
‘กรมชลฯ’ รับมือฤดูฝน เขื่อนทั่วประเทศยังรับน้ำได้อีก 3.3 หมื่นล้าน ลบ.ม.
“สุริยะ” กำชับกรมชลประทานติดตามฝนและสถานการณ์น้ำใกล้ชิด พร้อมรับมือความแปรปรวนจากเอลนีโญ ขณะที่อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกกว่า 33,800 ล้านลบ.ม. และลุ่มเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
KEY
POINTS
- อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 56% ของความจุ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 3.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร
- 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำรวม 52% ของความจุ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 11,800 ล้านลูกบาศก์เมตร
- กระทรวงเกษตรฯ สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่เพื่อรับมืออุทกภัยในฤดูฝน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว จึงได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝน สถานการณ์น้ำท่า และปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน
เขื่อนใหญ่-เล็กพร้อมรับน้ำได้อีก
ปัจจุบัน (15 มิ.ย. 2569) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,938 ล้าน ลบ.ม. (56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังมีพื้นที่รองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 33,816 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 13,023 ล้าน ลบ.ม. (52% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 11,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำอยู่มากพอสมควร สำหรับสถานการณ์ฝนในระยะต่อไป
ด้านสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้(15 มิ.ย. 69) ที่สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 684 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาตามลำดับ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรารวม 493 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 120 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ
ทั้งนี้ จากการติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศ รวมถึงปริมาณและการกระจายตัวของฝนในบางช่วงเวลา จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมในการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนและระบบชลประทานให้เหมาะสม รวมไปถึงการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ที่พร้อมเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง
การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ทุกหน่วยงานมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ขอให้บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ คำนึงถึงความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด







