มได้รับฝนน้อยกว่าค่าปกติ ขณะที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือบางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนหนักและน้ำป่าไหลหลาก

ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 พื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และอีสานตอนล่าง มีแนวโน้มได้รับฝนน้อยกว่าปกติ โดยสัญญาณดังกล่าวจะชัดเจนมากขึ้นในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมเมืองได้

ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569 ไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูแล้งตามฤดูกาล ขณะที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

เตือนฝนน้อย น้ำต้นทุนลด เสี่ยงภัยร้อนและ PM2.5 ปี 2570

ผลพยากรณ์จาก IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยังระบุว่า พื้นที่เสี่ยงฝนน้อยกว่าปกติจะขยายตัวมากขึ้นในช่วงกันยายน-พฤศจิกายน และตุลาคม-ธันวาคม 2569 โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และบางส่วนของภาคตะวันออก ซึ่งอาจส่งผลให้ฝนปลายฤดูลดลง น้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย และกระทบปริมาณน้ำต้นทุนในปี 2570

นอกจากนี้ ช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2569 ประเทศไทยยังมีแนวโน้มสูงมากที่จะเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น พืชและปศุสัตว์เผชิญภาวะเครียด กระทบผลผลิตทางการเกษตร และเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

รศ.วิษณุ ระบุว่า ผลกระทบจากเอลนีโญมักจะเด่นชัดในช่วงต้นปี โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2570 ซึ่งตรงกับฤดูร้อนของไทย จึงต้องเฝ้าระวังภัยร้อนและภัยแล้งเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจส่งผลให้การใช้น้ำเพิ่มขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และปัญหาไฟป่ากับฝุ่น PM2.5 รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา

ในเชิงนโยบาย เสนอให้ภาครัฐมอง "ภัยแล้ง-ภัยร้อน-PM2.5" เป็นความเสี่ยงเดียวกัน เนื่องจากสภาพอากาศร้อนและแห้งจะทำให้เศษวัสดุทางการเกษตรและเชื้อเพลิงในป่าแห้งง่าย เพิ่มโอกาสเกิดไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และปัญหาฝุ่นพิษ

พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลพยากรณ์ฝน อุณหภูมิ ความชื้นในดิน จุดความร้อน ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และข้อมูลฝนจริง เพื่อติดตามพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง หรือมีช่วงฝนขาดนานเกิน 10-14 วัน เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังทั้งภัยแล้ง ไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และ PM2.5 ไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ควรเร่งบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรก่อนเข้าสู่ฤดูเผา สนับสนุนเครื่องจักรและช่องทางใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำข้ามปีตั้งแต่ปลายฤดูฝน พร้อมเตรียมมาตรการดูแลประชาชนจากผลกระทบของภัยร้อนและฝุ่นพิษ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อรับมือความเสี่ยงที่มีแนวโน้มเชื่อมโยงกันมากขึ้นในปีเอลนีโญรอบนี้