thansettakij
thansettakij
'วันเต่าทะเลโลก' เปิดวิกฤตสัตว์ทะเลหายาก 'เสี่ยงสูญพันธุ์' จากโลกร้อน

'วันเต่าทะเลโลก' เปิดวิกฤตสัตว์ทะเลหายาก 'เสี่ยงสูญพันธุ์' จากโลกร้อน

16 มิ.ย. 69 | 02:25 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 03:22 น.

16 มิถุนายน วันเต่าทะเลโลก ชวนตระหนักถึงภัยคุกคามจากโลกร้อน ขยะทะเล และกิจกรรมของมนุษย์ ที่กำลังกระทบการอยู่รอดของเต่าทะเลและความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

KEY

POINTS

  • วันเต่าทะเลโลก (16 มิ.ย.) มีขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึงวิกฤตการณ์ที่เต่าทะเลกำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากภัยคุกคามต่างๆ
  • ภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามสำคัญ โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการกำหนดเพศของลูกเต่า ทำให้มีสัดส่วนเพศเมียมากกว่าเพศผู้ ซึ่งกระทบต่อการขยายพันธุ์ในระยะยาว
  • ผลกระทบจากโลกร้อนยังรวมถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพายุที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทำลายชายหาดที่เป็นแหล่งวางไข่ และทำให้แหล่งอาหารของเต่าทะเลลดลง

ทุกวันที่ 16 มิถุนายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันเต่าทะเลโลก” (World Sea Turtle Day) เพื่อสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของเต่าทะเล และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลชนิดนี้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

เต่าทะเลถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของระบบนิเวศ มีส่วนช่วยดูแลความสมบูรณ์ของแนวปะการัง และรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในทะเล อันเป็นพื้นฐานของความหลากหลายทางชีวภาพในมหาสมุทร อย่างไรก็ตาม ประชากรเต่าทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งการทำประมงเกินขนาด การติดเครื่องมือประมง ปัญหาขยะทะเล รวมถึงการลดลงของพื้นที่วางไข่ตามธรรมชาติบริเวณชายหาด ขณะที่เต่าทะเลในประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เช่นกัน

นอกจากภัยคุกคามจากกิจกรรมของมนุษย์แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของเต่าทะเลโดยตรง อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการกำหนดเพศของลูกเต่า เนื่องจากอุณหภูมิภายในหลุมฟักมีผลต่อสัดส่วนเพศ หากอุณหภูมิสูงเกินไป ลูกเต่าที่ฟักออกมาจะมีสัดส่วนเพศเมียมากกว่าเพศผู้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการขยายพันธุ์ในระยะยาว

ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและพายุที่ทวีความรุนแรง

ส่งผลให้ชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่วางไข่ตามธรรมชาติถูกกัดเซาะและเสียหาย อีกทั้งการเสื่อมโทรมของแนวปะการังยังทำให้แหล่งอาหารสำคัญของเต่าทะเลลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเต่าทะเลในธรรมชาติ

การดูแลเต่าทะเลจึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เก็บและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณชายหาด ลดผลกระทบจากแสงไฟในพื้นที่ชายฝั่งช่วงกลางคืน สนับสนุนการทำประมงอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ร่วมกันดูแลความสมบูรณ์ของท้องทะเลและมหาสมุทร

แม้จะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากเกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้าง ก็สามารถช่วยลดแรงกดดันต่อระบบนิเวศทางทะเล และเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของเต่าทะเลในระยะยาวได้

เพราะการอนุรักษ์เต่าทะเล ไม่ได้เป็นเพียงการปกป้องสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการร่วมกันดูแลความสมบูรณ์ของท้องทะเลและมหาสมุทร ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของโลกใบนี้ด้วย