thansettakij
thansettakij
กรมควบคุมมลพิษ จ่อส่งหนังสือรอบใหม่ถึง กกร. แจงเพิ่มปมวิจัยคอร์รัปชัน

กรมควบคุมมลพิษ จ่อส่งหนังสือรอบใหม่ถึง กกร. แจงเพิ่มปมวิจัยคอร์รัปชัน

25 พ.ค. 69 | 05:11 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 69 | 05:21 น.

กรมควบคุมมลพิษ เตรียมทำหนังสือรอบใหม่ถึง กกร. เพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 7 วัน กรณีผลสำรวจความโปร่งใสและงานวิจัยคอร์รัปชัน หลังเห็นว่าคำชี้แจงก่อนหน้ายังไม่ครบถ้วน

KEY

POINTS

  • กรมควบคุมมลพิษเตรียมส่งหนังสือถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อีกครั้ง เพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยเรื่องคอร์รัปชัน หลังคำตอบรอบก่อนยังไม่ครบถ้วน
  • กรมฯ ตั้งข้อสังเกตหลายประเด็นต่องานวิจัยของ กกร. ทั้งด้านระเบียบวิธีวิจัย ความน่าเชื่อถือของข้อมูลอ้างอิงที่เก่าเกินไป (พ.ศ. 2542) และลักษณะของแบบสอบถามที่อาจเป็นคำถามชี้นำ
  • อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าไม่ได้ต้องการ "ฟ้องปิดปาก" แต่ต้องการความเป็นธรรมและความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษ เตรียมทำหนังสือรอบใหม่ถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยและผลสำรวจความโปร่งใสของรัฐ หลังเห็นว่าคำชี้แจงก่อนหน้ายังไม่ครบถ้วน  ดร.สุริทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมฯ จะส่งหนังสือรอบใหม่และให้เวลา 7 วัน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าหากไม่มีมูลตามกฎหมายก็ไม่สามารถดำเนินการใดได้ พร้อมระบุว่า สิ่งที่กรมฯ ต้องการคือคำอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยและข้อมูลที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

ส่งหนังสือไป 2 รอบ วันที่ 15 รอบหนึ่ง และ 18 อีกรอบหนึ่ง ขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหนังสือที่ทาง กกร. ส่งกลับมาอ้างถึงทั้ง 2 หนังสือ แต่สิ่งที่ขอไม่ใช่ข้อมูลยาก เป็นข้อมูลกระบวนการวิจัยหลายเรื่องที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยันด้วยว่า ไม่มีแนวคิด “ฟ้องปิดปาก” ผู้ให้ข้อมูล พร้อมเปิดทางให้ทุกฝ่ายชี้แจงข้อเท็จจริง โดยกรมฯ พร้อมรับฟังคำอธิบายเพิ่มเติมจาก กกร. และจะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม

กางมาตรการป้องกันทุจริต-ยกระดับ SOP

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษยังชี้แจงมาตรการป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงาน โดยระบุว่า หลัง กกร. แถลงผลสำรวจเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา กรมฯ ได้ตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริต ออกหนังสือกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส และประชุมทบทวนกิจกรรมเสี่ยงต่อการทุจริตในกระบวนการทำงาน

กรมฯ ยังอยู่ระหว่างยกระดับกระบวนการทำงานจาก Working Manual เป็น SOP ตามนโยบายของกระทรวง เพื่อลดดุลพินิจ เพิ่มความโปร่งใส และทำให้ตรวจสอบได้มากขึ้น

แจงระบบเก็บตัวอย่าง-ห้องแล็บ ISO 17025

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือกระบวนการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งกรมฯ ประเมินว่ามีความเสี่ยงหลัก 3 ส่วน ได้แก่ การเก็บตัวอย่างภาคสนาม การดำเนินการในห้องปฏิบัติการ และการแอบอ้างจากบุคคลภายนอก

ในส่วนการเก็บตัวอย่างภาคสนาม ระบุว่า ใบเก็บตัวอย่างจะมีผู้ลงนามรับรองประมาณ 5-7 คน และทุกขั้นตอนมีการออกเลขตัวอย่างอย่างเป็นระบบ ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนตัวอย่างหรือเก็บใหม่ จะต้องขออนุญาตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมให้ผู้ลงนามชุดเดิมร่วมรับรองอีกครั้ง

ขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่-นักวิทยาศาสตร์ภาคสนาม

ขณะที่ห้องปฏิบัติการของกรมฯ เป็นห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 ซึ่งมีเพียง 7 หน่วยงานจาก 162 หน่วยงานทั่วประเทศที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว โดยระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน มีการกำหนดรหัสลับ 9 รหัส ตัวอย่างจะถูกจัดเก็บในห้องเย็นที่ต้องตรวจภายใน 24 ชั่วโมง และมีการทดสอบซ้ำอย่างน้อย 2 รอบเพื่อยืนยันผล

มาตรฐานดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ผลตรวจของกรมฯ ถูกใช้ในการต่อสู้คดีสิ่งแวดล้อมหลายคดี เนื่องจากศาลให้ความเชื่อถือในระบบการตรวจสอบของกรมฯ หากเอกชนที่ร่วมตรวจสอบไม่มีมาตรฐาน ISO แต่กรมมีมาตรฐาน ISO จะต้องยึดผลของกรมเป็นหลัก แต่หากทั้งสองฝ่ายมีมาตรฐาน ISO และผลไม่ตรงกัน จะต้องกลับมาตรวจใหม่ และถือผลของทางราชการเป็นที่สุด

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่และนักวิทยาศาสตร์ของกรมฯ หลายคนทำงานภายใต้ความเสี่ยง ทั้งการลงพื้นที่สูดดมแก๊สในโรงงานและการทำงานในห้องปฏิบัติการ ซึ่งทำให้หลายคนมีปัญหาสุขภาพและโรคร้าย จึงมองว่าบุคลากรเหล่านี้เป็นผู้ปิดทองหลังพระและควรได้รับความเป็นธรรม

ควรจะยกย่องแทนที่จะด่าว่าโกงหรือไม่ ควรให้ความเป็นธรรมหรือไม่ว่าคือผู้ปิดทองหลังพระที่ทำหน้าที่รักษาสิ่งแวดล้อมให้ประชาชน

เปิดช่องร้องเรียนกรณีแอบอ้างชื่อกรม

กรมควบคุมมลพิษ ยังขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบการแอบอ้างชื่อหรือผลตรวจของกรมควบคุมมลพิษเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 1650 ระบบ Traffy Fondue เว็บไซต์ หรือส่งข้อมูลตรงถึงอธิบดีได้ รวมถึงสามารถแจ้งผ่านทางราชการด้วยวิธีส่งจดหมายหรือ Walk in ได้

นอกจากนี้ ดร.สุริทร์ ยังระบุว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. ตรวจวัดและประเมินการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2566 และได้รับเกียรติบัตรผลการประเมินระดับดีเยี่ยม หรือระดับเหรียญทอง ต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2568

ตั้งข้อสังเกตวิธีวิจัย กกร. ปม Face to Face-ขนาดกลุ่มตัวอย่าง

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงข้อสังเกตเชิงวิชาการต่องานวิจัยของ กกร. โดยระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 401 ราย ใน 12 จังหวัด ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 10 เมษายน รวม 16 วัน

อย่างไรก็ตาม มีความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลเกี่ยวกับวิธีเก็บข้อมูล ระหว่างการชี้แจงว่าใช้ Face to Face 90% และออนไลน์ 5% ก่อนภายหลังจะระบุว่า Face to Face 100% และออนไลน์เป็นเพียง Backup

และยังตั้งข้อสังเกตว่า หากคำนวณจากจำนวนตัวอย่าง 401 ราย ใน 16 วัน จะเท่ากับต้องเก็บข้อมูลเฉลี่ยวันละ 25 ตัวอย่าง และหากหักวันหยุด 5 วัน จะต้องเก็บเฉลี่ยวันละ 36 ตัวอย่างทั่วประเทศ จึงเกิดคำถามถึงขนาดทีมและกระบวนการเก็บข้อมูลภาคสนาม

นอกจากนี้ กรมฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่า แบบสอบถาม Face to Face มี 8 ส่วน 70 คำถาม ขณะที่แบบออนไลน์มี 9 ส่วน 32 คำถาม จึงสงสัยว่าทำไมจำนวนคำถามจึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ตั้งคำถามเลือก 26 หน่วยงาน อ้างอิงข้อมูลเกือบ 30 ปี

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า งานวิจัยดังกล่าวอ้างอิงรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2542 ซึ่งเป็นข้อมูลเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ประเทศไทยมีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในปี 2545 ทำให้หลายหน่วยงานถูกยุบ ปรับบทบาท หรือจัดตั้งใหม่ เเละตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงเลือกศึกษาเพียง 26 หน่วยงาน ทั้งที่ประเทศไทยมีหน่วยงานรัฐ 162 หน่วยงาน และหากรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีมากกว่า 8,000 หน่วยงาน

ยกกรณีกรมทรัพยากรธรณี ตั้งคำถามตรรกะจัดอันดับ

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า ตนเองเคยเป็นข้าราชการกรมทรัพยากรธรณีมาก่อน และหลังการปฏิรูประบบราชการปี 2545 หน่วยงานดังกล่าวได้แยกออกเป็นหลายกรม ขณะที่กรมทรัพยากรธรณีเดิมกลายเป็นหน่วยงานวิชาการเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรธรณีซึ่งไม่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับภาษี ศุลกากร สาธารณูปโภค การบังคับใช้กฎหมาย หรือการอออกใบอนุญาต กลับถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 13 ของหน่วยงานที่มีสินบนสูงสุด จึงตั้งคำถามถึงตรรกะและกระบวนการจัดอันดับ

ชี้แบบสอบถามมีลักษณะคำถามนำ

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า กรมฯ ได้ศึกษารูปแบบแบบสอบถามของ World Bank ปี 2026 ซึ่งมุ่งวัดประสบการณ์ตรงและข้อเท็จจริง แต่แบบสอบถามของ กกร. มีลักษณะเป็นคำถามนำ เช่น “หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม ท่านเชื่อว่ากระบวนการจะล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่” รวมถึงคำถามเกี่ยวกับคู่แข่งธุรกิจที่จ่ายเงินใต้โต๊ะ ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้ได้รับงานหรือสัญญาจากภาครัฐ ซึ่งกรมฯ มองว่าอาจทำให้คำตอบเอนเอียง

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในบางส่วนของแบบสอบถาม แม้ผู้ตอบจะไม่มีประสบการณ์ตรง ก็ยังต้องตอบคำถามต่อ จึงตั้งคำถามว่าอาจเป็นการชี้นำหรือไม่

ตั้งคำถามใช้ “ค่าสูงสุด” แทน “ค่าเฉลี่ย”

ดร.สุริทร์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเลือกใช้ “ค่าสูงสุด” ในการสื่อสารข้อมูลรายหน่วยงาน แทนการใช้ “ค่าเฉลี่ย” ตามหลักวิชาการทั่วไป พร้อมตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ของการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า แม้ผู้วิจัยจะชี้แจงภายหลังว่างานวิจัยไม่ได้มุ่งเจาะรายละเอียดรายหน่วยงาน แต่สุดท้ายก็มีการเผยแพร่ข้อมูลรายหน่วยงานออกสู่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานและประเทศ

ย้ำไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ขอความเป็นธรรม

ดร.สุริทร์ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษเคารพเสียงของประชาชน และเห็นด้วยว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อมีการสื่อสารข้อมูลที่ยังมีข้อจำกัดเชิงวิชาการ ก็ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมอ้างถึงจรรยาบรรณนักวิจัยข้อ 7 ที่ระบุว่า การนำผลวิจัยจะต้องไม่ขยายข้อค้นพบจนเกินความจริง

สิ่งที่เรียกร้องในวันนี้ไม่ใช่การปฏิเสธการตรวจสอบ แต่คือความเป็นธรรม ความรอบคอบ และความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่สื่อสารต่อสาธารณะ

ในช่วงท้าย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้เป็นเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่ในกรมฯ ที่รู้สึกเสียกำลังใจจากการถูกตั้งข้อสงสัย พร้อมย้ำว่า ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ จำเป็นต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมให้กับผู้ปฏิบัติงาน